ผู้มาก่อนกาล
เมื่อวันก่อน ผมมีโอกาสไปเป็นประธานร่วมในการเซ็น MOU กับบริษัทคอมพิวเตอร์ดิจิทัลที่มีชื่อเสียงโด่งดังแห่งหนึ่ง เพื่อความร่วมมือในการทำกิจการรม CSR และสื่อสร้างสรรค์เพื่อสังคมไทย
หลังจากพิธีการเสร็จเรียบร้อยแล้ว เจ้าของกิจการ และ CEO หลายหน่วยงานก็นั่งพูดคุยกันแบบสบายๆ อย่างไม่เป็นทางการ
แต่ก็ลงท้ายจบลงด้วยเรื่องของ การพัฒนาของบ้านเราว่าก้าวหน้าหรือถอยหลังอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะเรื่องของความคืบหน้าในนโยบายด้าน “อุตสาหกรรม 4.0 และเทคโนโลยี 4.0”
หลายคนได้พูดถึง “ผู้มาก่อนกาล” หรือ “ผู้ที่ริเริ่มเรื่องหนึ่งๆ ตั้งแต่แรกๆ ยังไม่ค่อยมีใครสนใจ”
ถึงวันนี้ก็มีทั้งคนที่ประสบความสำเร็จจากการมาก่อนกาล และคนที่แม้จะมาก่อนกาล แต่ทุกวันนี้ก็ยังไม่ไปไหนเลย เช่น
(1) 20 ปีที่แล้วของคนริเริ่มเรื่อง Digital Transformation หลายรายได้กลายเป็นเจ้าของธุรกิจพันล้านในวันนี้แล้ว
(2) ผู้บุกเบิกกิจการด้านพลังงาน วันนี้ก็กลายเป็นธุรกิจหมื่นล้านแล้ว
(3) ผู้ริเริ่มด้านการท่องเที่ยวแต่เก่าก่อนก็เจริญก้าวหน้าแบบกู่ไม่กลับแล้วในวันนี้
ในขณะที่ “ผู้มาก่อนกาล” อีกหลายๆ ด้าน ตั้งแต่ 20 ปีที่แล้วถึงวันนี้ ก็ยังคงเหมือนเดิม (คือไม่ค่อยมีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก) อาทิ ผู้ริเริ่มนำเสนอวิชาการและปฏิบัติการด้านการป้องกันอุบัติเหตุอันตราย การสร้างเสริมความปลอดภัย การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การพัฒนาอย่างยั่งยืน การกำจัดกากอุตสาหกรรมและวัตถุอันตราย การบริหารจัดการคุณภาพ เป็นต้น
ทุกวันนี้ ผู้ริเริ่มหรือผู้เกี่ยวข้องกับเรื่องหล่านี้ ก็ยังต้องทำต่อไปเรื่อยๆ เพราะยังเกิดอุบัติเหตุและความผิดพลาดซ้ำซาก (ดังเช่น กรณีวัสดุอุปกรณ์หล่นทับผู้คนบนถนนพระรามที่ 2 ซ้ำซาก) ยังไม่ได้เห็นผลหวือหวาเหมือนกับพวกที่ทำด้านพลังงานและดิจิทัล เนื่องจากสังคมไทยยังให้ความสำคัญกับ “คุณภาพชีวิต” น้อยกว่าที่ควร โดยผู้คนส่วนใหญ่สนใจเรื่องของ “รายได้” และ “กำไร” มากกว่า
“ผู้มาก่อนกาล” ที่ประสบความสำเร็จ จึงมักจะเป็นผู้ที่มองการณ์ไกลและอ่านอนาคตได้ถูก ทั้งๆ ที่ตอนเริ่มต้นอาจจะไม่ได้คิดและวางแผนล่วงหน้าไว้เช่นนั้น แต่ด้วยความมุ่งมั่นบากบั่น และด้วยความพยายามที่มีวินัย โดยทำเป็นระยะเวลานานพอสมควร จนผลสัมฤทธิ์จากการมาก่อนกาลก็เกิดขึ้น
ทุกวันนี้ เรื่องที่ควรชมเชย “ผู้มาก่อนกาล” ที่ประสบความสำเร็จ ก็คือ จิตวิญญาณในการแบ่งปันและความรับผิดชอบต่อสังคมที่เพิ่มมากขึ้น ครับผม !