โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

หนี้บัตรเครดิต ติดแล้วไม่จ่าย 6 เรื่องแย่ต้องเจอแน่ มีผลตามกฎหมาย

DDproperty

เผยแพร่ 26 ม.ค. 2568 เวลา 10.43 น.
หนี้บัตรเครดิต ติดแล้วไม่จ่าย 6 เรื่องแย่ต้องเจอแน่ มีผลตามกฎหมาย

หนี้บัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสดเป็นปัญหาของหลายคน ไม่ว่าจะเกิดจากความจำเป็นเรื่องค่าใช้จ่ายหรือการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเกินตัว ซึ่งมีทั้งแบบจงใจหรือเผอเรอ ไม่วางแผนและติดตามค่าใช้จ่ายจนติดหนี้บัตรเครดิต

บางคนถึงกับเป็นหนี้บัตรเครดิตหลายใบ โดยเริ่มจากใช้เงินเกินตัว จากนั้น กดบัตรนี้ไปจ่ายบัตรนั้นจนหนี้สินเพิ่มเป็นดินพอกหางหมู ท้ายที่สุดเมื่อจ่ายไม่ไหว ก็เลือกจะเบี้ยวหนี้ ไม่หนีแต่ไม่จ่าย แต่ทราบหรือไม่ว่า พฤติกรรมเช่นนี้จะสร้างปัญหาใหญ่ที่คาดไม่ถึงได้

ปัญหาจากการเบี้ยวหนี้บัตรเครดิต

  • รู้สึกเครียดจากการโดนทวงหนี้
  • ติดเครดิตบูโร เสียความน่าเชื่อถือทางการเงิน
  • มีอุปสรรคในการกู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์
  • ถูกอายัดทรัพย์สิน
  • ถูกอายัดเงินเดือน
  • โดนฟ้องเป็นบุคคลล้มละลาย

1. รู้สึกเครียดจากการโดนทวงหนี้

เมื่อเป็นหนี้บัตรเครดิต ไม่จ่ายตามกำหนดชำระ เจ้าหนี้บัตรเครดิตจะเริ่มทวงหนี้ โดยถามถึงเหตุผลที่ไม่ยอมชำระและวันที่จะสามารถชำระหนี้ได้ ผ่านทางช่องทางติดต่อต่าง ๆ ทั้งเบอร์โทรศัพท์บ้านและ/หรือที่ทำงาน

หากยังไม่ชำระหนี้หลังจากที่ติดตามทวงถามแล้ว เจ้าหนี้บัตรเครดิตก็จะส่งจดหมายแจ้งมาตรการในขั้นต่อไป เช่น เปลี่ยนจากระงับการใช้บัตรเครดิตชั่วคราวเป็นปิดบัตรเครดิต และหากมีหนี้จำนวนมาก ก็อาจมีจดหมายเตือนว่าจะดำเนินการฟ้องร้องหากยังคงไม่ชำระหนี้อีก รวมทั้งยังทำให้ผู้ถูกทวงหนี้ต้องเสียภาพลักษณ์ด้วย เป็นต้น

แน่นอนว่า การถูกทวงหนี้และมาตรการต่าง ๆ ของเจ้าหนี้จะทำให้รู้สึกเครียด กดดัน และเสียสมาธิ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตส่วนตัวและการทำงาน

2. ติดเครดิตบูโร ซึ่งทำให้เสียความน่าเชื่อถือทางการเงิน

เครดิตบูโร คือ ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติของลูกค้ารายบุคคลและลูกค้านิติบุคคลในการชำระหนี้แก่สถาบันการเงินที่ให้บริการบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด ประกันภัย และสินเชื่อต่าง ๆ โดยประกอบด้วยวงเงินที่ได้รับอนุมัติ การใช้จ่าย การชำระหนี้ รวมถึงสถานะของบริการนั้น

ในกรณีบัตรเครดิต หากไม่ชำระหนี้บัตรเครดิตเกิน 3 เดือน บุคคลนั้นจะถูกลดสถานะบัญชีให้กลายเป็นผู้มีประวัติการเงินไม่ดี และส่งผลให้การกู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ รวมถึงการขอสินเชื่อประเภทอื่น ๆ ไม่ผ่านได้

ประวัติเป็นหนี้บัตรเครดิตส่งผลเสียต่อคะแนนเครดิตบูโร

3. มีอุปสรรคในการกู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์

สิ่งที่สถาบันการเงินมักนำไปพิจารณาเมื่อยื่นกู้ซื้อบ้านหรืออสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ คือ หนี้บัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด โดยคิดตามสูตร 10% จากยอดหนี้คงค้างสำหรับบัตรเครดิต และ 5% สำหรับบัตรกดเงินสด เพื่อนำไปลดทอนจากวงเงินกู้ซื้อ

จำนวนวงเงินกู้ที่ลดลงนั้นอาจไม่พอสำหรับจ่ายค่าบ้าน ทำให้ผู้กู้ต้องหาเงินมาเพิ่มจากทางอื่น และหากไม่สามารถหาเงินมาเพิ่มได้ทัน ก็อาจต้องโดนยึดค่าจองและค่าทำสัญญาจะซื้อจะขายบ้านที่จ่ายให้กับโครงการไปแล้วสำหรับกรณีบ้านใหม่ หรือโดนยึดค่ามัดจำที่จ่ายให้กับเจ้าของบ้านสำหรับกรณีซื้อบ้านมือสอง

4. ถูกอายัดทรัพย์สิน

การเบี้ยวหนี้บัตรเครดิตถือเป็นคดีแพ่ง สถาบันทางการเงินที่เป็นเจ้าหนี้บัตรเครดิตสามารถยื่นฟ้องได้ หลายคนสงสัยว่าเป็นหนี้บัตรเครดิตเท่าไรถึงโดนฟ้อง กฎหมายไม่ได้กำหนดจำนวนหนี้ขั้นต่ำ จึงขึ้นอยู่กับเจ้าหนี้ว่าฟ้องร้องหรือไม่ ส่วนใหญ่แล้ว ธนาคารจะทวงถามหนี้สักระยะหนึ่ง และหากไม่สามารถติดต่อลูกหนี้บัตรเครดิตได้ หรือติดต่อได้แต่ยังคงไม่ได้รับการชำระเงินตามกำหนดที่แจ้งในระหว่างการทวงถาม สถาบันทางการเงินก็จะยื่นฟ้องร้อง

หนี้บัตรเครดิตมีอายุความกี่ปี คำตอบคือ 2 ปี นับตั้งแต่วันแรกที่ผิดชำระ โดยศาลก็มักพิพากษาให้เจ้าหนี้ชนะคดีอยู่แล้ว เพราะมีหลักฐานหนี้สินและการผิดชำระหนี้ที่ชัดเจน หากลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ภายใน 30 วันหลังประกาศผลพิพากษา เจ้าหนี้มีสิทธิอายัดทรัพย์สินและสินสมรสได้ เช่น เงินในบัญชีธนาคาร ของมีค่า เครื่องประดับ ยานพาหนะที่ไม่ใช้ประกอบอาชีพ และมีบางกรณีที่ติดหนี้บัตรเครดิตจนถูกยึดบ้านและที่ดินเลยทีเดียว

5. ถูกอายัดเงินเดือน

สิ่งนี้จะเกิดขึ้นเมื่อลูกหนี้บัตรเครดิตหลบเลี่ยง เพิกเฉย ไม่ติดต่อกับเจ้าหนี้ เบี้ยวหนี้ หรือตกลงการชำระหนี้กับเจ้าหนี้ไม่ได้เท่านั้น โดยทางกรมบังคับคดีจะขออายัดเงินเดือน ซึ่งกระทำได้สำหรับกรณีที่ลูกหนี้เป็นพนักงานเอกชนบริษัทหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจได้ แต่ต้องไม่เกิน 30% ของเงินเดือน ซึ่งต้องมีมูลค่ามากกว่า 20,000 บาท รวมถึงสามารถอายัดโบนัส เบี้ยขยัน ค่าล่วงเวลา และเงินตอบแทนกรณีออกจากงานได้ด้วย

ประเภทเงินที่อายัด จำนวนที่อายัดได้ เงินเดือน ไม่เกิน 30% โบนัส ไม่เกิน 50% เบี้ยขยัน ค่าล่วงเวลา ไม่เกิน 30% เงินตอบแทนกรณีออกจากงาน อายัดได้ แต่ต้องคงเหลือไว้ไม่น้อยกว่า 300,000 บาท

6. โดนฟ้องเป็นบุคคลล้มละลาย

คดีหนี้บัตรเครดิตส่วนใหญ่มักจบด้วยการเจรจาต่อรองแทนการฟ้องล้มละลาย ยกเว้นกรณีที่ศาลพิจารณาแล้วว่า ลูกหนี้มีจำนวนหนี้บัตรเครดิตมากกว่า 1 ล้านบาท และมากจนไม่สามารถชำระคืนได้เท่านั้น และเมื่อกลายเป็นบุคคลล้มละลายแล้ว ก็จะไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินใด ๆ ได้เลยแม้แต่เปิดบัญชีธนาคาร ไม่สามารถทำนิติกรรมใด ๆ ได้ เช่น สัญญาซื้อขาย สัญญาจ้างแรงงาน พินัยกรรม เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีผลกระทบต่อหน้าที่การงานเพราะไม่สามารถดำรงตำแหน่งใด ๆ ในบริษัทได้ ตลอดจนไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้ สำหรับ 2 อย่างหลังนั้น หากมีความจำเป็นจริง ๆ ก็ต้องขออนุญาตจากศาลก่อน

ในความเป็นจริงแล้ว เราควรมีบัตรเครดิตไม่เกิน 3 ใบหรือมีเท่าที่พอใช้ก็พอ เพราะยิ่งมีมาก ยิ่งมีวงเงินใช้จ่ายสูง และยิ่งมีโอกาสสูงในการใช้จ่ายเกินจนเป็นหนี้เช่นกัน

หากเกิดปัญหาหนี้บัตรเครดิตแล้ว สามารถแก้ไขได้ง่าย ๆ โดยเริ่มจากการสร้างวินัยทางการเงินให้ตัวเอง วางแผนรายรับ-รายจ่ายให้ชัดเจน ลดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย รวมทั้งคำนวณยอดหนี้เพื่อวางแผนการชำระอย่างเป็นระบบ เท่านี้ ไม่ช้าหนี้บัตรเครดิตก้อนโตจะหมดไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...