โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้อนดู Klaus แอนิเมชันคริสต์มาสอุ่นหัวใจ ที่ย้ำว่า ‘สังคมนี้ดีขึ้นได้ด้วยการศึกษา’

TODAY

อัพเดต 24 ธ.ค. 2567 เวลา 15.42 น. • เผยแพร่ 25 ธ.ค. 2567 เวลา 00.00 น. • workpointTODAY

จำได้ไหมว่าเราเกลียดกันเพราะอะไร…

มาลาลา ยูซาฟไซ (Malala Yousafzai) เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพปี 2014 เคยกล่าวไว้ว่า “เราสามารถฆ่าผู้ก่อการร้ายด้วยอาวุธ แต่เราสามารถยุติการก่อการร้ายทั้งหมดด้วยการศึกษา”

แนวคิดแห่งสันติภาพและพลังแห่งการเรียนรู้ที่ว่า ถูกถ่ายทอดอย่างน่ารักน่าชังผ่านแอนิเมชันสีสันสดใสของเน็ตฟลิกซ์อย่าง Klaus มหัศจรรย์ตำนานคริสต์มาส

คงพอจะพูดได้ว่า Klaus เป็นผลงานม้านอกสายตาเรื่องหนึ่งในปี 2019 ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเรื่องราวลายเส้นซึ่งผสมผสานเทคนิคสองมิติกับสามมิติเรื่องนี้ ไม่ใช่ผลงานจากค่ายดังอย่าง Disney, Pixar หรือ DreamWorks อีกทั้งจากใบปิด มันก็ดูจะเป็นเพียงแอนิเมชันคริสต์มาส ‘อีกเรื่อง’ ที่ผ่านมาแล้วจากไป ให้เพียงความเพลิดเพลินประเดี๋ยวประด๋าวก่อนสูญหายจากความทรงจำของผู้ชม

อย่างไรก็ดี เราไม่ควรตัดสินคุณค่าของหนังสือจากปกฉันใด เราก็ไม่ควรชี้ขาดความดีงามของหนังสักเรื่องจากโปสเตอร์และค่ายหนังฉันนั้น เพราะการปิดตา ปิดใจ ไม่ยอมทำความรู้จักอาจทำให้เรามองข้ามสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังแก่นสารดีๆ สักเรื่อง…

บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของ Klaus มหัศจรรย์ตำนานคริสต์มาส

Klaus ดำเนินเรื่องผ่านเจสเปอร์ บุรุษไปรษณีย์ไม่เอาไหนผู้ถูกส่งไปประจำการบนเกาะน้ำแข็งที่ชื่อ ‘สเมียร์เรนส์เบิร์ก’ หน้าที่ของเจสเปอร์คือการส่งจดหมายให้ได้ 6,000 ฉบับภายใน 1 ปี แลกกับการกลับไปใช้ชีวิตหรูหราในเมืองหลวง แต่งานนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะชาวเมืองสเมียร์เรนส์เบิร์กแบ่งออกเป็นสองพวก ทั้งสองจงเกลียดจงชัง และทำสงครามกลางเมืองกันมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ เพราะงั้นอย่าว่าแต่ส่งจดหมายหากันเลย แค่พูดจาดีๆ ต่อกันในชีวิตประจำวันยังเป็นไปไม่ได้

ในขณะที่ เจสเปอร์กำลังตกที่นั่งลำบากนั้นเอง เขาบังเอิญได้พบกับครูสาวผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยอุดมการณ์อย่างอัลวา กับเคล้าส์ ช่างทำของเล่นไม้ร่างใหญ่ผู้เคร่งขรึม มิตรภาพที่ไม่น่าเป็นไปได้ของทั้งสามกระตุ้นให้กลุ่มเด็กในเมืองรู้จักตั้งคำถาม พร้อมพิจารณาความเชื่อซึ่งฝังรากลึกยาวนาน อันนำมาสู่จุดเริ่มต้นในการทลายกำแพงความเกลียดชัง แล้วแทนที่มันด้วยการสื่อสารและความเข้าใจ เกิดเป็นสังคมไร้สงครามในท้ายที่สุด

การร้อยเรียงเรื่องราวที่เด็กดูสนุก ผู้ใหญ่ไม่ลุกหนี ต้องยกความดีความชอบให้กับ เซอร์คิโอ พาโบลส์ (Sergio Pablos) ผู้กำกับและมือเขียนบทที่เคยปลุกปั้นแฟรนไชส์ Despicable Me จนฮิตถล่มทลาย โดยในครั้งนี้ เขาออกแบบงานแอนิเมชันบรรยากาศคริสต์มาส ที่มีซานตาคลอสกับต้นสนยักษ์เป็นฉากบังหน้า เพราะในหลักใหญ่ใจความ หนังเต็มไปด้ายประเด็นสังคมร่วมสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพความห่างไกลของสเมียร์เรนส์เบิร์กซึ่งบ่งบอกความเหลื่อมล้ำทางสังคม ตอกย้ำว่าคนเมืองสบาย คนชายขอบต้องดิ้นรนทนอยู่ ทั้งยังมีเหตุให้ต้องทะเลาะกันเองจนลืมตั้งคำถามถึงคุณภาพชีวิตที่ตนสมควรได้รับ

ความเหลื่อมล้ำที่ว่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงหน้าจอ ทว่า มีให้เห็นอย่างดาษดื่นในโลกความจริง ซ้ำร้ายในหลายประเทศ รัฐยังหาข้ออ้างหรือสิ่งหลอกล่อเพื่อให้ประชาชนมองข้ามการตรวจสอบสงสัย อาทิ ประเทศแถบยุโรปช่วงยุคกลาง ที่ปกครองโดยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ซึ่งจำกัดการศึกษาไว้เฉพาะชนชั้นสูงและศาสนจักร หรือประเทศที่เป็นเผด็จการทหารและคอมมิวนิสต์ในบางยุค ที่มุ่งเน้นควบคุมประชาชนผ่านการควบคุมข้อมูลข่าวสารและการปลูกฝังทัศนคติตั้งแต่ในระดับโรงเรียน

ด้วยกรรมวิธีเหล่านี้ ประชาชนจะสูญเสียการคิดอย่างมีวิจารณญาณไปโดยปริยาย ขาดความสามารถในการจินตนาการถึงปัจจัยพื้นฐานที่ควรได้รับ และแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะรวมตัวต่อรองกับภาครัฐ

ตัวละครในเรื่อง ที่ไม่ต้องการให้ชาวเมืองปราศจากความรู้และกระบวนการคิดคือครูอัลวา ทีแรกเธอตัดสินใจเป็นครูพร้อมความหวังอันสดใส แต่ความจริงอันโหดร้าย ทั้งทัศนคติของชาวเมือง ความอัตคัดขัดสน ตลอดจนข้อจำกัดด้านการเงิน ต่างบีบบังคับให้เธอต้องเปลี่ยนมาประกอบอาชีพแม่ค้าขายปลาประทังชีวิต

“ฉันเคยทำงานเป็นครู ในที่ที่คนไม่ส่งลูกหลานไปโรงเรียน… ตอนนี้ฉันเลยลดตัวมาทำงานนี้ จะได้เก็บหอมรอมริบ และไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ไหนสักแห่งที่ห่างไกลจากที่นี่”

เสียงตัดพ้อของอัลวาสะท้อนปัญหาสังคมที่แสนเจ็บปวด ครูบาอาจารย์มากมายเคยเต็มไปด้วยไฟฝันในการพายเรือพาศิษย์ไปสู่ปลายทางที่ถูกต้อง ทว่าอาจด้วยรายได้ที่ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ วาระซ่อนเร้น (Hidden Agenda) บางอย่างของชนชั้นปกครอง รวมถึงการที่ครูผู้สอนมีภาระรับผิดชอบนอกเหนือการสอนนานัปการ ก็ไม่แปลกหากเปลวไฟความมุ่งมั่นที่ครั้งหนึ่งเคยโชติช่วงต้องมอดดับลับลา หลงเหลือเพียงความมืดมิด

การดำเนินเรื่องของ Klaus ฉายภาพปัญหาดังกล่าวได้อย่างเด่นชัด ทว่าก็สอดแทรกอย่างกลมกลืน ไม่ทำให้ผู้ชมรู้สึกโดนยัดเยียด นอกจากนี้ หนังยังชี้ทางออกของปัญหาได้อย่างน่าสนใจ ดูสนุก นั่นคือการที่เจสเปอร์หลอกล่อเด็กๆ ที่อยากได้ของเล่นให้เขียนจดหมายหาเคล้าส์ และในเมื่ออ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ เยาวชนแห่งสเมียร์เรนส์เบิร์กจึงจับพลัดจับผลูเข้าสู่ระบบการศึกษาโดยไม่ได้ตั้งใจ ครูอัลวาเห็นดังนั้นจึงกลับมาเปิดใจ มุ่งมั่นขัดเกลาเหล่าลูกศิษย์อย่างที่ครั้งหนึ่งเคยปรารถนา และนั่นเองนำไปสู่ความอยากรู้อยากเห็นอันไม่มีที่สิ้นสุด เด็กๆ เริ่มสงสัย ตั้งคำถาม ตลอดจนค้นหาคำตอบ

การเข้าถึงการศึกษาช่วยให้เด็กๆ หัดตั้งคำถามง่ายๆ ว่า เพราะเหตุใด คนในเมืองจึงต้องแบ่งพรรคแบ่งพวก จุดเริ่มต้นของความเกลียดชังอยู่ตรงไหน และการปองร้ายของคนที่อยู่ในเมืองเดียวกันมีประโยชน์อะไร ซึ่งท้ายที่สุด คำตอบไม่ได้มีอะไรมากไปกว่า มันคือ ‘ความเชื่อ’ ที่ตกทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น

หนังไม่ได้เฉลยกับผู้ชมว่า ความเชื่อนี้มีจุดกำเนิดอย่างไร และไม่อาจฟันธงได้ว่า อะไรคือจุดประสงค์ที่แท้จริงของผู้ที่หว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความเกลียดชัง แต่กระนั้น เมื่อความเชื่อได้รับการสังคายนา ดินแดนไกลปืนเที่ยงอย่างสเมียร์เรนส์เบิร์กก็ได้เรียนรู้ว่า การดุด่าว่าร้ายและทะเลาะเบาะแว้งไม่เคยเปลี่ยนอะไรให้ดีขึ้น การช่วยเหลือซึ่งกันและกันต่างหากที่จะช่วยให้สังคมเป็นสุข หรือหากสวยหรูกว่านั้น คือช่วยให้คนในเมืองเป็นกลุ่มก้อนและมีอำนาจมากพอที่จะต่อรองบางสิ่งบางอย่างจากศูนย์กลางความเจริญ

จะเห็นได้ว่า เมื่อเยาวชนเข้าถึงระบบการศึกษา ความขัดแย้งไร้ที่มา ตั้งแต่ในระดับของการกลั่นแกล้งหรือกระทั่งสงครามกลางเมืองก็สิ้นสุดลงได้ คำกล่าวของมาลาลา ยูซาฟไซเป็นจริงแล้วในโลกแห่งลายเส้น ส่วนในโลกความเป็นจริง เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าจะลงเอยอย่างไร แต่ที่แน่ๆ ภายใต้แอนิเมชันสีสวยที่เรียกน้ำตาได้ทุกเพศวัย ตำนานคริสต์มาสบทใหม่ของKlaus จะมอบทั้งแง่คิดและความอบอุ่นละมุนยิ้มช่วงปลายปีให้ทุกคนอย่างแน่นอน

อ้างอิง

youtube.comtumblr.comvocal.media

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...