หมึกใช้พลังงานในการเปลี่ยนสี เท่ากับมนุษย์วิ่ง 25 นาที
หมึกยักษ์ใช้พลังงานกับการเปลี่ยนสีมากกว่าที่มนุษย์ใช้กับการวิ่งนาน 25 นาที เป็นครั้งแรกที่นักชีววิทยาสามารถวัดปริมาณพลังงานที่หมึกใช้เพื่อเปลี่ยนสี และมันก็เป็นจำนวนมากจริง ๆ
เราทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วว่าหมึกยักษ์ (Octopus) เป็นเจ้าแห่งการพรางตัว มันสามารถเปลี่ยนสีของตัวเองให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบตัวได้อย่างรวดเร็วโดยใช้เวลาน้อยกว่า 1 วินาที ซึ่งทำให้เราเชื่อกันว่านี่คือความสามารถที่พวกมันทำได้แบบง่าย ๆ โดยไม่ยากเย็นอะไร
ความสามารถนี้เกิดจากอวัยวะเล็ก ๆ พิเสษชุดหนึ่งในผิวหน้าที่เรียกว่า ‘โครมาโทฟอร์’ (chromatophores) ซึ่งประกอบด้วยเม็ดสีจำนวนมากเปรียบเสมือนพิกเซลเล็ก ๆ บนหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ โดยมีจำนวน 230 เม็ดสีต่อตารางมิลลิเมตรบนผิวหนัง ด้วยการควบคุมจากระบบประสาทให้กล้ามเนื้อคลายตัวหรือหดตัว หมึกยักษ์ก็สามารถพรางตัวได้อย่างตามใจ แต่พวกมันทำได้อย่างใจคิดจริง ๆ หรือ?
“การปรับตัวของสัตว์ทุกชนิดมีทั้งข้อดีและข้อเสีย เราทราบมากมายเกี่ยวกับประโยชน์ของระบบการเปลี่ยนแปลงของหมึก” Kirt Onthank นักชีววิทยาทางทะเลและศาสตราจารย์ด้านชีววิทยาจากมหาวิทยาลัย Walla Walla กล่าว “แต่จนถึงตอนนี้ เราก็แทบจะไม่รู้เลยว่าต้นทุนจะเป็นอย่างไร เมื่อทราบต้นทุนของการเปลี่ยนสีของหมึกยักษ์ เราก้จะเข้าใจได้ดีขึ้นว่าหมึกต้องแลกกับอะไรเพื่อซ่อนตัวอยู่”
ตามรายงานใหม่ที่เผยแพร่บนวารสาร PNAS ทีมวิจัยได้เก็บตัวอย่างผิวหนังจากหมึกยักษ์ 17 ตัวและวัดการใช้ออกซิเจนระหว่างการขยายตัวและหดตัวของเม็ดสี จากนั้นพวกเขาจึงเปรียบเทียบสิ่งนี้กับอัตราการเผาผลาญขณะพักผ่อนของหมึกแต่ละตัว
พวกเขาก็พบว่าโดยเฉลี่ยแล้ว หมึกใช้ปริมาณออกซิเจนประมาณ 219 ไมโครโมลต่อชั่วโมง (หน่วยวัดปริมาณของสา ซึ่งโมล (mole) เป็นหน่วยวัดปริมาณสสารในระดับอะตอมหรือโมเลกุล) เพื่อเปลี่ยนสีอย่างสมบูรณ์ ซึ่งใกล้เคียงกับพลังงานที่หมึกยักษ์ใช้ขณะพักผ่อน
แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจคือเมื่อเปรียบเทียบการใช้พลังงานนี้กับมนุษย์ หากเรามีผิวหนังที่สามารถเปลี่ยนสีได้เหมือนหมึกยักษ์ เราก็จะเผาผลาญแคลอรี่เพิ่มขึ้นประมาณ 390 แคลอรี่ต่อวัน ซึ่งเท่ากับการวิ่งนาน 23 นาที กลายเป็นว่าหมึกยักษ์ใช้พลังงานมากกว่าที่คิด แต่ก็ไม่ได้ทำให้หมึกยักษ์เหนื่อยมากกว่าสิ่งอื่น ๆ ที่มันทำ
“การเปลี่ยนสีอย่างรวดเร็วได้วิวัฒนาการมาอย่างอิสระหลายครั้งในกลุ่มสัตว์ที่หลากหลายรวมถึงในสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก สัตว์เลื้อยคลาน ปลา สัตว์ขาปล้อง และหอย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญในการปรับตัวอย่างกว้างขวาง” Sofie Sonner ผู้เขียนงานวิจัยคนแรก กล่าว
ที่มา
https://www.pnas.org/doi/10.1073/pnas.2408386121
https://www.livescience.com/…/octopuses-burn-more…
https://interestingengineering.com/…/octopus-color…
Photo: Image-Source/Envato