โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

นักท่องเที่ยวไทย นำเทรนด์โลก กว่า 98% เปิดใจใช้ AI ตัวช่วยวางแผนท่องเที่ยว

The Bangkok Insight

อัพเดต 13 พ.ย. 2567 เวลา 11.41 น. • เผยแพร่ 13 พ.ย. 2567 เวลา 11.41 น. • The Bangkok Insight

SiteMinder เผยนักท่องเที่ยวไทย กว่า 98% นำเทรนด์โลกพร้อมใช้ AI ในการวางแผน จอง และสัมผัสประสบการณ์การเข้าพัก ทั้งยังมีแนวโน้มจะทำงานไปด้วยระหว่างเข้าพักครั้งถึง 68%

SiteMinder ผู้นำแพลตฟอร์มระดับโลกที่จะเข้ามาปลดล็อกศักยภาพในการสร้างรายได้เต็มรูปแบบให้กับโรงแรม เปิดตัวรายงาน SiteMinder’s Changing Traveller Report 2025 ซึ่งเป็นการสำรวจด้านที่พักที่ใหญ่ที่สุดในโลก

นักท่องเที่ยวไทย

จากรายงานดังกล่าว พบว่า นักท่องเที่ยวชาวไทยกว่า 98% พร้อมเปิดใจใช้ AI ในการวางแผน จอง และสัมผัสประสบการณ์การเข้าพัก ทั้งยังมีแนวโน้มจะทำงานไปด้วยระหว่างการเข้าพักครั้งถัดไปสูงถึง 68% ซึ่งทั้งสองผลสำรวจ นับเป็นอัตราที่สูงกว่านักท่องเที่ยวอื่น ๆ ทั่วโลก

ข้อมูลจากรายงานดังกล่าว เป็นการสำรวจพฤติกรรมนักท่องเที่ยวกว่า 1.2 หมื่นคนจาก 14 ตลาดนักท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของโลก รวมถึงประเทศไทย แสดงถึงแนวคิด Everything Traveler หรือ การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ที่ผสมผสานพฤติกรรมแบบดั้งเดิมและเทรนด์ใหม่เข้าด้วยกัน จากพฤติกรรมการเดินทางที่เปลี่ยนแปลงไป

รายงานฉบับนี้ ยังชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างในด้านการประยุกต์ใช้ AI โดยพบว่าประเทศไทยและอินโดนีเซียมีความเปิดรับในประเด็นดังกล่าวสูงถึง 98% รวมถึงจีนที่สูงถึง 96% และอินเดียที่ 94% ด้วยเช่นกัน

ในขณะที่ 62% ของนักท่องเที่ยวจากทั้งแคนาดา และออสเตรเลีย รวมไปถึง 63% ของนักท่องเที่ยวจากเยอรมนี ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักรยังคงตรึกตรองถึงประเด็นดังกล่าว

นอกจากนี้ 68% ของนักท่องเที่ยวชาวไทย 66% ของนักท่องเที่ยวชาวอินโดนีเซีย และ 61% ของนักท่องเที่ยวชาวอินเดียนำเทรนด์ในด้านการทำงานไปด้วยขณะเดินทาง โดยสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกซึ่งอยู่ที่ 41% รวมถึงสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอเมริกาเหนือ (34%) และยุโรป (31%)

นักท่องเที่ยวไทยกว่า 83% มีแผนท่องเที่ยวต่างประเทศปี 2568

ข้อมูลของ SiteMinder แสดงให้เห็นว่า นักท่องเที่ยวชาวไทยกว่า 83% มีแผนจะท่องเที่ยวต่างประเทศในปี 2568 โดยเพิ่มขึ้นเป็น 87% ในกลุ่ม Millennials ซึ่งคิดเป็นอันดับสามรองจากนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ (93%) และนักท่องเที่ยวชาวจีน (85%)

ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมภายในประเทศ ได้แก่ เชียงใหม่ (59%), พัทยา-ชลบุรี (57%), หาดใหญ่-สงขลา (34), กรุงเทพฯ (32%) และนครราชสีมา (19%) และสถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศในฝันของนักท่องชาวไทย ได้แก่ ญี่ปุ่น (56%), จีน (32%), เกาหลีใต้ (23%), สิงคโปร์ (15%) และเวียดนาม (14%)

อย่างไรก็ตาม พบว่า ความชอบในการเดินทางจะแตกต่างกันไปตามแต่ละรุ่น อาทิเช่น กลุ่ม Gen Z และ Millennial ชาวไทยนิยมพักในเครือโรงแรมและรีสอร์ทขนาดใหญ่ ในขณะที่กลุ่ม Gen X นิยมที่พัก B&B และ Baby Boomers เลือกมองหาที่พักโฮสเทล โมเทล หรือโรงแรมราคาประหยัด

ส่องพฤติกรรมนักท่องเที่ยวไทย

รายงานระบุว่า 54% ของนักท่องเที่ยวชาวไทยมีแนวโน้มเลือกห้องพักแบบ Standard (ห้องพักมาตรฐาน) ในปี 2568 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 46% และสูงเป็นอันดับที่สี่ของโลก รองจากนักท่องเที่ยวสเปน (59%) แคนาดา (55%) และอิตาลี (55%) ในทางกลับกัน มีเพียง 19% ของนักท่องเที่ยวชาวจีนเท่านั้นที่จะเลือกห้องพักแบบ Standard ในการเข้าพักครั้งถัดไป

อย่างไรก็ตาม 97% ของนักท่องเที่ยวชาวไทยยินดีจ่ายเพิ่มสำหรับสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น อาหารเช้า (67%) ห้องชมวิว (44%) หรือการเช็คอินก่อนเวลา หรือการเช็คเอาท์ล่าช้า (33%) นอกจากนี้ 94% ของนักท่องเที่ยวชาวไทยยินดีที่จะจ่ายเงินเพิ่มขึ้นสำหรับการเข้าพักที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นรองจากนักท่องเที่ยวชาวอินโดนีเซียเพียงประเทศเดียวเท่านั้น

กิจกรรมและงานอีเว้นท์ต่าง ๆ เป็นหนึ่งในแรงจูงใจในการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวไทย ซึ่ง 78% ของนักท่องเที่ยวมีแนวโน้มจะเดินทางไปร่วมงานอีเว้นท์ ซึ่งนับเป็นอัตราที่มากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา โดยรูปแบบงานอีเว้นท์ที่นักท่องเที่ยวมีแนวโน้มที่จะเดินทางเพื่อเข้าร่วม ได้แก่ คอนเสิร์ต/เทศกาลดนตรี (47%) งานรวมญาติ/งานเฉลิมฉลอง (35%) และ งานสัมมนา (31%)

นักท่องเที่ยวชาวไทยกว่า 65% คาดว่าจะใช้เวลาส่วนใหญ่ (30%) หรือ ใช้เวลาค่อนข้างมาก (35%) ในโรงแรมในปี 2568 และให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับสัตว์เลี้ยงมากขึ้นเมื่อเลือกโรงแรม โดย 76% ของนักท่องเที่ยวชาวไทยให้ความสำคัญกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก ซึ่งนำหน้าชาวอินโดนีเซีย (70%) อินเดีย (66%) และจีน (62%) อีกทั้งยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึง 30%

ในปี 2568 นักท่องเที่ยวชาวไทยกว่า 55% มีแนวโน้มที่จะใช้เว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่นที่ให้บริการจองโรงแรม (OTA) ในการจองที่พัก ซึ่งเพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึง 13% รวมถึงยังมากเป็นอันดับสาม รองจากนักท่องเที่ยวชาวอินโดนีเซีย (62%) และนักท่องเที่ยวชาวจีน (56%)

65% ของนักท่องเที่ยวชาวไทย เผยว่าพวกเขาจะทำการยกเลิกการจองออนไลน์กลางคันหากได้รับประสบการณ์ที่ไม่ราบรื่น ซึ่งพบในอัตราสูงถึง 72% ในกลุ่มนักท่องเที่ยว Gen Z ทั้งยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกซึ่งอยู่ที่ 52%

สุภกฤษฎิ์ แผนสมบูรณ์

นายสุภกฤษฎิ์ แผนสมบูรณ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท SiteMinder กล่าวว่า ผลสำรวจจากรายงานปี 2025 แสดงให้เห็นว่า นักท่องเที่ยวชาวไทยมีการผสมผสานเทคโนโลยี และความยืดหยุ่นในการทำงานเข้ากับการพักผ่อน

นอกจากนี้ ด้วยแนวโน้มของการเปิดกว้างต่อการใช้ AI เพื่อวางแผน จอง และสัมผัสประสบการณ์การเข้าพัก รวมถึงแนวโน้มการทำงานไปด้วยระหว่างการเข้าพักในครั้งถัดไป ทำให้ประเทศไทยเป็นผู้นำเทรนด์โลกในการผสมผสานการพักผ่อน การทำงาน และเครื่องมือดิจิทัลเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

นักท่องเที่ยวไทยมีความต้องการในการเข้าพักที่ชัดเจนมากขึ้น อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจึงต้องพัฒนาเพื่อตอบสนองต่อความต้องการนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์นี้ พร้อมขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี

พฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ ยังสะท้อนถึงแนวคิด Everything Traveler ที่สามารถผสมผสานการเดินทางตามอารมณ์พร้อมไปกับการพิจารณาตัวเลือกอย่างรอบคอบ สนใจทั้งการเดินทางไปต่างประเทศและเดินทางภายในประเทศ และให้ความสำคัญกับประสบการณ์การท่องเที่ยวของตนเอง

สำหรับผู้ประกอบการโรงแรม พฤติกรรมการท่องเที่ยวเหล่านี้ จะเป็นโอกาสในการใช้ข้อมูลเชิงลึกเพื่อคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงของความต้องการ และสร้างประสบการณ์เฉพาะตัวให้เหมาะสมกับแขกที่มีความหลากหลายเหล่านี้อีกด้วย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...