ชีวิตมีเรื่องเล่า : ตดมีออกซิเจน กับโลกที่ไร้เสียง-คนคอม
ชีวิตมีเรื่องเล่า : เถ้าแก่โรงสี
--------------
เมื่อประมาณเกือบ 50 ปีที่แล้วที่ตำบลบ้านหมอ มีโรงสีข้าวประจำตำบลภายใต้การดูแลของเถ้าแก่ฮงที่มีหนวดเครายาวสีขาว หน้าตาแบบเทพเจ้าของจีน เด็กน้อยได้รู้จักท่าน เพราะซ้อนท้ายรถจักรยานพ่อไปเอาแกลบฟรีจากโรงสี เพื่อเอามากลบน้ำแข็งไม่ให้ละลาย เวลาจะใช้ ต้องเอาน้ำแข็งมาล้างน้ำให้สะอาดอีกครั้ง
สมัยนั้นน้ำแข็งจะขายเป็นก้อนใหญ่เรียกว่าซอง 1 ซองมี 2 กั๊ก 1 กั๊กเขาทำร่องเป็น 4 ส่วนเรียกว่า 4 มือ เวลาใครซื้อ 1 มือ ก็เอาขวานจามแบ่งขาย หรือเอามาตำใส่ถุง ขายชา กาแฟ เย็น ส่วนแกลบพอเปียกชื้นเยอะก็จะโกยเอาไปปลูกต้นไม้ได้ดี บางทีก็มีแมงกระชอนมาอาศัยอยู่ในแกลบที่เปียก เด็กน้อยจะชอบมาก เพราะเอาแมงกระชอนไปเป็นเหยื่อตกปลาได้ จับแมงกระชอนใส่โหลเล็ก พร้อมเบ็ด ก็ได้อะไรที่สนุกสนานพร้อมได้ปลากลับมา
เด็กน้อยเจอเถ้าแก่ฮงทุกเช้า เวลาที่ไปซื้อข้าวกับไข่พะโล้ ใส่กล่องไปกินที่โรงเรียน เด็กน้อยจะเลือกไข่พะโล้ทุกวันเพราะชอบ และคิดว่าคุ้มกับเงิน 5 บาท แต่บางทีก็เลือกพะแนงหมูแทนไข่พะโล้ แต่ถ้าความชอบจริงๆ คือเด็กน้อยชอบแกงเขียวหวานมาก แต่รู้สึกไม่คุ้ม เพราะเวลาสั่ง มักจะได้มะเขือมากกว่าหมู แต่พะแนงหมูคือได้หมูล้วนๆ ก็เป้นวิธีคิดของเด็กน้อยในตอนนั้น อร่อยไว้ทีหลัง อิ่มต้องมาก่อน ร้านข้าวแกง เป็นร้านของป้าแจ๋ว ขายที่หน้าห้องชั่งที่พ่อนั่งทำงานอยู่ของสถานีรถไฟบ้านหมอ ส่วนร้านกาแฟของแม่เป็นห้องแถวอยู่หลังสถานีรถไฟ ส่วนร้านถัดจากร้านข้าวแกงเป็นร้านข้าวเหนียวไก่ย่าง ทุกเช้าเด็กน้อยจะชอบยืนฟังเถ้าแก่คุยกับป้าแจ๋วและพี่ขายไก่ย่าง ได้ทั้งความคิด และมุมมองดีๆ นอกจากเรื่องชาวบ้านทั่วไป เถ้าแก่ชอบเล่าอดีตที่ลำบากก่อนจะมาอยู่ที่บ้านหมอ ซึ่งชีวิตแกผ่านอะไรมาเยอะมาก เถ้าแก่แม้จะสูงวัย แต่ความจำยังดีมากอยู่เลย
อยู่มาวันหนึ่ง ร้านไก่ย่างบ่นว่า ขายไม่ดี เพราะคนไม่ลงจากรถมาซื้อ ซึ่งสถานีรถไฟบ้านหมอ เป็นสถานีไม่ใหญ่มากนัก เวลารถไฟจอด เลยจอดแค่แป๊ปเดียว ยากสำหรับผู้โดยสารที่ไม่ได้ลงสถานีนี้ จะสั่งซื้อได้ เถ้าแก่ฮงแกก็บอกพี่คนขายไก่ย่างว่า ลื้อ ก็เอาไก่ใส่ถุงกับข้าวเหนียว แล้วขายเป็นชุดๆ เดินใส่ถาดไปขายริมหน้าต่างรถไฟเลย ซึ่งวันถัดมาพี่เขาก็ขายได้ดีขึ้น แต่ก็ยังช้าอยู่ เถ้าแก่เลยบอกอีกทีว่า ลื้อทำไมไม่ติดป้ายราคาไก่ไปเลย 5 บาท คนเขาก็ไม่ต้องเสียเวลาถาม ผลสุดท้าย พี่คนขายไก่ย่าง ขายแค่ครึ่งวันก็หมดแล้ว จนต้องทำเพิ่ม
หลังจากนั้นไม่นาน โรงสีของเถ้าแก่ก็มีคู่แข่ง ซึ่งเดิมเคยเป็นลูกน้องคนสนิทของแก มาเปิดโรงสีแข่งขัน ซึ่ง เด็กน้อยก็อยากรู้ว่า เถ้าแก่จะรู้สึกอย่างไร โชคดีป้าแจ๋วได้ถามแทนก่อน แกเลยให้ข้อคิดป้าแจ๋วและเด็กน้อยว่า "คนทุกคน เวลาได้เรียนรู้อะไร แล้วเขาคิดการใหญ่ เพื่ออนาคตของเขา เราเองที่เคยดูแลเขา ควรดีใจที่เขาเติบโตขึ้น และสามารถทำงานและกิจการด้วยมือของเขา แล้วป้าจะให้อั๊วไปอิจฉาเขารือ อีกอย่างอั๋วก็บรรลุเป้าหมายแล้ว อั๊วมีกิจการที่มั่นคงให้ลูกหลาน อั๊วก็พอใจแล้ว" เด็กน้อยได้ยิน ก็รู้สึกดีกับเถ้าแก่ฮงมาก แต่เดิมคิดว่าท่านเป็นคนดุ แต่ไม่ใช่เลย ท่านเป็นคนจริง เป็นลูกผู้ชายที่แท้จริง
------------------------------------------------------------------------
ปล. คนทุกคนที่เขามีกิจการที่ใหญ่โต ก้าวหน้า ไม่ใช่เพราะว่า เขาฟลุ๊ค แต่เขามีความคิดที่ฉลาด กล้าคิด กล้าทำ กล้าลงมือ และกล้าที่จะวาง มีจิตใจที่ดี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ พร้อมแนะนำความรู้ ความคิดให้ผู้อื่นเสมอ ไม่หวง คนสมัยก่อนเป็นคนจริง จิตใจดี คิดบวก เป้าหมายชัดเจน ไม่โลภมาก ซึ่งต่างจากยุคปัจจุบันยิ่งนักที่ทำให้คนเปลี่ยนไปมากมาย