2 สหาย ส.พ.ช. รุ่น 13 มีอดีตร่วมกัน นับว่า มีวาสนาต่อกัน - linxikun
📌2 สหาย ส.พ.ช. รุ่น 13มีอดีตร่วมกัน นับว่า มีวาสนาต่อกัน
จาก 2 เด็กน้อย สู่ 2 หนุ่มใหญ่(มาก)คนละสไตล์ ที่ชะตาฟ้าลิขิตให้มาเรียนร่วมโรงเรียนเดียวกัน ที่อดีตโรงเรียนประถมปลายชื่อดัง ที่นักเรียนจบประถมต้นในช่วงเวลานั้น ต่างมุ่งหน้ามาสอบแข่งขันเพื่อเข้าเรียนต่อ ส.พ.ช.โรงเรียนสามัญวัดพลับพลาชัย จบ ป.7 ปีการศึกษา 2518/2519
◀️ ซ้าย : สุชาย แซ่ลิ้ม(เกียรติศักดิ์) 林錫坤 Línxīkūn หรือ หลิ่ม เซียะ คุง แต่แถวบ้านเรียก อาลั้น ลูกชายร้านเสริมสวย (เตี่ยง หม่อ โผ่ว เกี้ย) ที่เป็นตำนานแห่ง ซวง ล้วง ตัก หลัก เอ๋า 萱銮噠叻后 Xuān luán dā lè hòu หรือหลังตลาดสวนหลวง ชุมชนคนแต้จิ๋ว 潮州人 Cháozhōu rén เตี่ย จิว นั้ง ย่านปทุมวัน เด็กชายแสนขี้อายคนนั้น ที่แอบชอบสาวรุ่นเดียวกันตั้งแต่ ป.5-7 สักคำยังไม่เคยคุย เก้า🐕โถย ปวย กี ✈️ 狗看飛機 Gǒu kàn fēijī (สุนัขมองเครื่องบิน)
▶️ ขวา : พนม แซ่ตั้ง 陳英豪 Chén yīngháo ตั่ง เอ็ง เฮ้า เด็กซอยแซ่ซิ้ม 沈 厝 祠 巷 หรือ สิม ชู่ ซื้อ หั่ง เด็ก 03 เลยแลดูเป็นผู้ใหญ่กว่าผู้เขียนซึ่งเกิด 04 (ในรุ่นจะมีเด็กเกิด พ.ศ. 2502-2506 ถึงแก้ปของอายุห่างกันแค่ปีเดียว ก็จะเห็นความแตกต่างได้ชัดเจนในช่วงวัยนั้น) พนมเป็นคนเรียนเก่งสอบได้ที่ 1 เกือบทุกครั้ง เราเรียนด้วยกันตอน ป.6/4 ผู้เขียนซึ่งเริ่มย่างเข้าสู่วัยรุ่นช้ากว่าเพื่อนๆ จนเที่ยงวันหนึ่ง…
หลังอาหารกลางวัน ขณะที่ผู้เขียนกำลังล้างช้อนที่ก๊อกน้ำหลังห้องสมุด ก็โดนรุ่นพี่ ป.7 ตัวโตใส่แว่น เข้ามากระชากคอเสื้อ แล้วถามด้วยเสียงอันดังว่า "มึงเก๋าหรือ?" ผู้เขียนตกใจมากจนทำอะไรไม่ถูก เพราะด้วยความที่เป็นคนตัวเล็ก เรียบร้อย พูดน้อยและขี้อาย แต่แต่งตัวเก๋า นุ่งกางเกงฟิต อาจเป็นสาเหตุให้คนหมั่นไส้ จึงไม่กล้าตอบโต้อะไร
พอมาเจอพนมที่ห้องจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง พนมซึ่งมองผู้เขียนเหมือนน้องชาย จึงไม่พอใจมากและให้พาไปชี้ตัวเด็ก ป.7 คนนั้น พนมเดินนำหน้าขึ้นบันไดจากชั้น 2 ซึ่งเป็นชั้นของพวกเราเด็ก ป.6 จำได้ว่าวันนั้นมี สิงห์ทอง 王文才 Wáng wéncái เห่ง บุ่ง ไช้ ซึ่งตัวสูงใหญ่พอกับพนมขึ้นไปด้วย พวกเราเดินไปกัน 4-5 คน ขึ้นไปชั้น 3 ที่เรียนของ ป.7
พนมพาผู้เขียนเดินตระเวนมองเข้าไปในทุกห้อง แต่ด้วยความกล้าๆกลัวๆ และไม่อยากให้เรื่องบานปลาย ผู้เขียนจึงมองแบบผ่านๆ และบอกว่าไม่เจอ แต่แค่นั้นก็แน่ใจว่าเด็ก ป.7 ต้องเห็นที่พวกเราขึ้นไปตามล่า และไม่กล้ามารังแกอีกแน่ และก็จริงตั้งแต่วันนั้นก็ไม่มีเรื่องแบบนี้อีกเลย
ทำให้ความทรงจำนี้มันฝังลึกเข้าไปในก้านสมองของผู้เขียนแบบไม่มีวันลบเลือน หลังจบ ป.7 ต่างคนต่างแยกย้ายไปตามเส้นทางของตัวเอง แต่เหตุการณ์ประทับใจในวันนั้น มันยากที่จะลืมเลือน ผู้เขียนเริ่มตามหาพนมเมื่อ 10 ปีก่อน จากรูปสมัยเรียนที่แลกกันตอนจบ ป.7 เมื่อปี 2519 เพียงรูปเดียว และข้อมูลที่มีน้อยนิด แถมเพื่อนยังใช้แซ่ ทำให้หายากเข้าไปอีก
จากกันมากว่า 40 ปี จนได้มาเจอกันครั้งแรกดังในภาพ เมื่อ 24 ต.ค. 2558 ต่างคนต่างดีใจ ถึงแม้ว่าพนมจะจำเรื่องราวที่เล่ามาไม่ได้เลยก็ตาม แต่มิตรภาพและความห่วงใย มันช่างยิ่งใหญ่ในความทรงจำของเด็กน้อยขี้อายคนนั้น ที่ในวันนี้เส้นผมกลายเป็นสีเทาและเข้าสู่วัยเกษียณกันแล้วก็ตาม
วันหนึ่งมีวาสนาได้กลับมาพบกัน ผ่านหนทางอันยาวไกลของคำว่า "เพื่อน" คำสั้นๆแต่มากมายด้วยความหมาย ภายนอกอาจเปลี่ยนไปแต่หัวใจ💖ยังดวงเดิม
หมายเหตุ : มีภาษาจีนกลาง ตัวสะกด pin-yin และคำอ่านแต้จิ๋ว ประกอบเนื้อเรื่อง
.
"เรากลับไปแก้ไขอดีต..ไม่ได้ แต่ เราทำวันนี้ให้ดีที่สุด..ได้" linxikun เพื่อนกันตลอดไป อาลั้นเด็กหลังตลาด เตี่ยงหม่อโผ่วตาโปวเกี้ย