โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เมดอินอเมริกา คัมแบ็กโรงงานมะกันคึกคักสุดรอบ 12 ปี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 23 ต.ค. 2565 เวลา 10.09 น. • เผยแพร่ 23 ต.ค. 2565 เวลา 00.08 น.
Joe Biden (Photo by Jim WATSON / AFP)

คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

การย้ายฐานการผลิตกลับบ้าน กำลังกลายเป็นแนวโน้มใหม่สำหรับประเทศต่าง ๆ หลังจากโควิด-19 แพร่ระบาด กระทั่งทำให้ห่วงโซ่อุปทานโลกชะงักงันเนื่องจากส่วนใหญ่แล้วพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานจากจีนเป็นหลัก ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า การย้ายฐานผลิตกลับบ้านหรือมาอยู่ใกล้บ้าน ไม่ได้มีแรงผลักดันจากเรื่องชาตินิยมเป็นหลัก แต่เกิดจากสถานการณ์บีบบังคับ อีกทั้งเมื่อประกอบกับเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่จีนถูกมองว่ายืนข้างรัสเซีย ทำให้ความสัมพันธ์ของชาติตะวันตกกับจีนตึงเครียดกว่าเดิม

ที่สหรัฐอเมริกาในเวลานี้ การย้ายฐานการผลิตกลับบ้าน ทำให้โรงงานต่าง ๆ กลับมาคึกคัก ตามรายงานของซีเอ็นเอ็น ระบุว่า บรรดาโรงงานผลิตวิ่งหาคนงานอย่างจ้าละหวั่น แต่ถึงอย่างนั้นก็หาได้ไม่เพียงพอ แม้จะจ่ายค่าจ้างอย่างงามก็ตาม เฉพาะเดือนกันยายน ภาคการผลิตเปิดรับคนงานใหม่ 22,000 ตำแหน่ง ทำให้รวมแล้วในรอบ 12 เดือนมีการจ้างพนักงานเพิ่มขึ้นเกือบ 5 แสนคน

นับตั้งแต่เดือนเมษายนปีนี้ การจ้างงานภาคผลิตเติบโตประมาณ 4% เติบโตเร็วที่สุดนับจากปี 1984 ขณะเดียวกันทำให้การจ้างงานโดยรวมของภาคการผลิต-โรงงานอยู่ที่เกือบ 13 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนสูงที่สุด หลังจากที่เคยลดลงอย่างหนักจากวิกฤตเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่เมื่อ 12 ปีที่แล้ว ทั้งนี้ในช่วงปี 1984 การจ้างงานภาคการผลิตเคยมีสัดส่วนมากกว่า 2 ใน 3 ของการจ้างงานทั้งหมด

“เฮย์เดน เจนนิสัน” ผู้จัดการฝ่ายผลิตเจนนิสัน คอร์ปอเรชั่น ในเพนซิลเวเนีย ซึ่งเป็นโรงงานผลิตหลายอย่างตั้งแต่อุปกรณ์ดับเพลิงไปจนถึงเครื่องจักรก่อสร้าง กล่าวว่าถึงแม้จะเพิ่มค่าจ้างเป็นชั่วโมงละ 20-30 ดอลลาร์ แต่ก็ยังไม่สามารถหาคนงานได้เพียงพอตามที่ต้องการ

“ปัญหาเรื่องขาดแคลนแรงงานเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2020 การจะหาคนที่เข้าใจอุตสาหกรรมและเข้าใจงานที่จะทำ หาได้ยากมาก”

เจย์ ทิมมอนส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสมาคมผู้ผลิตแห่งสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า เราอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน ตอนนี้ทุก 100 ตำแหน่งงานที่เปิดรับ มีคนมาสมัครเพียงแค่ 60 คน คงต้องใช้เวลาระยะหนึ่งกว่าจะหาคนงานได้เพียงพอ ตั้งแต่ปีที่แล้วเป็นต้นมาค่าจ้างในภาคการผลิตเพิ่มขึ้น 5% และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกเนื่องจากทุกโรงงานแข่งกันแย่งแรงงานมีทักษะ

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า โดยปกติแล้วงานโรงงานมักจะได้รับผลกระทบสูงหากเศรษฐกิจไม่ดี แบบเดียวกับที่เกิดขึ้นหลังจากวิกฤตใหญ่เมื่อปี 2008 แต่ในรอบนี้ถึงแม้จะเกิดความกลัวเรื่องเศรษฐกิจถดถอยเพราะเฟดขึ้นดอกเบี้ยมาก ก็ไม่คาดว่างานโรงงานจะเกิดวัฏจักรบูมแล้วก็ซบเซาเหมือนในอดีต

ส่วนปัญหาใหญ่ที่สุดที่ทำให้ภาคการผลิตไม่สามารถจูงใจให้คนมาทำงานด้วย เป็นเพราะการรับรู้เดิม ๆ ที่ว่างานโรงงาน สกปรกมอซอ มีแต่การเชื่อมโลหะที่มีประกายไฟแลบตลอดเวลา แต่โรงงานส่วนใหญ่ในปัจจุบันเป็นแบบไฮเทคโนโลยี ทำให้นายจ้างบางกลุ่มเริ่มมองหาวิธีแก้ปัญหา

โดยเล็งไปที่การเพิ่มแรงงานหญิง จากปัจจุบันที่ส่วนใหญ่เป็นชาย ขณะที่ผู้หญิงมีสัดส่วนเพียง 30% แต่ก็นับว่าเพิ่มจาก 2 ปีที่แล้วซึ่งมีเพียง 27% โดยมีแผนจะเพิ่มแรงงานหญิงเป็น 35% ภายในปี 2030

รัฐบาล “โจ ไบเดน” ให้ความสำคัญกับการสร้างงานในประเทศ ด้วยการส่งเสริมและพลิกฟื้นการผลิตในประเทศตามยุทธศาสตร์ “ผลิตทุกอย่างในอเมริกา ด้วยฝีมือคนงานอเมริกันทั้งหมด” โดยมุ่งเป้าไปที่การส่งเสริมผู้ผลิตขนาดเล็กและเจ้าของที่เป็นผู้หญิงหรือคนผิวสี

นอกจากนี้ยังลงทุน 3 แสนล้านดอลลาร์ด้านงานวิจัยและพัฒนา เพื่อค้นหาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึงเครือข่าย 5 จีและปัญญาประดิษฐ์ เพื่อก่อให้เกิดการจ้างงานในภาคการผลิตและเทคโนโลยีที่มีคุณภาพสูง เพื่อให้อเมริกายืนด้วยลำแข้งตัวเอง ดึงห่วงโซ่อุปทานกลับประเทศ จะได้ไม่ต้องพึ่งพาจีนหรือประเทศอื่นในยามเกิดวิกฤต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...