ปริศนาหินขาดครึ่งในซาอุฯ ชาวเน็ตแห่คาดเดาสงสัยฝีมือเอเลี่ยน
ปริศนาหินขาดครึ่งในซาอุฯ ชาวเน็ตแห่คาดเดาสงสัยฝีมือเอเลี่ยน
ปริศนาหินขาดครึ่งในซาอุฯ - วันที่ 7 ต.ค. เมโทรรายงานว่า เกิดกระแสวิพากวิจารณ์ในโลกออนไลน์ถึงปริศนาหินขาดครึ่งที่มีลักษณะแปลกประหลาดเหมือนถูกบรรจงผ่าจนแยกจากกัน โดยบางส่วนสงสัยว่าอาจเป็นฝีมือของผู้มาเยือนจากต่างดาว
หินดังกล่าวตั้งอยู่อย่างเดียวดายที่โอเอซิส เทย์มา กลางทะเลทรายทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยชาวบ้านท้องถิ่นเรียกหินรูปแบบนี้ว่า อัล นาซลา โดยนักธรณีวิทยารายหนึ่งสันนิษฐานว่า เกิดจาก "วัฎจักรการแช่แข็ง-ละลาย" (freeze thaw weathering) แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่เห็นด้วย
สาเหตุที่หลายคนไม่เห็นด้วยกับสมมติฐานของนักธรณีวิทยา เนื่องมาจากรอยผ่านั้นตรงและเนียนอย่างมากจนผิดสังเกตเหมือนกับถูกเลเซอร์ตัดขาด อย่างไรก็ดี หินปริศนา อัล นาซลา ก็กลายเป็นหนึ่งในจุดแวะท่องเที่ยวและถ่ายภาพไปโดยปริยาย
ผู้ใช้ Reddit ใช้ชื่อว่า El_Hombre_Siniestro ระบุถึงหินปริศนาก้อนนี้ว่า "ก็ไม่ได้บอกว่าเป็นฝีมือเอเลี่ยนหรอก แต่เราว่าเอเลี่ยนชัวร์เลย" ขณะที่สมาชิกอีกคนชื่อว่า Mrkim420
https://twitter.com/ArtifactsHub/status/1404076499146215426?ref_src=twsrc%5Etfw%7Ctwcamp%5Etweetembed%7Ctwterm%5E1404078412898222082%7Ctwgr%5E%7Ctwcon%5Es2_&ref_url=https%3A%2F%2Fmetro.co.uk%2F2021%2F10%2F07%2Fmystery-of-a-giant-split-rock-in-saudi-arabia-divides-the-internet-15379884%2F
นางเชอร์รี ลูอิส นักธรณีวิทยาจากมหาวิทยาลัยบริสตอล ประเทศอังกฤษ ระบุว่า ปรากฎการณ์ที่เห็นนั้นเกิดจากธรรมชาติแน่นอน เรียกว่า วัฎจักรการแช่แข็ง-ละลาย
นางลูอิส อธิบายว่า ปรากฏการณ์ที่ว่านี้คือการที่น้ำไหลเข้าไปในซอกหินแล้วอากาศหนาวเย็นทำให้แข็งตัว เมื่อน้ำแข็งตัวก็จะทำให้หินถ่างออกโดยกระบวนการนี้ใช้เวลายาวนานหลายพัน หรือหลายล้านปี ทำให้น้ำที่ลงมาตกค้างนั้นไหลลึกลงไปเรื่อยๆ ตามพัฒนาการหินที่ถูกกร่อนจนออกมาเป็นอย่างที่เห็นในปัจจุบัน