โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

กว่าจะมาถึงวันนี้ ‘ไบร์ท วชิรวิชญ์’ นักเรียนรู้ สู่คนไทยผู้สร้างมูลค่าทางสื่อให้แบรนด์หรูระดับโลกหลักร้อยล้าน

TODAY

อัพเดต 14 พ.ย. 2565 เวลา 12.23 น. • เผยแพร่ 14 พ.ย. 2565 เวลา 10.11 น. • workpointTODAY

'ไบร์ท วชิรวิชญ์’ ผู้ชายที่ใครๆ ตกหลุมรักได้ด้วยหน้าตา แต่จะรู้สึกรักมากกว่าถ้าได้รู้จักทัศนคติ และตัวตน

เปิดแง่มุมในชีวิตของนักแสดงและนักร้องไทยที่โด่งดังสุดขีด ตั้งแต่ปี 2563 จากผลงานแสดงซีรีส์กระแสแรง คั่นกู หรือ เพราะเราคู่กัน 2gether The Series ส่งให้ไบร์ท วชิรวิชญ์ ชีวอารี กลายเป็นขวัญใจของแฟนคลับทั้งชาวไทยและต่างประเทศในเวลาอันรวดเร็ว พร้อมๆ กับพาร์ทเนอร์เคมีทองคำจากซีรีส์เรื่องเดียวกัน วิน เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร ซึ่งทั้งคู่เป็นที่รู้จักในนาม "ไบร์ทวิน"

เส้นทางในวงการบันเทิงของ 'ไบร์ท วชิรวิชญ์' ไม่ใช่เพิ่งเริ่มเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เด็กหนุ่มที่เติบโตในจังหวัดนครปฐมที่กำลังจะอายุครบ 25 ปีบริบูรณ์ในวันที่ 27 ธันวาคม 2565 เข้ามาสัมผัสวงการบันเทิง ตั้งแต่อายุ 16 ปี เริ่มจากการงานพิธีกรสตรอเบอรี่ครับเค้ก รายการวัยรุ่นทางช่อง 3 ทำอยู่ได้ 2 ปี รายการปิดตัวลง แต่ก็ยังคงแคสต์งาน (เข้าทดสอบเพื่อหางาน) ในวงการบันเทิงควบคู่ไปกับการเรียน ซึ่งต้องถือว่าเป็นเด็กที่เรียนดี มัธยมต้นเรียนที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ก่อนสอบเข้ามัธยมปลาย สายวิทย์-คณิต ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา

ด้วยความตั้งใจและทุ่มเทของคุณแม่ แม้เป็นซิงเกิลมัมแต่แข็งแกร่งมุมานะส่งเรียนพิเศษ จนไบร์ทสามารถสอบเข้าศึกษาในโครงการหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ (TEPE) คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้สำเร็จ แต่แล้วก็มีจุดเปลี่ยน เมื่อไบร์ทเข้าไปบอกแม่ขอดร็อปเรียน เพื่อพิสูจน์ความสามารถของตัวเองด้วยอาชีพในวงการบันเทิง

จนกระทั่ง ปี 2562 ไบร์ทได้เซ็นสัญญากับจีเอ็มเอ็มทีวี ไบร์ทกลับไปเรียนอีกครั้งโดยเลือกเข้าศึกษาที่คณะบริหารธุรกิจ สาขาการตลาด (Marketing) หลักสูตรนานาชาติ ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (Bangkok University International หรือ BUI) ซึ่งไบร์ทสำเร็จการศึกษาตั้งแต่ปี 2564 และกำลังจะเข้ารับปริญญาบัตร ในวันที่ 14 ธันวาคมปีนี้

เมื่อได้อยู่ในค่ายจีเอ็มเอ็มทีวี ไบร์ทมีงานแสดงมากขึ้นแต่ก็ยังไม่ได้รับบทนำ และได้เป็นหนึ่งในพิธีกรโตแล้ว รายการท่องเที่ยวของแก๊งวัยรุ่นสนุกสนาน ทำอยู่ได้ 1 ปี รายการนี้ก็จบซีซั่น จังหวะนั้นเองไบร์ทได้รับโอกาสใหม่ให้เป็นพระเอกซีรีส์วายเป็นครั้งแรกและได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิตของไบร์ท

ขึ้นแท่นดารายอดนิยมวัยรุ่นที่มาแรงที่สุดในยุคนี้

ยอดผู้ติดตามในอินสตาแกรมของไบร์ท @bbrightvc เพิ่มมากขึ้นเป็นกราฟพุ่งสูง นับตั้งแต่ซีรีส์คั่นกูประสบความสำเร็จ ต่อเนื่องมาจนถึงผลงานด้านการแสดงใหม่ๆ อย่างซีรีส์ F4 Thailand, คืนนับดาว และ Good old days ร้านซื้อขายความทรงจำ โดยปัจจุบันอินสตาแกรมของไบร์ทมีมากกว่า 16.5 ล้านฟอลโลเวอร์ ส่วนทวิตเตอร์อีกช่องทางที่ไบร์ท มีเรื่องราวมาอัปเดตบ่อยๆ เช่นกัน ก็มีผู้ติดตามมากกว่า 4.4 ล้านบัญชี

อย่างไรก็ตามผลงานสุดว้าว ที่ไบร์ทสร้างชื่อล่าสุดคือเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ไบร์ทบินลัดฟ้าไปร่วมชมแฟชั่นโชว์ ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกตอนใต้ของแบรนด์ Burberry แบรนด์สุดหรูเก่าแก่ระดับโลก ซึ่งไบร์ทได้กลายเป็นส่วนสำคัญในการสร้างมูลค่าทางสื่อให้กับ Burberry

โดยสื่อ WWD ได้อ้างอิงสถิติการเก็บข้อมูลของ Launchmetrics Burberry พบว่า แบรนด์ Burberry สามารถสร้างมูลค่าทางสื่อ (Media Impact Value) จากงานแฟชั่นโชว์คอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน ประจำปี 2023 ที่จัดขึ้นในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้มากถึง 17.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 670 ล้านบาท โดยยกเครดิตให้จากการเข้าชมแฟชั่นโชว์ครั้งนี้ของนักแสดงไทย 'ไบร์ท วชิรวิชญ์ ชีวอารี'

LONDON, ENGLAND - SEPTEMBER 26: Bright Vachirawit arriving at the Burberry s/s 2022 Catwalk Show during London Fashion Week September 2022 on September 26, 2022 in London, England. (Photo by Neil Mockford/GC Images)

ซึ่งก่อนที่จะได้รับตำแหน่งแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกตอนใต้ของแบรนด์ Burberry ไบร์ทได้ถ่ายแบบแฟชั่น Burberry ให้กับนิตยสารในไทยหลายครั้ง จนกระทั่งเดือนกรกฎาคมปีนี้ ได้บินลัดฟ้า พร้อมกับนักแสดงวัยรุ่นไทยไปที่ประเทศสิงคโปร์ เพื่อร่วมงาน BURBERRY'S TB SUMMER MONOGRAM แล้วที่พิเศษมากๆ ก็คือได้ร่วมโปรเจกต์เป็นช่างภาพเอ็กซ์คูลซีฟ กระเป๋าตระกูล The Lola Bag ที่มีแคมเปญทั่วโลก ซึ่งงานถ่ายภาพก็เป็นอีกไลฟ์สไตล์ที่ไบร์ทชื่นชอบมาตั้งแต่ช่วงทำพิธีกรรายการ โตแล้ว

ความสำเร็จไม่ใช่สิ่งฉาบฉวย แต่เกิดจากการเป็น "นักเรียนรู้"

เมื่อ 2 ปีที่แล้วในงาน Open house ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ไบร์ทได้รับเชิญให้ไปพูดคุยตอบคำถามกับรุ่นน้องในมหาวิทยาลัยเดียวกัน แล้วก็มีคำถามหนึ่งที่ถามไบร์ทในทำนองแซวว่าไบร์ทเป็นคนหรือพระเจ้า ? ซึ่งเจ้าตัวก็ได้ตอบกลับว่า

"ผมเป็นคนครับ จริงๆ ผมมีอะไรที่ทำไม่ได้เยอะมาก บางทีคนอาจจะชอบเห็นภาพ อุ้ยไบร์ททำไมไบร์ททำโน่นทำนี่ได้หลายอย่าง จริงๆ ผมยังมีอะไรที่ผมต้องเรียนรู้อีกเยอะ ทุกวันนี้ผมลายมือก็อ่านไม่ออก วาดรูปก็ไม่เป็น เต้นก็ไม่ค่อยได้ แต่ว่านั่นแหละเราฝึกได้ทุกอย่าง ถ้าเราเปิดใจ ถ้าเราไม่ไปอคติกับมัน ลองทำดูอะไรที่เรารู้สึกว่ามันยากมันอะไร จริงๆ มันอาจจะมีจุดหนึ่งที่มันง่ายขึ้นก็ได้… ทุกอย่างมันมีที่มาที่ไปครับ พัฒนาตัวเองเยอะๆ เราเป็นได้มากกว่าที่เราคิดอีกเยอะ"

การที่งานของใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งทำให้ต้องพัฒนาตัวเองให้รอบด้านขึ้น แน่นอนว่า จาก 2 ปีที่แล้ว ตอนนี้จะเห็นไบร์ทพูดภาษาอังกฤษมากขึ้น ไปฝึกวาดรูปที่แกลเลอรีในวัน Day off แล้วก็น่าจะมีไปเรียนเต้น ดูจากการทัวร์ชมคอนเสิร์ตในปี 2565 จะมีคลิปลีลาการเต้นที่เรียกได้ว่ามีชีวิตชีวาและพลิ้วขึ้นเรื่อยๆ

ความสำเร็จในวงการแฟชั่นของไบร์ทกำลังไปได้อย่างสวยงาม ทำให้บรรดาแฟนคลับของไบร์ทภูมิใจตามไปด้วย เพราะถ้าไม่ได้ค้นลึกลงไป คงไม่มีใครคาดคิด BA แบรนด์ระดับโลกคนนี้ ตอนเป็นวัยรุ่นที่ยังไม่มีชื่อเสียงเคยไลฟ์ขายเสื้อผ้ามือสอง มีคนดูไม่ถึงหลักร้อยคน และตอนนั้นแทบขายไม่ได้

ภาพจาก @fangbw3000

ดนตรีคือสิ่งที่รักและมุ่งมั่นจริงจัง

อีกงานที่ ไบร์ทรักและใฝ่ฝัน นอกจากงานแสดง คือการเป็นศิลปินนักร้อง เติบโตมากับครอบครัวที่เปิดสอนดนตรี ทำให้ไบร์ทเล่นดนตรีได้หลายอย่าง ทั้งกีต้าร์ คีย์บอร์ด กลอง แล้วยังมีเสียงร้องที่ไพเราะน่าฟัง เคยประกวดวงดนตรีมาตั้งแต่เด็กๆ แม้ชีวิตในวงการบันเทิงจะก้าวขาเข้ามาทางด้านการแสดงก่อน แต่แล้วในวันหนึ่งก็ได้โอกาสร้องเพลงนำของซีรีส์ ซึ่งเพลงคั่นกู ก็เป็นอีกองค์ประกอบที่ทำให้ไบร์ทเป็นที่รู้จักมากขึ้น หลังจากมีชื่อเสียงได้มีโอกาสไปร่วมร้องเพลง Sad Movie กับแร็ปเปอร์ชื่อดัง กอล์ฟ F.HERO หรือ กอล์ฟ ณัฐวุฒิ ศรีหมอก ซึ่งถือเป็นเพลงเปิดตัวค่าย HIGH CLOUD ENTERTAINMENT

แล้วปีนี้เองที่ไบร์ทโลดแล่นตามความฝันในการเป็นนักร้องอย่างจริงจัง โดยมีซิงเกิ้ลเพลงภาษาอังกฤษเพลงแรกในชีวิตที่ชื่อเพลง Lost&Found เพลงเศร้าสไตล์คนไม่มูฟออน (Move on) เพราะตัดใจจากสิ่งเก่าๆ ไม่ลง สะท้อนตัวตนและความเป็นไบร์ท อย่างเข้มข้น ซึ่งในเดือนมีนาคม ปี 2566 ไบร์ทก็จะมีอัลบั้มเพลงเป็นครั้งแรกในชีวิต

หนึ่งเหตุการณ์ที่อาจจะทำให้มองเห็นความเอาจริงจังเอาจังทางด้านดนตรี คือ เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 65 ไบร์ทมีขึ้นโชว์ในเทศกาลดนตรีที่ราชมังคลากีฬาสถาน ด้วยคิวทอง และเดินทางไปแฟนมีตติ้งที่ประเทศอินโดนีเซีย ทำให้ต้องซ้อมกับวงแบบข้ามประเทศ จากนั้นรีบนั่งเครื่องบินกลับในวันแสดง ถึงสนามบินสุวรรณภูมิช่วงสาย และมาขึ้นเวทีโชว์ในช่วงเย็น เป็นโปรแกรมที่หลายคนถึงกับอุทานว่า "โหดมาก" แต่ไบร์ทยืนยันจะทำเพื่อสิ่งที่รักให้ได้

การเดินทางไปโชว์ตัวพบกับแฟนๆ ต่างประเทศยังคงมีต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นคือ แฟนมีตเอเชียทัวร์ F4 Thailand ที่ยังต้องบินไปอีก 7 ประเทศ แต่ในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ ไบร์ทจะอยู่ในเมืองไทยเป็นหลัก เพื่อซ้อมคอนเสิร์ตคู่ครั้งแรกของไบร์ทวิน กับ Side by Side BrightWin Concert ที่อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี ในวันที่ 24 ธ.ค. เพื่อให้แฟนๆ ที่รอคอยมา 3 ปีได้เต็มอิ่ม ส่วนคอนเสิร์ตเดี่ยวเจ้าตัวยืนยันว่ามีแน่นอน แต่จะเป็นเมื่อไหร่นั้นต้องรอติดตามกันต่อไป

และสดๆ ร้อนๆ ไบร์ทจะมีเพลงใหม่ร่วมกับโบกี้ ไลออน นักร้องสาวสุดคูล เจ้าของเพลงดัง วาดไว้, ลงใจ, ทราบแล้วเปลี่ยน แห่งค่าย What the duck music ในโปรเจกต์ BowkylionxBright Live Session ที่ปล่อยในวันที่ 20 พ.ย. นี้ นอกจากงานเพลงแล้ว ปีหน้าหนุ่มฮอตคนนี้จะมีงานแสดงภาพยนตร์ที่กำลังซุ่มเตรียมตัวอยู่ด้วย

ภาพจาก IG : @bbrightvc

เผชิญกับหลากหลายดราม่า

ต้องยอมรับว่าการมีชื่อเสียงโด่งดังขึ้น ย่อมถูกจับตามองมากขึ้นตามไปด้วย ไบร์ทเจอกับกระแสดราม่าแต่ละเรื่องค่อนข้างรุนแรง เคยติดเทรนด์ทวิตเตอร์ข้ามประเทศ เคยมีกลุ่มแอนตี้พฤติกรรมสมัยเรียนที่ขุดวีรกรรมมารื้อฟื้น รวมถึงประเด็นที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีดัง Forex 3D ซึ่งไบร์ท ได้ออกมาตอบคำถามและชี้แจงเรื่องราวต่างๆ ยอมรับผิด พร้อมรับปากจะพยายามปรับปรุงให้ดีขึ้น ไม่ทำผิดซ้ำ โดยเมื่อหลายปีก่อน ไบร์ทเคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับกระแสในแง่ลบจากคนที่ไม่ชอบเขาว่า "ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องรักผมก็ได้ แต่อย่าทำร้ายผมก็พอครับ"

นอกจากนี้ ไบร์ทยังมีมุมมองในเรื่องของการทำให้ผู้คนรอบตัวมีความสุข เพราะในฐานะนักแสดง นักร้อง ซึ่งเป็นอาชีพ ที่ถูกคาดหวังว่าจะสร้างความสุขให้กับผู้อื่นเสมอ โดยเป็นการตอบคำถามในงาน Open house ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ซึ่งตอนนั้นเขาอายุ 22 ปี

"เราต้องมองหาความสุขจากอะไรเล็กๆ น้อยๆ บางวันผมมองท้องฟ้าผมก็มีความสุขเพราะท้องฟ้าสำหรับผมเหมือนเป็นงานศิลป์ให้ดูฟรีเลยเพราะเปลี่ยนทุกวัน ถ้าเรามีความสุขกับสิ่งเล็กๆ น้อยได้ ชีวิตจะแฮปปี้ขึ้นเยอะ พอตัวเราแฮปปี้ ไม่ต้องคิดหรอกว่า เราจะแบ่งความสุขให้คนอื่นยังไง เรามีความสุข เราไปทางไหนเรายิ้มแย้มแจ่มใส …ทุกคนจะสัมผัสได้ เหมือนเราแผ่ความสุขอยู่ เริ่มจากตัวเราก่อน ตัวเรามีความสุขก่อน เราไม่ไปปล่อยพลังลบ คนรอบๆ ก็จะอารมณ์ดีขึ้น แต่ก็ไม่ได้จำเป็นว่าเรามีปัญหาอยู่แต่เราต้องมานั่งยิ้มแย้มแจ่มใส แต่เราต้องจัดอารมณ์ตัวเอง"

ภาพจาก IG : @bbrightvc

เรื่องราวบางส่วนจากชีวิตของ 'ไบร์ท วชิรวิชญ์' น่าจะเป็นตัวอย่างได้ไม่มากก็น้อย ในแง่ของความพยายาม การพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เพราะโลกใบนี้ยังมีสิ่งที่ยังไม่รู้ รอให้ได้เรียนรู้อีกมากมาย…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...