โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พีระมิดโบราณที่แอนตาร์กติกา !? ฤๅเคยมีอารยธรรมมนุษย์ที่นั่น

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 11 ม.ค. 2568 เวลา 17.19 น. • เผยแพร่ 11 ม.ค. 2568 เวลา 17.19 น.
นูนาทัก (Nunataks) ที่แอนตาร์กติกา, ภาพถ่ายเมื่อ 6 ก.พ. 2004 (ภาพโดย Euphro จาก Flickr สิทธิ์การใช้งาน CC BY-SA 2.0) และพีระมิด (Pyramids), ภาพถ่ายเมื่อ 1 ก.ค. 2020 (ภาพโดย KHALED DESOUKI / AFP) - มีการตกแต่งกราฟิกเพิ่มโดย กอง บก.ศิลปวัฒนธรรม

พีระมิดโบราณที่แอนตาร์กติกา !? ฤๅเคยมีอารยธรรมมนุษย์ที่นั่น

เมื่อปี 2016 เว็บไซต์ต่าง ๆ ทั่วโลกมีการเผยแพร่ภาพจาก Google Earth แสดงภาพมุมสูงของพื้นผิวทวีปแอนตาร์กติกาที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งและหิมะขาวโพลน ภาพนั้นยังเผยภูมิประเทศรูปทรงคล้ายพีระมิดโบราณถูกห้อมล้อมด้วยหิมะและความเวิ้งว้างว่างเปล่าของทวีปสุดขอบโลกทางทิศใต้แห่งนี้ด้วย

พีระมิดแห่งแอนตาร์กติกาสองแห่งอยู่ห่างจากชายฝั่ง 10 ไมล์ (16 กม.) ส่วนอีกแห่งอยู่ใกล้แนวชายฝั่ง พื้นผิวคล้ายพีระมิดทั้งสามจุดบังเอิญไปเหมือนพีระมิดแห่งกิซ่าอันโด่งดังของอียิปต์ นำไปสู่คำถามว่านี่คือพีระมิดฝีมือมนุษย์ในอารยธรรมโบราณหรือไม่ ? มันไปอยู่ที่แอนตาร์กติกาอันหนาวเย็นและไร้ชีวิตชีวาได้อย่างไร และใครสร้าง ?

มีหลายทฤษฎีเกี่ยวกับที่มาของพีระมิดเหล่านี้ คนบางกลุ่มบอกว่าพีระมิดนี้เป็นร่องรอยที่เหลืออยู่ของอารยธรรมแอตแลนติสในแอนตาร์กติกา แม้กระทั่งข้อสันนิษฐานว่ามันถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์ต่างดาว นักวิจัยให้คำอธิบายด้วยหลักธรณีวิทยาตามธรรมชาติของพีระมิดโบราณที่แอนตาร์กติกา พวกเขาชี้ว่าที่จริงแล้ว “พีระมิด” เป็นเพียง “Nunataks” หรือยอดเขารูปทรงคล้ายพีระมิดที่โผล่พ้นผืนน้ำแข็งและสูงเด่นกว่าภูมิประเทศโดยรอบเท่านั้น ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น

กระนั้น ข้อสังเกตเรื่องอารยธรรมมนุษย์ในทวีปแอนตาร์กติกาตั้งแต่สมัยโบราณยังคงเป็นที่พูดถึงกันอยู่ ซึ่งที่จริงถูกพูดถึงมานานหลายสิบปีแล้วก่อนมีการเผยแพร่ภาพมุมสูงนั้นเสียอีก โดดเด่นที่สุดคืองานวิจัยของ ดร. ชาร์ลส์ แฮปกู้ด (Charles Hapgood) ผู้สนับสนุนแนวคิดเรื่องทวีปแอนตาร์กติกาเคยมีมนุษย์อาศัยอยู่เมื่อ 6,000 ปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่มนุษย์ยุคโบราณในส่วนอื่นของโลกเริ่มสรรสร้างอารยธรรมของตนเอง

Dr. Charles Hapgood สนับสนุนการมีอยู่ของอารยธรรมโบราณในทวีปที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งอย่างแอนตาร์กติกา จากงานวิจัยชื่อ “Maps of the Ancient Sea Kings” ของเขาเมื่อปี 1966 มีหลักฐานสนับสนุนทฤษฎีนี้เป็นแผนที่ของ Piri Reis นักเดินเรือชาวเติร์ก (ตุรกี) แห่งจักรวรรดิออตโตมัน ผู้สร้างแผนที่ฉบับหนึ่งขึ้นในศตวรรษที่ 16 และนำไปสู่การตั้งข้อสังเกตและข้อถกเถียงมากมาย เพราะดูเหมือนว่าแผนที่ดังกล่าวจะแสดงพื้นที่บริเวณทวีปแอนตาร์กติกาที่ปราศจากน้ำแข็งจริง ๆ

สมมติฐานเรื่องอารยธรรมอายุ 6,000 ปี บนทวีปบริเวณขั้วโลกใต้ อ้างอิงจากแผนที่ยุคศตวรรษที่ 16 ? ดูผิวเผินอาจเหมือนการจับแพะชนแกะ แต่ที่ไปที่มาของเรื่องราวเหล่านี้กลับชวนให้ติดตามอยู่ไม่น้อย

แผนที่ของ Piri Reis ถูกพบในตุรกีโดยเจ้าหน้าที่กองทัพเรือตุรกีคนหนึ่ง ก่อนเขาจะส่งมันไปยังสำนักงาน Hydro-Graphic ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในปี 1953 จากนั้น M.I. Walters หัวหน้าวิศวกรประจำสำนักงานของที่นั่นได้ส่งต่อแผนที่ไปให้ เออร์ลิงตัน เอช. มัลเลอรี (Arlington H. Mallery) ช่วยตรวจสอบความน่าเชื่อถือและความสอดคล้องกับแอนตาร์กติกาตามแผนที่ ปรากฏว่ามัลเลอรีประเมินแผนที่ของ Piri Reis ว่ามี “ความแม่นยำอย่างสมบูรณ์” และอาจถูกคัดลอกมาจากแผนที่ที่สร้างขึ้นก่อนหน้านั้นอีกที หรือเมื่อ 6,000 ปีก่อน

งานวิจัยชี้ว่าพื้นที่ของทวีปแอนตาร์กติกาในแผนที่ Piri Reis แม่นยำในระดับมีการรับรองด้วยวิธีวิเคราะห์ภูมิประเทศจากการใช้คลื่นไหวสะเทือนและโซนาร์ (seismic soundings and sonar) นักวิจัยพบว่าลึกเข้าไปผืนน้ำแข็งตามแนวชายฝั่ง เทือกเขา ที่ราบสูง ฯลฯ ของพื้นที่ Queen Maud เขตทางภูมิศาสตร์ในทวีปแอนตาร์กติกาตรงกับข้อมูลที่แสดงในแผนที่อย่างน่าประหลาด

โอลไมเยอร์ (Olhmeyer) หัวหน้าคณะสำรวจแอนตาร์กติกาของอังกฤษ-สวีเดน เคยเขียนจดหมายถึง Dr. Charles Hapgood มีข้อความว่า

“เรียน ศาสตราจารย์ แฮปกู้ด

คำขอของคุณเรื่องการประเมินรายละเอียดที่บกพร่องบางส่วนของแผนที่ Piri Reis Antarctica ปี 1513 โดยองค์กรนี้ได้รับการตรวจสอบแล้ว การอ้างว่าส่วนล่างของแผนที่แสดงบริเวณชายฝั่ง Princess Martha ของ Queen Maud Land แอนตาร์กติก และคาบสมุทร Palmer นั้นสมเหตุสมผล เราพบว่านี่คือการตีความแผนที่ที่ถูกต้องและใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด รายละเอียดทางภูมิศาสตร์ที่แสดงในส่วนล่างของแผนที่สอดคล้องกันอย่างน่าเหลือเชื่อกับข้อมูลการเกิดแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นตอนบนแผ่นน้ำแข็งโดยคณะสำรวจแอนตาร์กติกของสวีเดน-อังกฤษในปี 1949 สิ่งนี้บ่งชี้ว่าแนวชายฝั่งถูกทำเป็นแผนที่ก่อนน้ำแข็งปกคลุม ส่วนนี้ของแอนตาร์กติกา (เคย) ปราศจากน้ำแข็ง (แต่) แผ่นน้ำแข็งในภูมิภาคนี้มีความหนาประมาณหนึ่งไมล์ เราไม่รู้ว่าข้อมูลบนแผนที่นี้กลายเป็นความรู้ความเข้าใจทางภูมิศาสตร์ในปี ค.ศ. 1513 ได้อย่างไร”

จดหมายของ Ohlmeyer ยืนยันทฤษฎีของ Dr. Charles Hapgood ว่าแผนที่ของ Piri Reis อาจถูกคัดลอกมาจากแผนที่ที่สร้างขึ้นในสมัยโบราณอีกทอดหนึ่ง

ดร.ชาร์ลส์ แฮปกู้ด ระบุในงานวิจัยด้วยว่าแม้แผนที่จะมีละติจูดและลองจิจูดเป็นมุมฉากเรขาคณิตแนวระนาบ แต่มันต้องอ้างอิงจากแผนที่ยุคก่อนหน้านั้น คือมีต้นฉบับจากยุคโบราณ เพราะผู้สร้างแผนที่ใช้หลักตรีโกณมิติทรงกลมวาดแผนที่ขึ้นมา และหลักการนี้ถูกคิดค้นขึ้นในศตวรรษที่ 18 ขณะที่แผนที่ระบุ ค.ศ. 1513 ซึ่งอยู่ในช่วงชีวิตของ Piri Reis (ค.ศ. 1465-1553)

นั่นหมายความว่าแผนที่ของ Piri Reis ที่อ้างอิงและตรวจสอบกันอยู่นี้ ถูกทำขึ้นในศตวรรษที่ 18 ด้วยวิทยาการแผนที่ยุคนั้น แต่ระบุปีในศตวรรษที่ 16 ตามช่วงชีวิตของคนในชื่อแผนที่ และมีการคัดลอกต่อกันเป็นทอด ๆ โดยต้นฉบับที่แท้จริงต้องเก่าแก่กว่านั้น

แต่ไม่ว่าพีระมิดแห่งทวีปน้ำแข็งมีต้นกำเนิดมาจากอะไร และแม้ว่าคนจำนวนมาก (ส่วนใหญ่) เชื่อว่ามันเป็นเพียงภูเขา แต่การค้นพบนี้นำไปสู่การทบทวนเกี่ยวกับการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ในทวีปอันห่างไกลอย่างแอนตาร์กติกาว่าเคยมีอยู่จริงหรือไม่ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

Clyde Winters, Ancient Origins (26 May, 2020) : Ancient Pyramids in an Icy Landscape: Was There an Ancient Civilization in Antarctica? (Online)

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 18 มกราคม 2566

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พีระมิดโบราณที่แอนตาร์กติกา !? ฤๅเคยมีอารยธรรมมนุษย์ที่นั่น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...