‘Facial Fitness’ เทรนด์ออกกำลังกายใบหน้าที่มาแรงและให้ผลลัพธ์อย่างน่าทึ่ง
ในโลกที่การฉีด(ผิว)ดูเหมือนจะช่วยขจัดปัญหาได้ทุกหนแห่งHannah Thompson จึงย้อนถามขึ้นว่าถ้าเช่นนั้นการบริหารใบหน้ายังคงเป็นสิ่งที่พวกเราเพรียกหาอยู่หรือไม่?
เรากำลังพูดถึงรูขุมขน กราม หรือจมูกที่โด่งไม่ได้ดั่งใจใช่ไหม…อะไรก็ตามที่กวนใจพวกเรา โดยเฉพาะเวลาที่ทุกคนต่างตกตะลึงกับผลวิเคราะห์ใบหน้าที่ล้ำลึกเกินไป ซึ่งพอเข้าใจได้อยู่ เมื่อโซเชียลมีเดียตามเราไปทุกหนทุกแห่งก็ยิ่งทำให้มั่นใจว่าเราไม่สามารถเผยภาพลักษณ์ที่แท้จริงได้อีกต่อไป มิหนำซ้ำตอนช่วงล็อกดาวน์ยิ่งตอกย้ำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในบ้านกระจกตลอดเวลา เพราะยิ่งเราเห็นตัวเองผ่าน Zoom, Face Time หรือ Instagram มากเท่าไร เราก็ยิ่งเห็นภาพสะท้อนความเป็นจริงบนใบหน้ามากเท่านั้น รวมถึงตารางทำงานคนเดียวช่วง work from home ผ่านวิดีโอคอล ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าตอนนี้ฉันตระหนักกับความไม่สมดุลของใบหน้าตัวเอง ตั้งแต่คิ้วที่โดดเด้ง ไปจนถึงมุมปากข้างหนึ่งที่ตกเวลาขยับปากพูด
เพียงแค่หน้าจอเดียวก็กดดันให้เราต้องติดตามความเคลื่อนไหวของสกินแคร์รูปแบบใหม่ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นได้แล้ว และกลุ่ม ‘สกินฟลูเอนเซอร์’ หน้าใหม่ก็ปรากฏตัวในชั่วข้ามคืน ไม่ใช่แค่เรื่องทำความสะอาดผิว หรือมาสก์หน้าแค่นั้น แต่รวมถึงการสาธิตวิธีการขูด คลึง และดึงใบหน้าอย่างเชี่ยวชาญหน้ากล้อง แม้พวกเขาไม่ได้ผสมสูตรแป้งหรือตัวมาสก์หน้าที่บ้าน แต่ต่างยกย่องประโยชน์ของการออกกำลังกายใบหน้าที่เรียกว่า ‘Facial Fitness’
ดีเทลการฝึกบริหารใบหน้าจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้บอกกล่าว แต่การเปรียบเทียบมักวัดกับวิธีการออกกำลังกายของเรา “ตามข้อมูลบน Pinterest พบว่าการค้นหาหัวข้อ ‘การบริหารด้วยการโยคะใบหน้า’ และ ‘ทำอย่างไรให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งเป็นธรรมชาติ’ เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่าในปี 2020” Olivia Houghton นักวิเคราะห์เชิงสร้างสรรค์แห่ง The Future Laboratory อธิบาย บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ซึ่งคลิปวิดีโอสั้นและภาพกราฟิกที่ให้ข้อมูลเข้าใจง่ายตอบโจทย์ความต้องการช่วยเติมเต็มเวลาว่างช่วงโควิด-19 และใช้ง่ายจนกลายเป็นงานอดิเรกยอดนิยม ฟิตเนสเทรนด์สำหรับใบหน้าส่วนใหญ่เติบโตจากการนวดหน้าและเครื่องมือต่างๆ ศาสตร์ที่มีอายุหลายศตวรรษอย่าง ‘กัวซา’ กลายเป็นหนึ่งในเทคนิคปรนนิบัติผิวหน้ายอดนิยมอย่างรวดเร็วบน TikTok ซึ่งมียอดวิวสูงถึง 840.1 ล้าน ว่าแต่การฝึกบริหารใบหน้าช่วยรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับแฟนคลับเพื่อผิวพรรณเปล่งปลั่งกระจ่างใสและเข้ารูปได้มากน้อยแค่ไหน?
@allyoucanface Here is how to use a #guasha correctly ✨ #guashatutorial #guashafacial #guashamassage #allyoucanface ♬ La Vie En Rose – Emily Watts
ในฐานะนักข่าวด้านความงาม ฉันมักมีภูมิคุ้มกันต่อคำชวนเชื่อที่หลอกให้คลิกไลก์หรือฟอลโลว์ตามกระแสโซเชียล และบอกตามตรงว่ารู้สึกหน่ายกับการยอมรับไอเดียที่ว่าหากเราต้องการเปลี่ยนใบหน้าอย่างล้ำลึกก็ต้องพึ่งปลายเข็มเท่านั้น อย่างไรก็ดีเฟซฟิตเนสหรือการบริหารกล้ามเนื้อใบหน้า ไม่เพียงแต่ทะยานขึ้นท็อปชาร์ตอย่างที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน แต่จัดเป็นการเคลื่อนไหวที่เข้าถึงคนทุกสภาพผิวและทุกวัย ฉันเลือกวิธีดูแลฟื้นฟูผิวด้วยเครื่องมือกัวซา โดยเริ่มใช้ 5-10 นาทีต่อวัน และรู้สึกทึ่งกับประสิทธิภาพและผลลัพธ์ สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในกระจกหรือหน้าจอ ผิวของฉันดูสุขภาพดีและสดชื่น มีชีวิตชีวากว่าช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา รวมถึงตระหนักได้ทันทีว่าที่ผ่านมาใบหน้าของตัวเองแบกรับความตึงเครียดมากแค่ไหน ทั้งน่าสงสัยและน่าสะพรึงกับผลลัพธ์จริงๆ ดังนั้นฉันจึงตัดสินใจพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญถึงเทคนิคเหล่านี้เพื่อค้นหาว่ามีอะไรเกิดขึ้นภายใต้ผิวหน้า
‘การนวดหน้า’ จัดเป็นหนึ่งในวิธีช่วยคลายความตึงเครียดที่อยู่ยงคงกระพัน ซึ่ง Abigail James ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหน้าและผู้เขียนหนังสือเรื่อง The Glow Plan ก็ใช้ศาสตร์นี้กับลูกค้ามานานกว่า 15 ปี หลังจากผ่านการฝึกอบรมด้านกีฬาและการนวดกระตุ้นระบบน้ำเหลืองแบบอายุรเวท เธอพบว่าการใช้ทั้ง 2 กลยุทธ์ส่งผลต่อใบหน้าของพวกเราโดยตรง“ในใบหน้าของเรา ไม่ใช่กล้ามเนื้อทั้งหมดที่เชื่อมต่อกับกระดูก กล้ามเนื้อบางมัดอยู่ติดกัน ทำให้เราแสดงอารมณ์ความรู้สึกผ่านใบหน้าได้ พวกเรายังคงกักเก็บความตึงเครียดอยู่บนกล้ามเนื้อเหล่านั้น คุณสามารถมองไปที่ใบหน้าใครสักคนแล้วจะเห็นทันทีว่าพวกเขาเครียด มีความสุข หรือเสียใจ” เธออธิบายต่อว่า “ที่ไหนที่เรามีกล้ามเนื้อแน่นแสดงว่าของเหลวไม่สามารถไหลเวียนผ่านได้ เพราะมีความตึงเครียด การนวดจะช่วยยืดคลายกล้ามเนื้อ” ทั้งการดูแลปรนนิบัติใบหน้าที่เธอสาธิตที่คลินิก หรือเทคนิคซึ่งเธอแชร์ให้คนติดตามบนอินสตาแกรมและยูทูบ อบิเกลชื่นชอบการสัมผัสที่เอื้อประโยชน์ต่อร่างกายและอารมณ์มากกว่าการใช้อุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ
จุดประสงค์ของเทคนิคเหล่านี้คือลงลึกถึงใต้ผิว ทำงานกับกล้ามเนื้อในลักษณะที่เอื้อประโยชน์ต่อผิวในที่สุด “การนวดหน้าเป็นการช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต ซึ่งเท่ากับว่าพวกเรานำเลือดและสารอาหารที่สดใหม่เข้าสู่ผิว” Danielle Collins กูรูโยคะใบหน้าชั้นนำระดับโลกกล่าว โดยแนวทางอันหลากหลายของเธอ ผสมผสานกับคุณประโยชน์ของการยืดกล้ามเนื้อและการนวด “มันยังทำงานร่วมกับการระบายน้ำเหลืองซึ่งช่วยขจัดสารพิษออกจากผิวของเรา และบรรเทาความตึงเครียดต่างๆ” ผลลัพธ์น่ะเหรอ? ก็คือผิวพรรณเปล่งปลั่งกระจ่างใส!
ผู้เชี่ยวชาญอีกคนที่เราปรึกษาคือ Ada Ooi หมอนวดใบหน้าและแพทย์แผนจีน ผู้ซึ่งมีมือวิเศษที่ทำให้หลายคนออร่าจับบนพรมแดง เธอมีลูกค้าจากทั่วโลกเพราะติดใจซิกเนเจอร์การบำรุงดูแลรักษาผิวหน้าที่ผสมผสานกัวซา หรือการฝังเข็มแบบจีนโบราณ และการนวดกดจุด คือรอบใบหน้าทั้งหมดถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นเส้นเมอริเดียนของร่างกาย อีกทั้งการรักษาตามหลักแพทย์แผนจีนที่เน้นความสมดุล สร้างช่องทางเชื่อมต่อกันให้สามารถส่งพลังงานไปทั่วร่างกาย เช่นนั้นลูกค้าของเธอจึงสัมผัสได้ถึงความกระจ่างใสที่ผิวชั้นนอก บวกกับข้อดีอื่นๆ อย่างชัดเจน นั่นก็รวมถึงปัจจัยการบริหารกล้ามเนื้อด้วย “ข้อดีระยะยาวของกัวซาและการนวดอยู่ที่ความบ่อยครั้ง เมื่อเราทำมาก เราก็ยิ่งสามารถส่งสัญญาณไปยังบริเวณที่เรากำลังนวดได้มากขึ้น และฝึกให้รู้ว่าจะปฏิบัติตนอย่างไร” เธอกล่าว
ทางด้าน Inge Theron ผู้ก่อตั้ง FaceGym อธิบายว่า นวดหน้าแต่ละจุดมุ่งเน้นการใช้กล้ามเนื้ออย่างเหมาะสม การบริหารใบหน้า (หรือที่เรารู้จักในชื่อ Face Yoga) จึงเป็น ‘การออกกำลังกายที่ให้แรงต้านต่อมัดกล้ามเนื้อ’ “เมื่อเราออกแรงดึงหรือผลักกล้ามเนื้อจริงๆ เราก็จะรู้สึกเหนื่อยล้า และกล้ามเนื้อก็กำลังยืดเหยียดตัวเพราะมันได้ออกกำลังกาย” เธอกล่าวต่ออีกว่า “กล้ามเนื้อก็เหมือนโครงนั่งร้านที่ผิวของคุณยึดเกาะอยู่ ถ้ากล้ามเนื้อกระชับและตึง ผิวของคุณก็จะกระชับและตึงไปด้วย”
เธอเชื่อมั่นในประโยชน์จากการบริหารใบหน้าอย่างมาก ดังนั้นเธอจึงทำธุรกิจเกี่ยวกับด้านสุขภาพและความงาม จากประสบการณ์ในอุตสาหกรรมสปาและมีดีกรีเป็นนักข่าวผู้เชี่ยวชาญในหัวข้อนี้ เธอชี้ให้เห็นช่องว่างในการเลือกปรนนิบัติฟื้นฟูผิวให้อ่อนเยาว์ว่า“ทุกอย่างมุ่งไปที่วิธีศัลยกรรม หรือไม่ก็นวัตกรรมการฉายแสง ไม่มีใครพูดถึงกล้ามเนื้อเลย ความคิดของฉันทั้งหมดคือถ้าหากเราพาร่างตัวเองไปที่ยิม แน่นอนว่าใบหน้าก็ต้องติดตามไปด้วย และพร้อมออกกำลังกาย” เธอกล่าว“ครั้งแรกที่ฉันเกิดไอเดียนี้” และพูดว่า “พวกเราจะสามารถปรับโทนสีผิว ลดเลือนริ้วร้อย และยกกระชับใบหน้าด้วยวิธีรักษาที่นุ่มนวล คุ้มค่า และไม่ต้องบาดเจ็บ แต่หลายคนกลับบอกว่ามันไม่มีทางได้ผล”
แต่แล้วหลังจากช่วงโควิด-19 ระบาดก็ช่วยให้รูปแบบธุรกิจเดิมของเธอกลับมาผงาดบนแพลตฟอร์มอีกครั้งในชั่วข้าวคืน ธีรอนและทีมงานได้เจาะจงเลือกรูปแบบการออกกำลังกายที่สามารถสอนได้ (พวกเขาเลือกจาก 180 กระบวนท่า) เข้าถึงง่าย ที่สำคัญให้ประสิทธิภาพสูง และแชร์การออกกำลังกายสมจริงแก่คนที่ติดตาม Face Gym บนอินสตาแกรม “จากยอดฟอลโลว์ 50,000 บนไอจี เพิ่มขึ้นจนเกือบถึง 770,000 ฟอลโลว์ เมื่อเราเริ่มเห็นคนจริงๆ ทั่วโลกเข้าถึงเหมือนมีสตูดิโอมืออาชีพอยู่ที่บ้าน จุดนี้แหละที่ฉันมองว่าเป็นการเปิดตัวแบรนด์อย่างแท้จริง”
ในขณะที่การบริหารใบหน้ายังคงเป็นเรื่องที่พูดกันเลื่อนลอย จึงมีการวิจัยเพื่อนำมาใช้งานอย่างถูกต้อง หนึ่งในการศึกษาวิจัยในปี 2018 ดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น ซึ่งพบว่าการฝึกบริหารใบหน้าของผู้หญิงวัยกลางคนเป็นระยะเวลา 20 สัปดาห์ สามารถปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์และเนื้อสัมผัสของผิวโดยรวม ส่วนอีกหนึ่งการศึกษาวิจัยจากประเทศเกาหลีใต้ซึ่งมุ่งดูผลลัพธ์ของการใช้อุปกรณ์บริหารใบหน้า 2 ครั้งต่อสัปดาห์อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 8 สัปดาห์ ปรากฏว่าความหนาของกล้ามเนื้อใบหน้าเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผิวหน้าดูอ่อนเยาว์กว่าเดิม รวมถึงริ้วรอยดูลดเลือนอีกด้วย
“เฟซโยคะไม่ได้ช่วยกำจัดความเสียหายของผิวจากการทำลายของแสงแดด หรือความหย่อนคล้อยจากการสูญเสียคอลลาเจนที่มากับวัยอย่างทันทีทันใดหรอกค่ะ” Dr. Justine Hextall แพทย์ผิวหนังกล่าว “แต่มันช่วยยกกระชับใบหน้าได้ และผลลัพธ์จากการศึกษาวิจัยก็ดูเหมือนว่าจะเป็นเช่นนั้นจริง พวกเราทราบดีว่าการบริหารใบหน้าอย่างสม่ำเสมอจะช่วยปรับเปลี่ยนกล้ามเนื้อ คนที่ชอบกัดฟันจึงมีกล้ามเนื้อบริเวณรอบกรามที่โต เมื่อเป็นเช่นนี้เห็นทีเฟซฟิตเนสกำลังสั่นระฆังมรณะให้กับสารเติมเต็มทั้งหลายใช่หรือไม่? เมื่อพิจารณาจากการเยียวยารักษาความงามที่เพิ่มขึ้นในปีที่แล้วก็ไม่น่าจะเป็นไปได้! แต่สิ่งที่เฟซโยคะทำได้สำเร็จคือการสร้างตัวเลือกใหม่ อย่างไรก็แล้วแต่การทำศัลยกรรมหรือวิธีฉีดยาเกือบจะเป็นคำตอบแรกยามที่สัญญาณความชราของผิวคืบคลานมา ส่วนทางเลือกแนวธรรมชาติบำบัดอย่างการบริหารใบหน้าคือคำตอบของการเปลี่ยนแปลงทัศนคติที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้น “ฉันคิดว่ามันตัดกันที่ 50-50” ธีรอนกล่าว “ฉันน่าจะพูดได้ว่า 50% ของกลุ่มลูกค้า โดยเฉพาะคนอายุน้อยตัดสินใจว่าพวกเขาต้องการชะลอการใช้วิธีผ่าตัดที่เจ็บครั้งเดียวเห็นผล”
แม้ผลลัพธ์จะน่าเชื่อถือ แต่สิ่งที่น่าหนักใจสำหรับการบริหารใบหน้าคือการจูงใจให้ผู้คนเริ่มต้น ภาพรวมของการฝึกปฏิบัติรูปแบบนี้คือบังคับให้เรารู้จักประนีประนอมและเชื่อมต่อกับจุดต่างๆ บนใบหน้าที่เราเคยตัดขาด โดยส่วนตัวแล้วฉันไม่แน่ใจว่ามันเป็นการปรับปรุงแก้ไขทางกายภาพสำหรับความกระชับของใบหน้ากับรูปร่างหน้าตาของตัวเอง หรือการมีเวลาทำความรู้จักใบหน้าของเราทำให้มองตัวเองด้วยความเห็นอกเห็นใจมากขึ้น ถือเป็นครั้งแรกที่รับรู้ว่าตัวเรานั้นเปลี่ยนไปในเชิงบวกมานานแล้ว ในโลกที่ซึ่งการรู้จักพัฒนาปรับปรุงตนมาพร้อมกับการบำรุงรักษาด้วยครีม ยาฉีดและเครื่องสำอาง ส่วนการบริหารใบหน้าหรือเฟซฟิตเนสก็โอบรับสิ่งที่พวกเรามีอยู่แล้ว และนี่คือแนวทางที่ทุกคนโหยหาในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาใช่หรือไม่?
แปล: Nawida Fourré Tantakosai
เรียบเรียง: Mallika Boonyuen
Cover Photo Courtesy: Getty Images, Pavel Danilyuk/ Pexels