โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ที่มาเขต "บางซื่อ" กับตำนานเรื่องเล่าพระเจ้าอู่ทองเอาทองมาซ่อนในย่านคนซื่อ

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 23 ธ.ค. 2566 เวลา 05.24 น. • เผยแพร่ 05 ม.ค. 2566 เวลา 03.14 น.

เขต “บางซื่อ” เป็นเขตหนึ่งของกรุงเทพฯ ทิศเหนือติดจังหวัดนนทบุรี ทิศตะวันติดเขตจตุจักร ทิศใต้ติดเขตดุสิต ทิศตะวันตกติดเขตบางพลัดและบางกรวย

คำว่า “บาง” หมายถึงทางน้ำเล็ก ๆ ในภาษามอญโบราณหมายถึง “ปาก” ส่วนคำว่า “ซื่อ” หมายถึง “ตรง” สันนิษฐานว่า “บางซื่อ” อาจหมายถึงแนวคลองที่ผ่านย่านนี้ ซึ่งมีลักษณะค่อนข้างตรง

อย่างไรก็ตาม มีตำนานเรื่องเล่าเกี่ยวข้องกับย่านบางซื่อว่า เมื่อครั้งพระเจ้าอู่ทองทรงหนีโรคห่าลงมา ทรงให้นำทองที่บรรทุกมาไปซ่อนที่บริเวณ “บางซ่อน” ต่อมามีผู้มาสอบถามคนกลุ่มหนึ่ง คนกลุ่มนั้นได้บอกที่ซ่อนทอง คนทั้งหลายจึงเห็นว่า คนเหล่านี้มีความซื่อสัตย์ จึงเรียกพื้นที่บริเวณนี้ว่า “บางซื่อ”

แม้จะเป็นเพียงข้อสันนิษฐาน แต่คำว่า “บางซื่อ” ก็ปรากฏชื่อมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยปรากฏใน “นิราศพระบาท” ของสุนทรภู่ ซึ่งแต่งขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 ความว่า “…ถึงบางซื่อชื่อบางนี้สุจริต เหมือนซื่อจิตที่พี่ตรงจำนงสมร มิตรจิตขอให้มิตรใจจร ใจสมรขอให้ซื่อเหมือนชื่อบาง…”

โดยเมื่อ พ.ศ. 2448 บางซื่อเป็นอำเภอชั้นนอก ขึ้นกระทรวงนครบาล ต่อมา พ.ศ. 2481 ยุบอำเภอบางซื่อ แล้วโอนตำบลสามเสนใน ตำบลถนนนครไชยศรี ไปขึ้นอำเภอดุสิต และโอนตำบลสามเสนนอกไปขึ้นอำเภอบางกะปิ จวบจนถึง พ.ศ. 2532 ได้แบ่งพื้นเขตดุสิต ตั้งเป็นเขตบางซื่อ

ปัจจุบันเขตบางซื่อมี 2 แขวง คือ แขวงบางซื่อ และแขวงวงศ์สว่าง

สำหรับบริเวณแขวงบางซื่อมีย่านหนึ่งชื่อว่า “บางโพ” ปรากฏความในพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1 เมื่อ “องเชียงสือ” หรือจักรพรรดิซา ล็อง แห่งเวียดนาม ได้หนีออกไปจากกรุงเทพฯ ประจวบกับครั้งนั้น องโหเดืองดึ๊ก และองทงยุงยาน สองพี่น้องได้พาครอบครัวมาทางเมืองลาวเพื่อตามหาองเชียงสือ ดังนั้น รัชกาลที่ 1 ทรงมีพระราชดำริว่า องเชียงสือนั้นให้ไปอาศัยอยู่ตอนล่างใกล้ทะเล จึงหนีไปได้โดยสะดวก ส่วนญวนพวกนี้ควรให้ไปอยู่เสียตอนบน (หมายถึงทางตอนเหนือของพระนคร) ถึงคิดหนีออกไปก็จะลำบากและไม่สะดวก จึงโปรดเกล้าฯ ให้ญวนทั้งสองนำครอบครัวไปอาศัยอยู่ที่บางโพ ซึ่งในบริเวณแถบบางโพยังคงหลงเหลือวัดทางฝ่ายอนัมนิกายคือ “วัดอนัมนิกายาราม”

ใน “นิราศภูเขาทอง” ของสุนทรภู่ เมื่อท่านได้ล่องเรือมาที่บางโพ ได้กล่าวว่าญวนบางโพมีอาชีพขายกุ้งขายปลา ความว่า “…ถึงบางโพธิ์โอ้พระศรีมหาโพธิ์ ร่มนิโรธรุกขมูลให้ภูลผล ขอเดชะอานุภาพพระทศพล ให้ผ่องพ้นไภยพาลสำราญกาย ถึงบ้านญวนล้วนแต่โรงแลสพรั่ง มีของขังกุ้งปลาไว้ค้าขาย ตรงน่าโรงโพงพางเขาวางราย พวกหญิงชายพร้อมเพรียงมาเมียงมอง…”

สำหรับแขวงวงศ์สว่างนั้น คำว่า “วงศ์สว่าง” เป็นชื่อถนนที่ตัดผ่านย่านนี้ สันนิษฐานว่าได้ชื่อมาจากนามสกุลของนายช่างที่ทำการตัดถนนดังกล่าว

นับได้ว่า “บางซื่อ” เป็นอีกย่านหนึ่งของกรุงเทพฯ ที่มีความเก่าแก่ไม่น้อยกว่า 200 ปี

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

สุจิตต์ วงษ์เทศ, บรรณาธิการ. “กรุงเทพฯ กรุงธนฯ มีภูมิสถาน ชื่อบ้านนามเมือง”. (ดรีม แคทเชอร์, 2556)

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 4 มกราคม 2566

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...