ไปทำงานต่างประเทศ 10 วิธีถูกกฎหมาย มีประเทศใดบ้าง เช็กที่นี่!
รวม 10 วิธีไปทำงานต่างประเทศถูกกฎหมาย เช็กที่นี่! ปัจจุบันมีผู้สนใจไปทำงานต่างประเทศจำนวนมาก แต่หลายคนไม่รู้จะเริ่มอย่างไร ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ อีกทั้งยังกลัวถูกหลอกจากนายหน้าเถื่อน
ซึ่งการไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกกฎหมายเป็นคำตอบที่ดีที่สุด เพราะจะได้รับความคุ้มครองหากประสบปัญหาในการทำงานขณะอยู่ต่างประเทศ “ประชาชาติธุรกิจ” รวบรวมวิธีไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกกฎหมายดังนี้
1. จัดส่งโดยภาครัฐ
เป็นบริการของรัฐโดยกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ที่ส่งคนหางานไปทำงานต่างประเทศโดยไม่ต้องเสียค่าบริการ นอกจากค่าใช้จ่ายที่จำเป็นที่ผู้เดินทางต้องจ่ายเอง เช่น ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าวีซ่า ค่าภาษี สนามบิน ค่าสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ ค่าที่พักสำหรับเตรียมตัวก่อนเดินทาง
ทั้งนี้ กรมการจัดหางานตั้งเป้าจัดส่งแรงงานไทยไปต่างประเทศปี 2566 ดังนี้
สาธารณรัฐเกาหลี 10,000 คน
- งานอุตสาหกรรมการผลิต
- งานเกษตร ปศุสัตว์
- งานก่อสร้าง
อิสราเอล 6,500 คน
- งานภาคเกษตร
ฮ่องกง และมาเก๊า รวม 200 คน
- ผู้ช่วยงานบ้าน (ฮ่องกง)
- แม่บ้าน (ฮ่องกง)
- ผู้ช่วยแม่บ้าน (ฮ่องกง)
- พนักงานนวดสปา (มาเก๊า)
- กุ๊กอาหารไทย (มาเก๊า)
- นวดแผนโบราณ (มาเก๊า)
สิงคโปร์ 200 คน
- คนงานทั่วไป
- ช่างเชื่อม
- ช่างประกอบท่อ
ญี่ปุ่นผ่านองค์กร IM Japan 400 คน
- ผู้ฝึกปฏิบัติงานเทคนิค
2. บริษัทจัดหางาน
ทั้งนี้ บริษัทจัดหางานที่ขึ้นทะเบียนกับกรมการจัดหางาน โดยมีประเทศในความร่วมมือ ดังนี้
สาธารณรัฐเกาหลี 5,000 คน
- ช่างเชื่อม อุตสาหกรรมอู่ต่อเรือ
- ช่างไฟฟ้า อุตสาหกรรมอู่ต่อเรือ
- ช่างสีพ่นทราย อุตสาหกรรมอู่ต่อเรือ
ไต้หวัน 13,000 คน
- คนงานทั่วไป
- คนงานผลิตผลิตภัณฑ์โลหะ
- กรรมกร
ซาอุดีอาระเบีย 2,000 คน
- ช่างไฟฟ้า
- ช่างประปา
- ช่างอเล็กทรอนิกส์รถยนต์
- ช่างเทคนิครถยนต์
- ช่างควบคุมความร้อนการระบายอากาศและแอร์
- ช่างเชื่อม
- ช่างไม้แบบ
- ช่างทาสี
- ช่างปูน
- ช่างเหล็กก่อสร้าง
- พนักงานบริการรถยนต์เบื้องต้น
- ช่างก่อสร้าง
- ช่างเทคนิคซ่อมบำรุง เครื่องจักร
- ช่างซ่อมตัวถังรถยนต์
- ช่างไม้
- ช่างอิเล็กทรอนิกส์
- ช่างเทคนิคเหมืองแร่
- พนักงานย่อยหิน
- ผู้ควบคุมกานขุดเจาะเหมืองแร่
- ช่างเทคนิคโลหะ
- พนักงานกระบวนการผลิตโลหะ
- ช่างเทคนิคเครื่องยนต์
ประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางและประเทศอื่น ๆ 12,500 คน
- คนงานทั่วไป
- ช่างเชื่อม
- นวดแผนโบราณ
- พนักงานนวดสปา
- คนงานเกษตร
- ผู้ทำงานบ้าน
ทั้งงนี้บริษัทจัดหางานต้องผ่านการอนุญาตจากรมการจัดหางาน โดยมีข้อกำหนดดังนี้
- ต้องแสดงใบอนุญาตการจดทะเบียนต่อกรมการจัดหางาน ไว้ในที่เปิดเผยและเห็นชัด ณ สำนักงานที่ได้รับอนุญาต
- ต้องจดทะเบียนลูกจ้างหรือตัวแทนจัดหางานที่ทำงานให้บริษัทไม่ใช้สายหรือเป็นนายหน้าเถื่อน
- เรียกเก็บค่าหัวตามกฏหมายและออกใบเสร็จรับเงินให้คนหางานไว้เป็นหลักฐาน
- เรียกเก็บเงินล่วงหน้าได้ไม่เกิน 30 วันก่อนเดินทาง ถ้าไม่ส่งไปทำงานตามกำหนด ต้องคืนเงินให้ทันที
- ต้องส่งคนงานไปตรวจโรค ณ สถานพยาบาลตามที่กรมการจักหางานประกาศรายชื่อไว้
- ต้องส่งคนหางานไปทดสอบฝีมือ ณ สถานทดสอบฝีมือตามที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงานอนุญาต
- ต้องพาคนงานเข้ารับการฝึกอบรมจากเจ้าหน้าที่ของกรมการจัดหางานก่อนเดินทาง
- ต้องพาคนหางานเดินทางออกไปทำงานต่างประเทศผ่านด่านตรวจคนหางานของกรมการจัดหางาน
- ติดต่อ : บริษัทจัดหางานที่ขึ้นทะเบียนกับกรมการจัดหางาน
ทำอย่างไรจึงไม่ถูกหลอก
– สมัครงานกับบริษัทจัดหางานที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยขอดูจากใบอนุญาตจัดหางาน
– สอบถามเจ้าหน้าที่กรมการจัดหางานว่าบริษัทจัดหางานมีจริงหรือไม่
– อย่าจ่ายเงินค่าหัว จนกว่าจะทราบกำหนดการเดินทาง
– ไม่ควรจ่ายเงินค่าบริการ (ค่าหัว) เป็นเงินสด ให้จ่ายผ่านธนาคาร โดยขอคำแนะนำจากธนาคาร
– เมื่อจ่ายเงินแล้ว ให้ขอใบเสร็จรับเงินจากบริษัทไว้เป็นหลักฐานทุกครั้ง
– หลังจ่ายเงินแล้ว หนึ่งเดือนยังไม่ได้เดินทาง ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่กรมการจัดหางานทันที
การลงทะเบียนเพื่อไปทำงานต่างประเทศวิธีการลงทะเบียน
ไปพบเจ้าหน้าที่ ณ ศูนย์ทะเบียนฯสำนักงานจัดหางานจังหวัดหรือสำนักจัดหางานกรุงเทพเขตพื้นที่ 1-10 ที่ท่านมีภูมิลำเนาอยู่หรือฝ่ายทะเบียนคนหางานและสารสนเทศ สำนักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรมการจัดหางาน พร้อมหลักฐานดังนี้
– บัดรประจำตัวประชาชน
– หลักฐานการศึกษา
– ใบรับรองทดสอบฝีมือ
3. เดินทางไปทำงานด้วยตนเอง
คนหางานติดต่อนายจ้างต่างประเทศด้วยตนเองหรือคนงานที่ทำงานครบสัญญาจ้างแล้วได้ต่อสัญญาจ้าง เมื่อเดินทางกลับมาพักผ่อน ในประเทศไทยและจะเดินทางกลับไปทำงานอีก ต้องแจ้งต่อกรมการจัดหางานก่อนวันเดินทางไม่น้อยกว่า 15 วัน
4. นายจ้างในไทยพาลูกจ้างไปทำงาน
กรณีนี้นายจ้างอาจมีบริษัทแม่อยู่ในต่างประเทศหรืออาจประมูลงานได้ จึงส่งคนงานที่อยู่ในประเทศไทยไปทำงาน คนงานดังกล่าวยังมีฐานะเป็นลูกจ้างของนายจ้างในประเทศไทย และได้รับเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงเต็มจำนวน การส่งลูกจ้างที่อยู่ในประเทศไทยไปทำงานต้องขออนุญาตต่อกรมการจัดหางาน
5. นายจ้างในไทยส่งลูกจ้างไปฝึกงาน
ลักษณะนี้นายจ้างต้องขออนุญาตพาลูกจ้างในโครงการส่งไปฝึกงานต่างประเทศหรือบริษัทแม่หรือเครือข่ายเป็นการเรียนรู้พัฒนา ฝีมือลูกจ้างให้ทันกับเทคโนโลยีสมัยใหม่
6. โครงการออแพร์ อเมริกา
AUPAIR in USA คือ โครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับครอบครัวอเมริกันผ่านการดูแลเด็กและทำงานบ้าน ภายใต้การควบคุมของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกา (The U.S. Department of State หรือ DOS)
โดยผู้เดินทางจะพักอาศัยกับครอบครัวอุปถัมภ์ชาวอเมริกันตลอดระยะเวลาของโครงการ ประมาณ 1-2 ปี ภายใต้วีซ่าประเภท J-1 (Cultural Exchange Visitor Visa) โดยจะได้รับทุนการศึกษา 500 ดอลลาร์สหรัฐต่อปีเพื่อเรียนวิชาที่สนใจ และค่าตอบแทนรายสัปดาห์ระหว่างเข้าร่วมโครงการออแพร์ โดยจะมีวันหยุด 1.5-2 วันต่อสัปดาห์ และพักร้อน 10 วันต่อปี มีห้องพักส่วนตัว พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในเรื่องที่พักและอาหาร
สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ บริษัท ไทยและอเมริกันคัลเชอรัลเอ็กซเชนจ์ จำกัด โทรศัพท์ 0-2030-2568 มือถือ 08-8577-0350 และอีเมล์ info@thaiaupair.com
7. Work and Travel อเมริกา
โครงการ Work and Travel เกิดขึ้นในประเทศไทยมากว่า 20 ปี โดยได้รับการสนับสนุนและควบคุมโดย United Department of State (DOS) ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐบาลของประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีหน้าที่ดูแลด้านโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม โดยทุก ๆ ปี โครงการนี้จะดึงดูดนักเรียนหลายพันคนจากทั่วโลก และประเทศไทยก็เช่นกัน
เพราะเป็นที่อนุญาตให้นิสิต/นักศึกษาระดับปริญญาตรีชั้นปีที่ 1, 2, 3 และ 4 และนักศึกษาระดับปริญญาโทที่มีอายุไม่เกิน 28 ปี มีสถานภาพโสด มีทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษในระดับดีพอใช้ และมีเกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า2.00 ได้เข้าร่วมโครงการเพื่อเรียนรู้ชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมชาวอเมริกันผ่านการทำงาน และการท่องเที่ยวได้ทั่วสหรัฐอเมริกา ในช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน
งานที่อนุญาตให้ทำมีตั้งแต่งานในโรงแรม รีสอร์ต ร้านอาหาร อุทยานแห่งชาติ และสวนสนุก โดยนิสิต/นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการสามารถทำงานและได้ค่าตอบแทนอย่างถูกต้องตามกฏหมาย อัตราเฉลี่ย 8.00-16.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อชั่วโมง เป็นระยะเวลา 2-3 เดือน และยังสามารถเดินทางท่องเที่ยวในประเทศสหรัฐอเมริกาภายหลังจบโครงการได้อีกประมาณ 30 วัน
สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ The U.S. Embassy & Consulate in Thailand https://th.usembassy.gov/visas/summer-work-travel-program/ โดยมีเอเยนซี่หลายแห่งในไทยที่เปิดรับสมัครโครงการนี้
8. Work and Holiday ออสเตรเลีย
Work and Holiday ของประเทศออสเตรเลีย (WAH) เป็นความร่วมมือของรัฐบาลไทย และรัฐบาลออสเตรเลีย เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้ทั้งเรียน เที่ยว และทำงาน ได้อย่างถูกต้องในออสเตรเลียภายในระยะเวลา 1 ปี
โดยแต่ละปีรัฐบาลออสเตรเลียจะให้โควตา 500 คนต่อปี แต่มีการเพิ่มขึ้นเป็นกรณีพิเศษ โดยในปี 2563 เป็น 2,000 คน ปี 2565 เป็น 1,000 คน และปี 2566 เป็น 2,000 คน โดยผู้เดินทางด้วยวีซ่าประเภทนี้สามารถทำงานได้นานสุดไม่เกิน 6 เดือนต่อนายจ้างแต่ละแห่ง (สามารถเปลี่ยนที่ทำงานใหม่ได้) และสามารถลงเรียนในออสเตรเลียได้ไม่เกิน 17 สัปดาห์ และท่องเที่ยวในออสเตรเลียได้ตลอดเวลา 1 ปี โดยไม่ต้องทำงานถ้ามีเงินเพียงพอ
ต้องยื่นสมัครโดยตรงกับกรมกิจการเด็กและเยาวชนที่ลิงก์นี้ Department of Children and Youth โดยคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการมีดังนี้
– อายุระหว่าง 18-30 ปี (ไม่เกิน 31 ปีบริบูรณ์ ณ วันที่ยื่นวีซ่ากับทางสถานทูตฯ)
– สำเร็จการศึกษา ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไป
– มีหลักฐานแสดงทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ เช่น ผลสอบ IELTS (ประเภทใดก็ได้) = 4.5 หรือเทียบเท่า โดยจะต้องมีคะแนนแต่ละพาร์ตอย่างน้อย 4.5 หรือผลการสอบ TOEFL iBT ระดับคะแนน 32 ขึ้นไป ทุกทักษะ มีอายุไม่เกิน 1 ปี โดยต้องสอบมาไม่เกิน 1 ปี (นับวันที่สอบกับวันยื่นเอกสารกับกรมกิจการเด็กและเยาวชน และ/หรือวันยื่นวีซ่า)
– หรือหากเรียนในประเทศไทยเป็นนหลักสูตรภาษาอังกฤษก็สามารถใช้ยื่นได้ โดยต้องมีใบรับรองหรือประกาศนียบัตรการศึกษาระดับอุดมศึกษา ที่เรียนอย่างน้อย 2 ปี โดยการใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อการเรียนการสอน เป็นต้น
– มีหลักฐานการเงินบัญชีออมทรัพย์ของผู้สมัครเองประมาณ 120,000 บาท
– มีหนังสือรับรองคุณสมบัติ ซึ่งออกให้โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.thaiwahclub.com
9. Working Holiday Scheme นิวซีแลนด์
รัฐบาลไทยได้จัดทำข้อตกลงโครงการตรวจลงตราทำงานและท่องเที่ยว Working Holiday Scheme (WHS) กับรัฐบาลนิวซีแลนด์ โดยเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยอายุระหว่าง 18-30 ปี จำนวน 100 คน ต่อปี สามารถที่จะเดินทางไปศึกษา ท่องเที่ยวได้ไม่เกิน 12 เดือน โดยสามารถทำงานชั่วคราว ในขณะพำนักอยู่ในนิวซีแลนด์ได้ด้วย ได้ลองทำงานในต่างประเทศ
สมัครด้วยตนเองไม่ต้องผ่านเอเจนท์ โดยลงทะเบียนเพื่อขอรับใบรับรองจากกรมกิจการเด็กและเยาวชนที่ลิงค์นี้ Department of Children and Youth โควต้าแต่ละปีอยู่ที่ 100 คน มีค่าธรรมเนียมวีซ่าประมาณ 6,400 บาท
อายุระหว่าง 18-30 ปี (อายุยังไม่เกิน 31 ปีบริบูรณ์ ณ วันที่ยื่นขอวีซ่ากับสถานเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย) สำเร็จการศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไป มีหลักฐานแสดงทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ มีหลักฐานการเงินบัญชีออมทรัพย์ของผู้สมัครเอง 7,000 ดอลลาร์นิวซีแลนด์
10. WWOOFing
Worldwide Opportunities on Organic Farms หรือ WWOOF (วูฟ) เป็นองค์กรที่จับคู่อาสาสมัครกับโฮสต์ฟาร์มในประเทศต่าง ๆ มาตั้งแต่ปี 1971 เช่น เบลเยี่ยม บราซิล เดนมาร์ก สหราชอาณาจักร เป็นต้น แต่โครงการนี้จะแตกต่างจากโครงการอื่น ๆ ข้างต้น เพราะไม่มีค่าตอบแทนเป็นตัวเงิน แต่จะได้ทำงานเพื่อแลกกับที่อยู่อาศัยและค่าอาหาร โดยมีเป้าหมายคือการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมเชิงนิเวศ ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการต้องจ่ายค่าสมัครสมาชิก และค่าตั๋วเครื่องบิน
สามารถค้นหาฟาร์มและสายงานในประเทศที่สนใจได้ทางเว็บไซต์ wwoof.net