โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ยุบสภา เสียของ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 29 ธ.ค. 2565 เวลา 10.00 น. • เผยแพร่ 29 ธ.ค. 2565 เวลา 05.36 น.

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แย้มว่าจะเข้าเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว พอถูกท้วงว่าระวังจะเกิดปัญหาข้อกฎหมาย เลยเล่นลีลาเปลี่ยนทีท่าว่าเป็นแค่ประกาศเจตนารมณ์ พิธีการ พิธีกรรมยังต้องมีอีกหลายขั้นตอน

อย่างไรก็ตามความชัดเจนทำให้บรรยากาศการเมืองลดความอึมครึมลงระดับหนึ่ง แถมเป็นข่าวดีสำหรับ ส.ส. อดีต ส.ส. และว่าที่ ส.ส.ที่กำลังวิ่งหารังใหม่กันควั่ก

ที่แน่ๆ ข่าวดียิ่งกว่า ก็คือ พล.อ.ประยุทธ์บอกยังไม่ยุบสภา แต่จะอยู่ทำงานต่อไปอีกสองเดือน จนใกล้สภาผู้แทนครบวาระ 26 มีนาคม 2566

เมื่อรัฐบาลจะอยู่ให้นานที่สุด เวลาที่เหลืออยู่ทั้งรัฐบาลและรัฐสภาจึงควรทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะการบัญญัติกฎหมายเพื่อขับเคลื่อนสังคมไทยในทุกด้าน

แต่ข่าวดียิ่งกว่าข่าวดีๆ ที่ว่ามา น่าจะเป็นมติร่วมของฝ่ายสภา เรื่องการลดหรือขจัดอุปสรรคที่จะทำให้กฎหมายดีๆ ต้องมีอันเป็นไป ด้วยเหตุมาจากการประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กัญชง กัญชา ซึ่งยืดเยื้อ ถกกันไปได้ไม่กี่มาตรา ต้องใช้เวลาอีกนาน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร จึงประชุมร่วมกับวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้านมีมติว่า ให้มีการประชุมสภาวาระพิเศษ วันที่ 28 ธันวาคมนี้ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่วุฒิสภา แก้ไขเพิ่มเติมเสร็จแล้ว 5 ฉบับขึ้นมาพิจารณาก่อน หนึ่งในนั้นคือร่าง พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

นอกจากนี้ ยังกำหนดให้ประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 10-11 มกราคม 2566 เพื่อพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเติม มาตรา 159 และมาตรา 272

การจัดการเวลาที่เหลืออยู่ของสภาเพื่อบัญญัติกฎหมายสำคัญจำเป็นออกมาใช้ แทนที่จะถูกเกมการเมืองทำให้เป็นหมัน ถูกแช่แข็งต่อไปไม่มีกำหนด นี่แหละครับ เป็นข่าวดียิ่งกว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเข้าพรรคไหน ส.ส. รัฐมนตรี จะโยกย้ายเข้ามุ้งใคร เมื่อไหร่

เพราะเป็นเรื่องของเนื้องาน ผลงานล้วนๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งร่างกฎหมายที่สังคมคาดหวังเป็นพิเศษ คือ กฎหมายการศึกษาของชาติ

ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ เป็นบทบังคับตามรัฐธรรมนูญ 2560 หมวด 16 ว่าด้วยการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ให้มีคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2560 คณะกรรมการได้เสนอร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ก่อนครบวาระการทำงาน 2 ปี เมื่อเดือนพฤษภาคม 2562 รวมเวลาการทำคลอด 2 ปี

รัฐบาลรับมาพิจารณาต่อจนเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาผ่านวาระ 1 วันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ.2564 ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา 49 คน จะนำเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาวาระสองสาม วันที่ 10-11 มกราคม 2566 รวมเวลานับแต่เริ่มยกร่างจนทำคลอด 2560 ถึง 2566 รวม 6 ปีเต็ม

คิดคำนวณดูนะครับว่า เวลาและงบประมาณที่เสียไปกับการยกร่างกฎหมายนี้ มากมายแค่ไหน หากมีอันเป็นไปไม่สามารถเข็นออกมาใช้ได้ เท่ากับสังคมสูญเสียทรัพยากรไปเป็นจำนวนมหาศาล ต้องรอต่อไปอีก จนกว่ารัฐบาลและรัฐสภาใหม่จะยกขึ้นมาพิจารณาหรือไม่

โดยเนื้อหา ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ ทั้งหมด 110 มาตรา ถึงแม้ยังมีจุดอ่อน ไม่สมบูรณ์ 100% ผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการการศึกษาบางกลุ่ม ได้รับผลกระทบยังไม่พึงพอใจ แต่เมื่อเพิจารณาถึงสาระในอีกหลายส่วน เป็นผลดีต่อการปฏิรูปการศึกษามากกว่า

โดยเฉพาะประเด็นส่งเสริมให้สถานศึกษามีความอิสระคล่องตัว การบริหารและการจัดการศึกษาเปิดให้มีส่วนร่วมมากขึ้น ต้องรับฟังความเห็นของครู นักเรียน ผู้ปกครองและบุคลากรในสถานศึกษาและคณะกรรมการสถานศึกษาด้วย

ประชาชนอาจรวมตัวกันเป็นคณะบุคคล เป็นสมัชชา สภา กลุ่มเพื่อให้การส่งเสริม สนับสนุน ช่วยเหลือ เสนอแนะ อุดหนุน หรือให้ความร่วมมือในการจัดการศึกษาของโรงเรียนในจังหวัดนั้นหรือจังหวัดใกล้เคียงได้

ที่สำคัญอย่างยิ่ง ถ้าเราเชื่อว่าคุณภาพการศึกษาอยู่ที่คุณภาพครู ร่างกฎหมายการศึกษาฉบับใหม่กำหนดให้มีคณะกรรมการเพื่อทำหน้าที่กำหนดนโยบายและหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการผลิตและพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครู อาจารย์ของสถาบันผลิตครูและบุคลากรทางการศึกษา

กลไกและกระบวนการนี้ จะทำให้การปฏิรูปครู เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ

สิ่งดีๆ ในร่างกฎหมายที่ยกมาเป็นตัวอย่างเพียงบางส่วนเหล่านี้แหละครับ เป็นตัวบ่งชี้ ยืนยันว่า ร่างกฎหมายนี้มีข้อดีมากกว่าข้อด้อย

ฉะนั้น ขอเรียกร้องสมาชิกรัฐสภาให้ความเห็นชอบออกมาใช้ให้ทันสมัยประชุมสภานี้ก่อนที่จะปิดลง หรือเกิดอุบัติเหตุยุบสภาเสียก่อน

นอกจากฉบับของรัฐบาลแล้ว นักการศึกษาและเครือข่ายติดตามปัญหาการศึกษา ในนามสมัชชาเครือข่ายครูและบุคลากรทางการศึกษาแห่งประเทศไทย (สคคท.) ได้ยกร่างขึ้นอีกฉบับหนึ่ง

เขียนหลัก กระจายอำนาจและการมีส่วนร่วมทางการศึกษาไปถึงขั้นให้มีสภาการศึกษาจังหวัดทั่วประเทศเป็นภาคบังคับ ขณะที่ฉบับรัฐบาล ประชาชนจะรวมตัวกันเป็นสมัชชาหรือไม่ ให้เป็นเรื่องของความสมัครใจ

อีกประเด็นหนึ่งที่โดดเด่นในฉบับภาคประชาชน ได้แก่ ให้ผู้บริหารระดับสูง ผอ.เขตพื้นที่การศึกษา ผอ.สถานศึกษา กรรมการ อนุกรรมการฯ แสดงบัญชีทรัพย์สิน หนี้สิน

น่าเสียดาย กฎหมายของภาคประชาชนประสบชะตากรรม รัฐบาลและสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติไม่รับหลักการ ปล่อยให้เป็นหมันไปเสียเฉยๆ โดยไม่มีคำตอบใดๆ ทั้งสิ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...