โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ถกสนั่น ปมพระอายุน้อย เรียกตัวเองว่า 'ครูบา' งานศึกษาเผย นำเสนอภาพลักษณ์ เป็น “ผู้วิเศษ”

Khaosod

อัพเดต 23 ม.ค. 2566 เวลา 02.03 น. • เผยแพร่ 23 ม.ค. 2566 เวลา 02.03 น.
ถกสนั่น ปมพระอายุน้อย เรียกตัวเองว่า 'ครูบา' งานศึกษาเผย นำเสนอภาพลักษณ์ เป็น “ผู้วิเศษ”

ถกสนั่น ปมพระอายุน้อย เรียกตัวเองว่า 'ครูบา' เปิดงานศึกษาเผย นำเสนอภาพลักษณ์ การเป็น “ผู้วิเศษ” นักวิชาการติง ควรใช้กับพระภิกษุที่มีอายุพรรษามาก

กลายเป็นเรื่องที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม สำหรับประเด็นที่พระสงฆ์พัวพันกับการล่วงละเมิดทางเพศ โดยพระสงฆ์ที่กำลังเป็นประเด็นอยู่นั้นอายุยังไม่มาก แต่เรียกตัวเองว่า "ครูบา" ทำให้เกิดการตั้งคำถามว่า แท้จริงแล้วพระสงฆ์ที่อายุยังน้อย สามารถเรียก 'ครูบา' ได้หรือไม่

สำหรับเรื่องนี้ ในวิทยานิพนธ์ เรื่อง “การศึกษากระแส ‘ครูบาคติใหม่’ ในภาคเหนือของไทย พุทธทศวรรษ 2530-2550” ที่ต่อมานำมาปรับเป็นหนังสือเรื่อง"ครูบาคติใหม่" โดยณัฐพงศ์ ดวงแก้ว สำนักพิมพ์มติชน ได้พูดถึงการเกิดขึ้นของครูบา ที่มีมากขึ้นในช่วงหลัง และมีการตั้งคำถามถึงอายุของครูบาด้วยเช่นกัน

โดยงานศึกษาพบว่า ตั้งแต่ปี 2530 เป็นต้นมา เริ่มมีการก่อตัวของคติความเชื่อเรื่องครูบาในแบบใหม่เกิดขึ้น จากกระแสการผลิตซ้ำและการสร้างภาพลักษณ์แบบครูบาศรีวิชัย

ความเป็น ครูบาศรีวิชัย ถูกนำมาลอกเลียนแบบเพื่อเป้าหมายใหม่ ด้วยวิธีการคัดลอกและสร้างภาพลักษณ์ จะมีหลักๆ ด้วยกัน 4 ประการ คือ การให้ภาพลักษณ์ของการเป็นตนบุญผู้วิเศษ,การให้ภาพลักษณ์การเป็นพระนักพัฒนา ,การให้ภาพลักษณ์ของการเป็นพระผู้ธำรงรักษาความเป็นจารีตล้านนา และการให้ภาพลักษณ์ในการแต่งกาย

อย่างไรก็ตามการเกิดขึ้นของครูบาคติใหม่ ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมในภาคเหนือหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่อง การใช้คำว่า 'ครูบา' โดยคำดังกล่าวถือเป็นคำที่ใช้เรียกใช้นำหน้าชื่อพระสงฆ์ในวัฒนธรรมล้านนา แต่นักวิชาการและคนในภาคเหนือจำนวนหนึ่งมองว่า คำว่า 'ครูบา' เป็นคำที่ควรใช้กับพระภิกษุที่มีอายุพรรษามาก ควรคุณวุฒิและวัยวุฒิที่น่าเลื่อมใส่ศรัทธา

ปัจจุบัน การเรียกว่า “ครูบา” ไม่มีขอบเขตอายุชัดเจน โดยพบว่ามีตั้งแต่อายุน้อยที่ถูกเรียกขานว่า
“ครูบาเณร” หรือบางกลุ่มเรียก “ครูบาอุ๊กแก๊ส” ซึ่งวิทยานิพนธ์ฉบับนี้เรียกพระสงฆ์กลุ่มดังกล่าวว่า
“ครูบาคติใหม่”

โดยภาพลักษณ์สำคัญของเหล่าครูบาคติใหม่ คือ การนำเสนอตัวเองด้วยภาพลักษณ์ของ
การเป็น “ตนบุญ” หรือ “ผู้วิเศษ” ซึ่งภาพลักษณ์ดังกล่าวเป็นภาพลักษณ์ที่เกิดขึ้นจากการนำเสนอ
ตัวตนโดยการเชื่อมโยงกับภาพลักษณ์ของครูบาศรีวิชัย ที่ถูกกระแสการผลิตซ้ำและสร้างภาพลักษณ์
สร้างขึ้นมาจนกลายเป็นการรับรู้และความเข้าใจพื้นฐานต่อลักษณะของการเป็น “ครูบา”

ทั้งนี้ในแง่ของพื้นฐานความเชื่อ และพื้นฐานทางศาสนาเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผู้คน
ศรัทธาต่อตัวครูบาคติใหม่ เพราะพื้นฐานความเชื่อเหล่านี้มีลักษณะที่สอดคล้องและสัมพันธ์กับ
ภาพลักษณ์ของครูบาคติใหม่ที่นำเสนอออกมาสู่การรับรู้ของผู้คนในสังคม

โดยผู้คนที่มีความเลื่อมใสศรัทธาครูบาคติใหม่มีความเชื่อที่เป็นพื้นฐานความเชื่ออยู่ 4 ลักษณะใหญ่ ๆ คือ 1.ความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์และสิ่งเหนือธรรมชาติ 2.ความเชื่อเรื่องศาสนาห้าพันปีกับโลกกึ่งพุทธกาลกับความเสื่อมของศาสนา 3.ความเชื่อเรื่องศาสนาห้าพันปีกับการเกิดขึ้นของตนบุญผู้มาค้ำจุนศาสนา และ 4. ความเชื่อเรื่องการ “สร้างบุญ” และ “ตัวกลางที่ดี”

โดยความสัมพันธ์กับพื้นฐานความเชื่อทางศาสนา และ พื้นฐานความไม่มั่นคงในการดำเนินชีวิต มีลักษณะความสัมพันธ์ที่เป็นปัจจัยทำให้ผู้คนในสังคมส่วนหนึ่งเกิดความเลื่อมใสที่มีต่อครูบาคติใหม่ และความลักษณะความไม่มั่นคงในการดำเนินชีวิตต่างๆ เหล่านี้จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ครูบาคติใหม่ต้องปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับความคาดหวัง

จากงานศึกษาดังกล่าวจะเห็นได้ว่า การใช้คำว่า 'ครูบา' ไม่มีข้อกำหนดที่แน่ชัดว่าต้องมีอายุเท่าใด ถึงจะใช้คำนี้กับพระสงฆ์ได้

ปรากฎการณ์ความเหมาะสมของการเรียกพระสงฆ์ว่า 'ครูบา' ยังเป็นที่ถกเถียงกันต่อในสังคม

อ่านวิทยานิพนธ์ฉบับเต็ม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...