โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

3 เดือนแรก งบฯ 66 จัดเก็บรายได้ 6.33 แสนล้านบาท สูงกว่าประมาณการกว่า 7 หมื่นล้านบาท

77kaoded

เผยแพร่ 22 ม.ค. 2566 เวลา 08.02 น. • 77 ข่าวเด็ด

กรุงเทพฯ - โฆษกรัฐบาล ชี้ ฐานะการเงิน-การคลังไทยแข็งแกร่งไตรมาสแรกปีงบประมาณ 2566 จัดเก็บรายได้อยู่ที่ 6.33 แสนล้านบาท สูงกว่าประมาณการ ร้อยละ 13.2 เตรียมปรับอัตราการขยายตัวเป็นร้อยละ 3.5-4

วันที่ 22 มกราคม 2566 นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังรายงานการจัดเก็บรายได้สุทธิ ไตรมาสแรกปีงบประมาณ 2566 (ตุลาคม-ธันวาคม2565) จำนวน 633,139 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ73,586 ล้านบาท หรือร้อยละ 13.2 และสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 13.3

โดยได้รับแรงหนุนตามการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของ การบริโภคและการค้าระหว่างประเทศ และยังมีรายได้พิเศษจากการนำส่งทุนหรือผลกำไรส่วนเกินของทุนหมุนเวียนรายได้จากสัมปทานโทรศัพท์เคลื่อนที่ และใบอนุญาตคลื่นวิทยุ รวมทั้งอากรขาเข้าย้อนหลังตามคำพิพากษาคดี คาดว่ารายได้ในช่วงที่เหลือของปีงบประมาณ 2566 จะยังคงขยายตัวได้ดีตามภาวะเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม การจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสามิตต่ำกว่าประมาณการ จากการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนเป็นการชั่วคราว จากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูง

ทั้งนี้ หากไม่รวมรายได้พิเศษของส่วนราชการอื่นและกรมศุลกากร ผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลสุทธิสูงกว่าประมาณการ 40,175 ล้านบาท หรือร้อยละ 7.2 และสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 7.3

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า กระทรวงการคลังคาดการณ์ว่า รัฐบาลจะมีรายได้นำส่งคลัง 2.6 ล้านล้านบาท ขณะที่การเบิกจ่ายงบประมาณทั้งสิ้น 3.1 ล้านล้านบาท และมีการกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณจำนวน 6.95 แสนล้านบาท ส่งผลให้เงินคงคลัง ณ สิ้นปีงบประมาณ 2566 มีจำนวนกว่า 7.1 แสนล้านบาท เป็นระดับที่เพียงพอต่อการใช้จ่ายที่จำเป็นของภาครัฐ ภาพรวมฐานะการคลังในปีงบประมาณ2566 มีความมั่นคงและเข้มแข็ง

“เศรษฐกิจไทยยังมีสัญญาณเป็นไปในทิศทางทางบวก โดยสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เตรียมทบทวนประมาณการณ์เศรษฐกิจไทยทั้งปี ซึ่งอาจจะขยายตัวได้ถึงร้อยละ 3.5-4 ตามแรงสนับสนุนจากอุปสงค์ภายในประเทศและการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวอีกด้วย” นายอนุชา กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...