โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ควรรู้ไว้! เมื่อซื้อบ้าน ประกันอะไรที่ต้องเจอ คนซื้อมีสิทธิ์เลือก ทำหรือไม่ทำได้หรือไม่?

Businesstoday

อัพเดต 18 พ.ย. 2565 เวลา 10.08 น. • เผยแพร่ 18 พ.ย. 2565 เวลา 03.08 น. • Businesstoday

เดินทางมาถึงช่วงโค้งสุดท้ายปลายปี 2565 กันแล้ว หลายคนเร่งมองหาที่อยู่อาศัยใหม่ เชื่อว่าจะเป็นไปอย่างคึกคัก เพราะในสิ้นปี 2565 จะหมดโปรโมชั่นจากธนาคารแห่งประเทศไทยในเรื่องการผ่อนปรนมาตรการ LTV ที่ปลดล็อกให้กู้ได้เต็ม 100% ของมูลค่าหลักประกัน จากที่ต้องมีเงินดาวน์ และได้เงินกู้ไม่เต็ม 100% ซึ่งหากสิ้นสุดปี 2565 ก็จะสิ้นสุดโปรนี้ไปด้วย ทำให้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2566 การคำนวณ LTV เพื่อกู้ซื้อที่อยู่อาศัยจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติที่มีความเข้มงวดเหมือนเดิม

มาดูกันว่าเมื่อขอสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย หรือเรียกว่าบ้านของเรานั้นจะต้องเจออะไรบ้าง โดยเฉพาะในส่วนของประกัน ที่หลายคนยังเข้าใจผิด และไม่รู้ว่าควรซื้อประกัน หรือมีสิทธิ์เลือกซื้อประกันที่เกี่ยวกับบ้านได้หรือไม่ อย่างไร?

ในส่วนของประกันที่ต้องเจอเมื่อซื้อบ้าน ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ

1.ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย ซึ่งประกันชนิดนี้ผู้ที่ซื้อบ้าน จำเป็นต้องทำ เพราะเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันไฟไหม้ อย่างน้อยก็มีวงเงินคุ้มครองในการซ่อมแซม หรือชดเชยต่างๆได้บ้าง แต่ประกันอัคคีภัยนี้ทุกคนมีสิทธิ์เลือกได้ว่าจะทำกับบริษัทใดก็ได้ ส่วนใหญ่ที่พบคือมักจะมากับสถาบันการเงินที่ให้สินเชื่อในปีแรก หรือโครงการที่อยู่อาศัยได้ทำประกันไว้และเรียกเก็บเบี้ยรายปีจากเจ้าของร่วมพร้อมกับค่าส่วนกลาง

สำหรับประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัย จะคุ้มครองสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งใช้เป็นที่อยู่อาศัย ไม่รวมฐานราก และทรัพย์สินภายในสิ่งปลูกสร้างจากไฟไหม้ ฟ้าผ่า การระเบิดทุกชนิด ภัยจากยานพาหนะ ภัยจากอากาศยาน ภัยเนื่องจากน้ำ ไม่รวมน้ำท่วม

นอกจากนี้ประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัย หากแผนที่เลือกไม่ครอบคลุมภัยอื่นๆ ก็มีทางเลือกซื้อเพิ่มเติมได้ โดยต้องจ่ายเบี้ยเพิ่ม เช่น ภัยจากลมพายุ แผ่นดินไหว และน้ำท่วม เป็นต้น โดยประกันอัคคีภัยควรทำไม่ต่ำกว่า 70% ของมูลค่าทรัพย์สิน

2.ประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ(MRTA) ในส่วนของประกันชนิดนี้ ทุกคนไม่จำเป็นต้องทำก็ได้ มีสิทธิ์เลือกว่าทำหรือไม่ทำก็ได้ แต่ที่ผ่านมามักมีสถาบันการเงินที่ให้สินเชื่อที่อยู่อาศัย ขายพ่วงประกันกับสินเชื่อมาให้ โดยนำอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่ามาจูงใจ

ส่วนประกันชีวิตคุ้มครองวงเงินสินเชื่อนี้ จะคุ้มครองกรณีที่ผู้เอาประกันภัยเสียชีวิต หรือทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวร โดยจะจ่ายเบี้ยประกันเพียงครั้งเดียว หรือบางสถาบันการเงินให้ผ่อนจ่ายรวมกับค่างวดในแต่ละเดือนจนหมดในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งประกันชนิดนี้จำนวนเงินเอาประกันภัยจะลดลงตามจำนวนยอดหนี้คงค้าง

ขณะที่เบี้ยที่จ่ายประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ หรือมักเรียกว่า MRTA สามารถนำเบี้ยที่จ่ายไป เฉพาะส่วนของการประกันชีวิต ที่มีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้แต่ไม่เกิน 100,000 บาท

เห็นแบบนี้แล้ว ผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยสักหลังและได้ขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน จะได้รู้ว่าเมื่อสถาบันการเงินนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันอื่นใดพ่วงมากับการขอสินเชื่อ เรามีสิทธิ์เลือกที่จะทำหรือไม่ทำก็ได้ และการนำเสนอหรือบังคับขายประกันได้ผิดกฎเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยในเรื่องของ Market Conduct อีกด้วย

(ที่มา ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...