โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครม. เห็นชอบให้เอกชน ‘พัฒนาท่าเรือสงขลา’ เคาะ 3 พันล้านขุดลอกร่องน้ำ รองรับขยายตัว ส่งออก-นำเข้า ภาคใต้

The Bangkok Insight

อัพเดต 10 ม.ค. 2566 เวลา 09.59 น. • เผยแพร่ 10 ม.ค. 2566 เวลา 09.56 น. • The Bangkok Insight

ครม. เห็นชอบให้เอกชน 'พัฒนาท่าเรือสงขลา' พร้อมเคาะ 3 พันล้านขุดลอกร่องน้ำ รองรับขยายตัว ส่งออก-นำเข้า ภาคใต้

นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงมติคณะรัฐมนตรี ( 10 มกราคม 2566) คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ ผลการคัดเลือกเอกชนและร่างสัญญาร่วมลงทุน สำหรับโครงการพัฒนาปรับปรุงท่าเรือสงขลา ในรูปแบบการร่วมลงทุนภาครัฐ-เอกชน (PPP) ภายใต้ พ.ร.บ. การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556

พัฒนาท่าเรือสงขลา

และเห็นชอบวงเงินงบประมาณ 3,184.57 ล้านบาท ให้แก่กรมเจ้าท่า ในการขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำสงขลาให้อยู่ที่ระดับ 9 เมตรตลอดระยะเวลาของโครงการ 25 ปี

จะเป็นการเพิ่มศักยภาพท่าเรือสงขลา ให้สามารถแข่งขันกับท่าเรือปีนัง มาเลเซีย ลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ และรองรับการขยายตัวของปริมาณสินค้า นำเข้าและส่งออกในภาคใต้

พัฒนาท่าเรือสงขลา

ให้เอกชนพัฒนาท่าเรือสงขลา

สำหรับแนวทางในการปรับปรุงท่าเรือสงขลา เช่น การปรับปรุงโครงสร้างหน้าท่าและติดตั้งเครนหน้าท่าเรือ การปรับปรุงลานตู้สินค้าและเพิ่มเติม เครื่องมือและอุปกรณ์ที่จะสนับสนุนการขนถ่ายสินค้าด้วยเครนขนาดใหญ่ เป็นต้น

โดย บจก. เจ้าพระยาท่าเรือสากล ซึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอด้านผลประโยชน์ตอบแทนสูงสุด ซึ่งสูงกว่าผลประโยชน์ตอบแทนที่ ครม. เคยให้ความเห็นชอบในหลักการของโครงการฯ เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 2554 ทำให้รัฐได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นกว่าเดิมกว่า 34.44%

ทั้งนี้ ฝ่ายเอกชนจะมีหน้าที่ เช่น ออกแบบ พัฒนา ปรับปรุง และบริหารท่าเรือสงขลา ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญา งบลงทุนทั้งสิ้น จำนวน 2,387.90 ล้านบาท โดยสัญญามีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วันที่ลงนามในสัญญาจนครบ กำหนดระยะเวลา 25 ปี หรือจนกว่าสัญญาฉบับนี้สิ้นสุดลง โดยไม่สามารถขยายหรือต่ออายุของสัญญาฉบับนี้ได้ ซึ่งสิ่งปลูกสร้างของโครงการ ฯ จะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของฝ่ายรัฐทันที เมื่อการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างของโครงการแล้วเสร็จ

พัฒนาท่าเรือสงขลา

เพิ่มขีดความสามารถ รองรับการขยายตัวส่งออกภาคใต้

นายอนุชา กล่าวว่า โครงการฯ ยังส่งผลให้ท่าเรือสงขลาจะสามารถรองรับขนาดเรือที่เข้ามาใช้บริการท่าเรือน้ำลึกสงขลาได้มากขึ้น รวมทั้งรองรับจำนวนตู้คอนเทนเนอร์และน้ำหนักได้เพิ่มขึ้น ลดค่าใช้จ่ายต้นทุนการขนย้ายสินค้าส่งออก เนื่องจากสามารถบรรทุกสินค้าส่งออกทางเรือไปยังประเทศปลายทางได้โดยตรง

ทั้งยังเป็นการสนับสนุนการขนส่งสินค้าทางทะเล เพิ่มขีดความสามารถของท่าเรือน้ำลึกบริเวณชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง ในการขนถ่ายสินค้าประเภทตู้คอนเทนเนอร์ไปยังประเทศคู่ค้าที่สำคัญ เพิ่มธุรกิจการนำเข้า-การส่งออก ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับประเทศและท้องถิ่นด้วย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...