โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

รู้จัก ‘Destination Group’ เจ้าของแบรนด์โฮสเทลอันดับ 2 โลก ที่เชื่อว่า ปีหน้าท่องเที่ยวไทยไร้โลว์ซีซั่น

TODAY

อัพเดต 23 ธ.ค. 2565 เวลา 18.30 น. • เผยแพร่ 23 ธ.ค. 2565 เวลา 13.30 น. • workpointTODAY

หนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบและทยอยปิดตัวขายกิจการมากที่สุดในช่วงโควิด-19 คือ ธุรกิจโรงแรมและบริการ โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวที่พึ่งพาอาศัยนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างภูเก็ต พัทยา หรือสมุย แต่ก็มีเหมือนกันกับธุรกิจโรงแรมที่อาศัยเวลาในช่วงโควิด-19 ในการวางแผนเติบโตและขยับธุรกิจสู่การเป็นเจ้าของแบรนด์โฮสเทลอันดับ 2 ของโลกอย่าง ‘Destination Group’

[ เริ่มต้นจากซื้อโรงแรมที่มีปัญหา สู่ธุรกิจอาหาร-โฮสเทล ]

ราว 25 ปีก่อน ผู้ชายที่ชื่อ ‘แกรี่ เมอร์เรย์’ ก่อตั้งบริษัทใต้ชื่อ ‘Destination Group’ ขึ้นในฐานะบริษัทด้านการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่เน้นการเข้าซื้อโรงแรมที่มีปัญหา โดยเริ่มต้นจากกิจการ ‘โรงแรม Melia’ โรงแรมระดับ 4 ดาวจำนวน 297 ห้องในตัวเมืองหัวหิน ก่อนอาศัยความชำนาญเข้าซื้อสินทรัพย์โรงแรมในพื้นที่ภูเก็ต หัวหิน สมุย พัทยา และกรุงเทพฯ เพิ่มเติมอีก

หลังจากประสบความสำเร็จในการเข้าซื้อธุรกิจโรงแรม ในปี 2551 ‘แกรี่’ ก็เริ่มต้นลงทุนในธุรกิจอาหารภายใต้เครือ ‘Destination Eat’ โดยการเปิดร้าน ‘ฮาร์ดร็อค คาเฟ่ ภูเก็ต’ ที่ประสบความสำเร็จจากความนิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ก่อนขยับมาเปิดให้บริการ ‘Hooters’ ในปี 2557 และต่อยอดกลายเป็นธุรกิจแฟรนไชส์หลายแห่งด้วยสิทธิใช้แบรนด์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในเวลาต่อมา

หลังจากนั้นในปี 2562 แกรี่ก็ตัดสินใจรุกเข้าสู่ธุรกิจ ‘โฮสเทล’ ด้วยการเริ่มต้นซื้อกิจการใต้แบรนด์ Collective Hospitality ที่เป็นเจ้าของแบรนด์ Slumber Party Hostels และ Bodega Hostels ทั่วภูมิภาคเอเชีย

[ อาศัยช่วงโควิด ก้าวสู่เจ้าของโฮสเทลอันดับ 3 ของโลก ]

จนกระทั่งในปี 2563 การเข้ามาของแพนดามิก ส่งผลกระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยวและบริการอย่างหนัก แต่เพราะ ‘แกรี่’ คิดว่าไม่ดีที่จะปิดโรงแรมและร้านอาหารไปเฉยๆ ทำให้แนวทางของ ‘Destination Group’ ในช่วงโควิดเป็นการเฟ้นหา ‘กลยุทธ์’ ใหม่ที่จะสร้างความได้เปรียบ

2020 ปิดกลุ่มธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม

2021 วางการทำงานและการกลยุทธ์ในอนาคต

2022 กลับมาเปิดให้บริการทุกธุรกิจอีกครั้ง

“เราเลิกขายห้อง แต่เรามาขายประสบการณ์และความบันเทิงแทน” นั่นคือสิ่งที่แกรี่บอกและเริ่มให้ทีมนำไปพัฒนาต่อเป็นกลยุทธ์ในปี 2021 เพราะในช่วงโควิด-19 ทุกคนต้องติดอยู่กับบ้าน อยู่กับตัวเอง สิ่งที่คนจะมองหามากที่สุด ทันทีที่ออกจากบ้านได้จึงเป็น ‘ความสนุก’ และ ‘ประสบการณ์’ ที่แตกต่างจากการอยู่บ้าน

ดังนั้น ‘Destination Group’ จึงขยับเข้าสู่ธุรกิจโฮสเทลอย่างเต็มตัว โดยเน้น ‘ประสบการณ์’ เป็นจุดขาย อย่างโฮสเทลใต้แบรนด์ Slumber Party Hostels เน้นกลุ่มเจน Z ชอบปาร์ตี้จึงจัดเต็มเป็นโฮสเทลปาร์ตี้สุดเหวี่ยง หรืออย่าง Socialtel เน้นกลุ่มดิจิทัลโนแมดที่มีพื้นที่สำหรับการทำงานและเข้าสังคมอย่างลงตัว ทำให้จำนวนโฮสเทลของ ‘Destination Group’ เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 1,400 ห้องพักในหลากหลายประเทศ ขยับสู่โฮสเทลอันดับ 3 ของโลกที่เตรียมจะขยับขึ้นอีกเร็วๆ นี้

นอกจากนั้น ยังเพิ่มพนักงานจาก 80 เป็น 120 คนเพื่อเข้ามาเสริมธุรกิจ และปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารงาน รวมศูนย์การดำเนินงานบางส่วน อย่างฝ่ายบัญชี ฝ่ายการเงิน ฝ่ายบุคคล ฝ่ายจัดซื้อ และอื่นๆ เข้ามาอยู่ที่ศูนย์กลางในกรุงเทพฯ

กลับมาดูว่าปัจจุบัน ธุรกิจของ ‘Destination Group’ ประกอบด้วยอะไรบ้าง

⚫️ Destination Hospitality Management 6 โรงแรม

- โรงแรม Reverb by Hard Rock ป่าตอง ภูเก็ต

- โรงแรม Destination Resorts หาดกะรน ภูเก็ต

- โรงแรม Destination Resorts หาดสุรินทร์ ภูเก็ต

- โรงแรม Radisson หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์

- โรงแรม Radisson ภูเก็ต

รวมกว่า 1,300 ห้อง และโรงแรมที่กำลังอยู่ระหว่างรอเปิดอีก 1 แห่ง

⚫️ Destination Eat - Food & Beverage 15 แบรนด์

- Hooters

- Hard Rock Cafe หาดป่าตอง ภูเก็ต

- Drunk Leprechaun Irich pub

และแบรนด์อื่นๆ ในรูปแบบ Virtual Kitchen ไม่มีหน้าร้าน ใช้ครัวกลาง จัดส่งเดลิเวอรี

- Big Boy Burgers

- Power Eats

- Wow Cow Ice Cream

- Urban Grunge Coffee

- Boom Boom Burgers

- Scoozi Pizza

- Taco Delight

- Hanuman

- Gochan Chicken

⚫️Destination Hospitality party Hostel

- Collective Hospitality 4 แบรนด์ 50 แห่ง รวม 1,400 ห้องพัก

แบรนด์ Slumber Party Hostels โฮสเทลปาร์ตี้สำหรับนักเดินทางวัยหนุ่มสาว

แบรนด์ Socialtel โฮสเทลระดับ 4 ดาว

แบรนด์ Path Hostels โฮสเทลกระโจม

แบรนด์ Bodega Hostels โฮสเทลปาร์ตี้ชั้นนำ

สาขาในประเทศ ได้แก่ กรุงเทพฯ กระบี่ สมุย ภูเก็ต เชียงใหม่

สาขาในต่างประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย ศรีลังกา เวียดนาม

นอกจากนั้น ยังมีธุรกิจในกลุ่ม Destination Events ที่ทำทั้งธุรกิจอีเว้นท์ ธุรกิจทัวร์ ธุรกิจกิจกรรมการท่องเที่ยวและอื่นๆ

[ ท่องเที่ยวไทยกลับมา 100% ปีหน้าไม่มีโลว์ซีซัน ]

ทันทีที่ธุรกิจท่องเที่ยวไทยกลับมาเปิดบริการได้ปกติ ‘Destination Group’ ก็รับรู้ถึงผลสัมฤทธ์ของแผนที่วางมาตลอด

‘แกรี่’ บอกว่า ทำธุรกิจในเมืองไทยมา 27 ปี ไม่เคยพบเจอช่วงไหนที่โรงแรมทุกแห่งถูกจองเต็มไปตลอด 3 เดือนนับจากนี้ โดยธุรกิจที่พักในเครือ Destination Group มีอัตราการเข้าพักกว่า 80-90% และมีอัตราค่าห้องพักเพิ่มขึ้นกว่า 80-90% เช่นเดียวกันกับ ‘อัตรากำไร’ ของที่พักในเครือที่เพิ่มจาก 32% สู่ 41-45% หลังจากการปรับปรุงประสบการณ์และประสิทธิภาพต้นทุน

“ตอนนี้เรียกได้ว่าท่องเที่ยวไทยกลับมาแล้ว 100% ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ดีที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวมากมาย และในปี 2023 คนจะท่องเที่ยวตลอดปีไม่ว่าจะเป็นหน้าท่องเที่ยวหรือไม่ก็ตาม ทำให้ในปีหน้าท่องเที่ยวไทยจะไม่มีโลว์ซีซันอีกต่อไป” แกรี่บอก

[ สู่แบรนด์โฮสเทลอันดับ 1 ของโลก ]

ส่วนแผนของ ‘Destination Group’ ในอนาคตอีก 3-5 ปีข้างหน้า คือ ธุรกิจโรงแรมเตรียมขยายเพิ่มขึ้นอีก 2 แห่ง รวมกับปัจจุบันเป็น 8 แห่งในปี 2023 ส่วนธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม เตรียมขยายสาขาให้กับร้านที่ประสบความสำเร็จจาก Virtual Kitchen

ส่วนธุรกิจโฮสเทลจะขยายจาก 50 แห่งสู่ 100-120 แห่ง ทำให้ขยับจากโฮสเทลที่มีจำนวนเตียงอันดับ 2 ของโลกสู่อันดับ 1 ภายในปี 2023

“หนึ่งในสิ่งที่ทำให้เราแตกต่างจากคู่แข่ง คือ ผู้คน เรามีผู้คนมากมายหลากหลายเชื้อชาติจากหลากหลายที่มารวมกันสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ตอนที่คนอื่นเลิกจ้าง เราจ้างเพิ่มและตามหาคนที่เชื่อมั่นในสิ่งเดียวกันกับเรา ทำให้เราสามารถเติบโตอย่างแข็งแกร่งได้ในเวลานี้และต่อจากนี้” แกรี่กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...