โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชีวิต ความรักของครูเอื้อ สุนทรสนาน และ ที่มาของเพลงสุนทราภรณ์ที่คุณอาจไม่เคยรู้

TODAY

อัพเดต 16 พ.ย. 2565 เวลา 09.19 น. • เผยแพร่ 16 พ.ย. 2565 เวลา 09.19 น. • workpointTODAY

ชีวิต ความรักของครูเอื้อ สุนทรสนาน และ ที่มาของเพลงสุนทราภรณ์ที่คุณอาจไม่เคยรู้

ถ้าจะให้พูดว่ามีวงดนตรีไหนอยู่กับคนในไทยในทุกยุค ทุกเทศกาล ได้อย่างยาวนานที่สุด สุนทราภรณ์จะต้องอยู่เป็นอันดับต้น ๆ อย่างไม่ต้องสงสัย เหมือนพอช่วงใกล้คริสมาสต์เมื่อไหร่ที่เรามักจะเห็นมุขในโลกออนไลน์ว่าเราจะรู้ได้ในทันใดเมื่อได้ยินเพลง All I Want for Chirstmas ของ มารายห์ แคร์รีย์ ถูกเปิดตามที่ต่าง ๆ และเช่นเดียวกัน ถ้าเราเดินไปไหนแล้วได้ยินเนื้อและทำนองเพลงสุนทราภรณ์ “วันนี้เป็นวันสงกรานต์” “ฟ้าใหม่แล้วละนะน้อง สงกรานต์เราร้องทำนองเพลงโทน” หรือ “วันนี้วันดีปีใหม่ ท้องฟ้าแจ่มใสพาใจสุขสันต์” ลอยอยู่ตามอากาศเราจะรู้ได้ทันทีว่านี่มันใกล้ช่วงใดของปี นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเพลงที่ยังคงเพราะตรึงใจไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน หรือบางเพลงที่มีความหมายผูกพันกับประวัติศาสตร์บางช่วงทั้งประวัติศาสตร์ของชาติ และชีวิตของผู้แต่งทำนอง ซึ่งก็คือ ครูเอื้อ สุนทรสนาน นั่นเอง Series Society ตอนนี้จะเล่าให้ฟังถึงเรื่องราวเบื้องหลังเพลงสุนทราภรณ์ที่หลายคนอาจจะเคยฟังแต่ไม่เคยทราบที่มา และชีวิตของ ครูเอื้อ สุนทรสนาน ผู้ให้กำเนิดเพลงเหล่านั้น ที่บอกเล่าผ่านละครเพลงเรื่องสุนทราภรณ์ เพลงรักเพลงแผ่นดิน โดย เพลงเอก ที่จะกลับมาแสดงอีกครั้งในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้

ความรักของครูเอื้อและที่มาของชื่อวง ‘สุนทราภรณ์’

สุนทราภรณ์ เพลงรักเพลงแผ่นดิน โดย เพลงเอก เริ่มเล่าเรื่องราวชีวิตของครูเอื้อตั้งแต่เริ่มหลงรักคุณ อาภรณ์ กรรณสูตร ลูกสาวคหบดีข้างบ้าน ซึ่งความรักครั้งนี้ก็เป็นที่มาของชื่อวง ‘สุนทราภรณ์’ ที่ผสมมาจาก ‘สุนทรสนาน’ นามสกุลของครูเอื้อ และ ‘อาภรณ์’ ที่เป็นชื่อของคุณอาภรณ์ซึ่งครูเอื้อใช้เป็นนามแฝงตอนอัดแผ่นเสียง ก่อนจะนำมาตั้งเป็นชื่อวงเมื่อรับงานนอกราชการ

แต่แน่นอนว่าความรักของครูเอื้อนั้นต้องมีอุปสรรคเรื่องผู้ใหญ่ไม่เห็นด้วย เมื่อในยุคอาชีพนักดนตรีไม่ได้รับการยอมรับมากนัก ความรักครั้งนี้จึงถูกมองว่าไม่สมกัน บทความจาก websuntaraporn.com[1] ได้เล่าถึงเรื่องนี้ไว้ว่าเมื่อถูกผู้ใหญ่ถามว่าทำอาชีพอะไรและครูเอื้อตอบว่าเป็นนักดนตรีก็ถูกญาติผู้ใหญ่ตอบกลับมาว่า "เป็นอธิบดีฉันยังไม่ให้คุณเลย" แต่ด้วยความพยายามของครูเอื้อที่จะเข้าหาผู้ใหญ่ทั้งมอบตั๋วละครแม่เลื่อนทีครูเอื้อคุมวงดนตรีอยู่ให้คุณนายสะอิ้งแม่ของคุณอาภรณ์ จนได้ผูกปิ่นโตและภายหลังก็ได้กินข้าวร่วมโต๊ะด้วย และสุดท้ายทั้งสองได้แต่งงานกันในที่สุด ไม่ต้องสงสัยเลยว่าความรักที่มีต่อคุณอาภรณ์ก็คงจะเป็นที่มาของทำนองเพลงรักอีกนับไม่ถ้วนของวงสุนทราภรณ์ และชีวิตช่วงนี้ของครูเอื้อก็จะถูกบอกเล่าบนเวทีเคียงไปด้วยเพลงไพเราะ อาทิ ‘จริงหรือ’ ‘หนึ่งน้องนางเดียว’ ‘รักเอาบุญ’ ‘ศึกในอก’ และ ‘ยอดดวงใจ’

เพลงที่แต่งเพียงครู่แต่อยู่ข้ามเวลามาอย่างยาวนาน

มีหลายเพลงที่เราฟังมาหลายทีตั้งแต่เด็กจนโต แต่อาจจะยังไม่รู้ว่าที่จริงแล้วมันใช้เวลาเพียงไม่นานในการแต่ง อย่างเพลงรำวงวันลอยกระทงที่ครูเอื้อและครูแก้วใช้เวลาแต่งไม่ถึง 30 นาทีก่อนที่จะขึ้นแสดงในงานลอยกระทงของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลังจากที่คุณอาภรณ์ภรรยาของครูเอื้อขอให้แต่งให้เพราะผู้จัดงานขอร้องมาอีกทอดหนึ่ง[2]

หรือหลายคนที่เคยฟังเพลงฟ้าคลุ้มฝน อาจจะไม่เคยรู้ว่าเพลงนี้ถุกเขียนขึ้นมากอย่างว่องไวปานฟ้าแล่บ เมื่อครูแก้ว อัจฉริยะกุล เห็นฟ้าแล่บผ่านหลังคาผ้าใบที่รั่วเมื่อกำลังเดินทางกลับมาจากการแสดงดนตรีพร้อมกับวงดนตรีกรมโฆษณาการในคืนฝนตก และก็คิดเนื้อออกมาได้ว่า ‘ฟ้าแลบดูแวบวับ แปลบปลาบต้องหลับตา’ และครูเอื้อก็ใส่ทำนองให้ท่อนนี้ทันที ทำให้เกิดเพลงเศร้าที่มีเนื้อสละสลวยลึกซึ้งนี้ออกมา

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยหลังเพลงดัง

หนึ่งในเพลงที่เป็นที่รู้จักมากของสุนทราภรณ์คือเหล่าเพลงเกี่ยวกับสัตว์อย่าง ‘นกเขาไพร’ หรือ ‘พรานล่อเนื้อ’ แต่เพลงที่ดังเป็นพลุแตก ต้องเป็น ‘ขวัญใจเจ้าทุย’ ของ รวงทอง ทองลั่นธม ที่ในตอนแรกเธอพ้อว่าทำไมต้องให้ร้องเพลงรักกับสิ่งที่ไม่สวยงามอย่างควายแทนที่จะเป็นอย่างอื่น แต่สุดท้าย เพลงนี้ก็เป็นเพลงที่ทำให้ชื่อเสียงของรวงทองนั้นโด่งดังจนถึงขีดสุด[3]

อีกแนวเพลงที่เคียงคู่มากับประวัติศาสตร์ของประเทศคือ เพลงปลุกใจของสุนทราภรณ์ที่หลายคนอาจจะไม่เคยทราบว่าหลายเพลงนั้นเกิดมาจากาการที่ครูเอื้อและครูแก้วโดนล็อกตัวอยู่ในห้องของโรงแรมรัตนโกสินทร์ พร้อมกับบอกให้กินดื่มได้เต็มที่ เพื่อแต่งเพลงรวมใจคนในชาติให้กับรัฐบาลในขณะนั้น ทำให้เกิดมาเป็นเพลงไทยรวมกำลังที่มีเนื้อมาจากบทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 เพลงบ้านเกิดเมืองนอน เป็นต้น ทั้งสองอยู่กันนานจนสุดท้ายก็แอบย่องหนีกลับบ้านไปเมื่อแต่งใกล้เสร็จแล้ว[4]

เพลงที่เป็นนิยามของชีวิตครูเอื้อ

แต่ถ้าถามว่าชีวิตของครูเอื้อ หากจะต้องถูกนิยามด้วยเพลง ๆ เดียวจะเป็นเพลงไหนกัน เพลงนั้นคงจะเป็นเพลงพระเจ้าทั้ง 5 ซึ่งเป็นเพลงสุดท้ายในชีวิตที่ครูเอื้อเขียนไว้ ซึ่งกล่าวถึง 5 สิ่งที่เป็นดั่งพระเจ้าที่ครูเอื้ออุทิศ ‘ดวงใจดวงเดียวที่มีอยู่’ ไว้ให้

“หนึ่งนะหรือ คือบิดาและมารดร เลือดจากอุทรกลั่นป้อนลูกทุกวัน

สอง ชาติศาสนามหาทรงธรรม์ พระเจ้าอยู่หัว มิ่งขวัญ ราชัน ภู-มิพลฯ

สาม ความรู้จากครูอาจารย์ ขับขานชำนาญเพราะท่าน ช่วยกันหว่านพืชผล

สี่ลูกรัก เมียขวัญสำคัญกว่าตน ทุกข์สุขยอมทน เพื่อคนรักด้วยดวงใจ

พระที่ห้า มีค่ายิ่งกว่าทรัพย์สิน ซอสุดรัก ไวโอลิน เหนือสินใดใด”

และตลอดชีวิตแสนยาวของครูเอื้อและเพลงนับพันที่ได้ฝากไว้ ต่างผูกพันกับพระเจ้าทั้ง 5 ในชีวิตของครูเอื้อไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และในละครเพลงเรื่อง สุนทราภรณ์ เพลงรักเพลงแผ่นดิน โดย เพลงเอก ผู้ชมก็จะได้ดูเรื่องราวชีวิตของครูเอื้อและวงสุนทราภรณ์ ฟังบทเพลงที่ทั้งมีความหมายกับชีวิตของครูเอื้อและเพลงดังที่ใครต่างก็ต้องจำได้ และเพลิดเพลินไปกับบรรยกาศที่จะพาให้ผู้ชมย้อนไปสู่อดีต ให้คนรุ่นพ่อแม่ ปู่ ย่า ตา ยายได้รำลึกความหลัง และคนรุ่นใหม่ได้สัมผัสความงดงามที่แตกต่างกับปัจจุบัน และเมื่อเดินออกจากโรง เราก็อาจจะสัมผัสได้ว่าความปราถนาของครูเอื้อที่ฝากไว้ในเพลงพระเจ้าทั้ง 5 ที่จะ ‘ขอฝากเพลงร้อง ให้เสียงนั้นก้องตลอดไป’ นั้นเป็นจริงแล้ว เพราะเพลงของครูเอื้อยังคงสะท้อนก้องมาถึงหูและใจของผู้ชมในวันนี้

ละครเวทีสุนทราภรณ์ เพลงรักเพลงแผ่นดิน โดยเพลงเอก Restage จะจัดแสดงในวันที่ 3-4-5 ธันวาคม 2565 ณ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ ชั้น 7 สยามสแควร์วัน เปิดขายบัตรวันนี้แล้ว ทาง Thaiticketmajor โทร. 02-262-3456

อ้างอิง

[1] http://www.websuntaraporn.com/suntaraporn/lyric/postlyric.asp?GID=473

[2] https://www.silpa-mag.com/history/article_77891

[3] https://www.facebook.com/wanwang45/posts/295327190917851/

[4]https://www.bloggang.com/m/viewdiary.php?id=038780460&month=09-2007&date=23&group=1&gblog=8

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...