โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

OpenAI เผย จีนใช้ ChatGPT โฆษณาชวนเชื่อ ปั่นกระแสความไม่พอใจนโยบายภาษีทรัมป์ จุดชนวนแตกแยกปม AI และ Data Center ในหมู่ชาวอเมริกัน

THE STANDARD

อัพเดต 11 มิ.ย. เวลา 04.49 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. เวลา 04.49 น. • thestandard.co
OpenAI เผย จีนใช้ ChatGPT โฆษณาชวนเชื่อ ปั่นกระแสความไม่พอใจนโยบายภาษีทรัมป์ จุดชนวนแตกแยกปม AI และ Data Center ในหมู่ชาวอเมริกัน

OpenAI เผยแพร่รายงานการตรวจสอบ พบว่าจีนพยายามใช้ ChatGPT เพื่อโฆษณาชวนเชื่อและปลุกปั่นความไม่พอใจต่อนโยบายภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในโซเชียลมีเดียอย่าง X และยังพยายามจุดชนวนความแตกแยกในหมู่ชาวอเมริกัน ในการถกเถียงประเด็นเกี่ยวกับ AI และ Data Center

โดยทีมข่าวกรองภัยคุกคามของ OpenAI ได้ติดตามตรวจสอบกิจกรรมออนไลน์ของ 2 กลุ่มที่แตกต่างกัน ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับจีน และโพสต์เนื้อหาที่ดูเหมือนจะออกแบบมาเพื่อปลุกปั่นความโกรธเคืองในประเด็นที่สร้างความแตกแยก

กลุ่มแรกที่เรียกว่า ‘Data Center Bandwagon’ ใช้ ChatGPT ในการสร้างภาพและข้อความบนโซเชียลมีเดียที่อ้างว่า การก่อสร้าง Data Center ทำให้ราคาไฟฟ้าสำหรับชาวอเมริกันสูงขึ้น

ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งก็ใช้ ChatGPT ในการสร้างภาพการ์ตูนและข้อความโพสต์ลงใน X วิพากษ์วิจารณ์นโยบายภาษีทรัมป์ โดยเป็นภาพการ์ตูนทรัมป์ ที่กำลังประพฤติตัวก่อกวนในเวทีโลก เช่น การใช้ค้อนทุบกำแพงที่มีป้ายเขียนว่า ‘อนาคตโลก’ หรือการเลื่อยบันไดที่เขายืนอยู่

กลุ่มเดียวกันนี้ยังใช้ ChatGPT ในการสร้างคอมเมนต์ภาษาจีนเพื่อใช้ในส่วนแสดงความคิดเห็นต่อบทความภาษาจีน รวมถึงเนื้อหาในภาษาอิตาลีและญี่ปุ่นที่เผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดียด้วย

ทั้งนี้ ข้อมูลการตรวจสอบของ OpenAI พบว่า ผู้ที่สร้างเนื้อหาโฆษณาชวนเชื่อดังกล่าว เริ่มต้น prompt คำสั่งให้ ChatGPT ใส่เฉพาะภาพของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ลงไปในการ์ตูน โดยไม่รวมประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน

ในทั้งสองกรณี OpenAI กล่าวว่าผู้ดำเนินการ “น่าจะมีต้นกำเนิด” มาจากประเทศจีน โดยเนื้อหาต่อต้าน Data Center ในสหรัฐฯ ถูกสืบย้อนไปถึงบริษัทเทคโนโลยีสัญชาติจีนที่ไม่ระบุชื่อ ซึ่งมีสัญญากับรัฐบาลจีน และทั้งสองกลุ่มใช้ VPN เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัด โดยใช้ ChatGPT เป็นภาษาจีนตัวย่อ และขอผลลัพธ์ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีน ขณะเดียวกันก็แอบอ้างเป็นชาวอเมริกันบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น X และ YouTube

“นี่ดูเหมือนจะเป็นตัวอย่างคลาสสิกของการปฏิบัติการแทรกแซงจากต่างประเทศที่ฉวยโอกาสจากข้อถกเถียงภายในประเทศที่มีอยู่แล้ว และพยายามบิดเบือนโดยใช้บัญชีปลอมแอบอ้างเป็นชาวอเมริกัน” เบน นิมโม หัวหน้าผู้ตรวจสอบของ OpenAI และผู้เขียนรายงานกล่าว

ทั้งนี้ รายงานของ OpenAI ไม่ได้ระบุว่า กระแสต่อต้าน Data Center ในหมู่ชาวอเมริกันนั้นถูกขับเคลื่อนหรือสนับสนุนโดยการโฆษณาชวนเชื่อจากต่างประเทศผ่านช่องทางออนไลน์

โดย OpenAI ระบุว่าความพยายามดังกล่าวเริ่มตั้งแต่ปลายปี 2025 และต้นปี 2026 ซึ่งแม้จะดูเหมือนไม่มีผลอะไรมากนัก แต่ก็เป็นอีกหนึ่งข้อบ่งชี้ว่า Generative AI หรือ AI ที่สามารถสร้างเนื้อหาใหม่ๆ ได้เอง ไม่ว่าจะเป็นภาพ ข้อความ วิดีโอ หรือเสียง กำลังกลายเป็นส่วนสำคัญในแคมเปญโฆษณาชวนเชื่อและสร้างอิทธิพลทางดิจิทัล

“ผมอยากจะชี้แจงให้ชัดเจนตรงนี้ว่า นี่ไม่ใช่กรณีของการปฏิบัติการแทรกแซงเพื่อสร้างการถกเถียง การถกเถียงนั้นมีอยู่แล้ว นี่เป็นการปฏิบัติการแทรกแซงจากจีนที่พยายามเข้ามาแทรกแซง เราไม่เห็นสัญญาณใดๆ ที่บ่งชี้ว่ามันประสบความสำเร็จ” นิมโมกล่าว

ทางด้านสถานทูตจีนในกรุงวอชิงตัน ให้ความเห็นตอบโต้ต่อรายงานการตรวจสอบดังกล่าวว่า “แม้จะไม่คุ้นเคยกับงานวิจัยของ OpenAI แต่จีนคัดค้านอย่างหนักแน่นต่อการโจมตีหรือใส่ร้ายป้ายสีโดยไม่มีมูลความจริง” และ “รัฐบาลจีนกำลังดำเนินงานเพื่อทำให้มั่นใจว่า AI จะเป็นพลังแห่งความดีและเพื่อประชาชนทุกคน”

ภาพ :REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

อ้างอิง :

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...