โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรียนต่อมหาวิทยาลัยจีนควรรู้ กับการสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีนระดับไหนที่สถาบันศึกษายอมรับ

Hello Magazine Thailand

อัพเดต 04 มิ.ย. เวลา 14.18 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • HELLO! Magazine Thailand
เรียนต่อจีนระดับมหาวิทยาลัยควรรู้ กับการสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีนระดับไหนที่สถาบันศึกษายอมรับ

มหาวิทยาลัยในจีนเปิดรับผู้เริ่มต้นใหม่ โดยจะมีคลาสแยกตามระดับความรู้ (Beginner) เพื่อเข้าไปฝึกทักษะ ฟัง พูด อ่าน เขียน กับเจ้าของภาษาโดยตรงตั้งแต่เริ่มต้น
หากไม่มีพื้นฐานเลย แต่อยากเรียนปริญญาตรีภาคภาษาจีน สามารถเลือกเรียน “โครงการปรับพื้นฐานภาษา 1+4” ได้ โดยปีแรกจะเรียนภาษาจีนให้ได้ระดับ HSK 4 ก่อน แล้วจึงเข้าเรียนต่อปี 1 ในคณะที่เลือกอีก 4 ปี

HSK (Hànyǔ Shuǐpíng Kǎoshì) หรือการสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน เป็นมาตรฐานหลักที่สถาบันการศึกษาในจีน (รวมถึงมหาวิทยาลัยชั้นนำ) และองค์กรทั่วโลกใช้ในการวัดความสามารถทางภาษาจีนสำหรับผู้ที่ไม่ใช่เจ้าของภาษา

สำนักงานส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาจีนนานาชาติ คือ Hanban (汉办 – Office of Chinese Language Council International: TOCLCI หรือ ฮั่นปั้น) เป็นหน่วยงานของรัฐบาลจีนที่สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ มีหน้าที่เผยแพร่ภาษาและวัฒนธรรมจีนทั่วโลก รวมถึงเป็นผู้ดูแลการสอบวัดระดับภาษาจีน หรือ HSK ที่ผู้เรียนภาษาจีนรู้จักกันดี ดังนั้นหากต้องการให้บุตรหลานเข้าเรียนที่สถาบันไหน ควรมีการสอบถามว่า สนามสอบที่ใช้เป็นที่รับรองโดยฮั่นปั้นหรือไม่

(Photo by Visual China Group via Getty Images/Visual China Group via Getty Images)

สำหรับนักเรียนที่วางแผนเรียนต่อ ระดับ HSK 4 ถือเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำสำหรับการเรียนในระดับปริญญาตรีในหลายสาขา ส่วน HSK 5-6 จะเป็นข้อกำหนดสำหรับสาขาวิชาที่ใช้ภาษาจีนเข้มข้น เช่น ภาษา วรรณกรรม หรือการแพทย์แผนจีน

โครงสร้างการสอบและระดับคะแนน HSK

การสอบแบ่งเป็น 2 ส่วนหลักคือ การฟัง/การอ่าน และ การเขียน คะแนนเต็มส่วนละ 100 (รวม 200) โดยเกณฑ์ผ่านอยู่ที่60% การสอบ HSK (ระดับ 1-6) โดยคะแนนจะแตกต่างกันไปตามแต่ละระดับ

สามารถเช็คเกณฑ์คะแนนผ่านของแต่ละระดับได้ดังนี้:

HSK ระดับ 1 และ 2

คะแนนเต็ม: 200 คะแนน คะแนนที่ผ่าน: 120 คะแนนขึ้นไป

HSK ระดับ 3, 4, 5 และ 6

คะแนนเต็ม: 300 คะแนน คะแนนที่ผ่าน: 180 คะแนนขึ้นไป

  • HSK 4 (Intermediate) : อ่านหนังสือพิมพ์และพูดคุยในที่ทำงานได้เป็นส่วนใหญ่
  • HSK 5 (Advanced) : อ่านบทความและดูข่าวได้อย่างคล่องแคล่ว
  • HSK 6 (Proficiency) : เข้าใจภาษาจีนในระดับเจ้าของภาษา

สถาบันสอบภาษาจีนในประเทศไทย

ที่สอบกลางหลักในไทยคือ ศูนย์สอบ Confucius (Hanban) หรือศูนย์สอบ HSK ที่ได้รับการรับรอง ซึ่งมีทั้งของรัฐและเอกชนกระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาค เช่น สถาบันขงจื่อแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย CICU จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สถาบันขงจื๊อ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, สถาบันขงจื่อมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 清迈大学孔子学院 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, สถาบันขงจื่อ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น รวมถึงโรงเรียนนานาชาติหรือโรงเรียนเอกชนบางแห่ง (เช่น Singapore International School of Bangkok) ที่ได้รับอนุญาตให้เป็นสนามสอบได้

โดยการสอบจะมีจัดขึ้นเป็นรอบๆ (ปกติเดือนละ 1-2 ครั้ง) ต้องสมัครล่วงหน้า 1-2 เดือนผ่านระบบออนไลน์ของ Hanban หรือติดต่อศูนย์สอบโดยตรง

ศูนย์สอบ HSK ในโรงเรียนนานาชาติ

  • โรงเรียนนานาชาติจีน (China International School – CIS): ตั้งอยู่ถนนนวมินทร์ เป็นโรงเรียนนานาชาติจีนแห่งแรกในไทย มีศูนย์สอบ HSK และ YCT ที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจาก Hanban โดยเปิดรับนักเรียนและบุคคลทั่วไปให้เข้ามาทดสอบวัดระดับได้ตลอดทั้งปี ดูรายละเอียดหลักสูตรได้ที่เว็บไซต์ HSK Test Center โรงเรียนนานาชาติจีน
  • โรงเรียนไทย-จีนนานาชาติ (Thai-Chinese International School – TCIS): ตั้งอยู่บางพลี สมุทรปราการ โดดเด่นเรื่องโปรแกรมภาษาจีนที่เน้นให้นักเรียนเก่งถึง 3 ภาษา (อังกฤษ-จีน-ไทย) และมีการเตรียมนักเรียนให้พร้อมสำหรับการสอบวัดระดับอย่างต่อเนื่อง สามารถเข้าชมได้ที่ Thai-Chinese International School
  • โรงเรียนนานาชาติเซนต์สตีเฟ่นส์ (St. Stephen’s International School): มีวิทยาเขตในกรุงเทพฯ และเขาใหญ่ เป็นอีกหนึ่งโรงเรียนนานาชาติที่มีการส่งเสริมให้นักเรียนสอบผ่านเกณฑ์ HSK และจัดส่งเสริมทางด้านภาษาจีนอย่างเข้มข้น

ทางเลือกศูนย์สอบสถาบันชั้นนำอื่นๆ
หากต้องการมองหาศูนย์สอบหรือสถาบันที่มีความเชี่ยวชาญด้าน HSK เพิ่มเติม:

  • OKLS: มีเปิดสอนและเป็นศูนย์สอบ HSK แบบ iBT (คอมพิวเตอร์) ซึ่งผลออกไวและสะดวกสบาย
  • BLC Bangkok: ศูนย์สอบภาษาจีนที่โรงเรียนอัสสัมชัญ ถนนเจริญกรุง [1, 2]

การเลือกสถาบันสอนในไทย

เนื่องจากสถาบันมีหลายรูปแบบโดยเน้นการปรับให้เหมาะกับเป้าหมายที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • สายวิชาการเข้มข้น: สถาบันภาษาเฉพาะทางขนาดใหญ่ มักมีคอร์สติวเข้มวัดผลสำหรับ HSK โดยเฉพาะ
  • สายพื้นฐานและเด็กเล็ก: โรงเรียนสอนภาษาทั่วไปหรือหลักสูตรติวเตอร์ตัวต่อตัว สามารถปรับให้เข้ากับพื้นฐานนักเรียนได้ดี
  • สายเตรียมสอบโดยตรง: สถาบันที่เน้นทำข้อสอบเก่าและเทคนิคการทำคะแนนโดยเฉพาะ

หากสนใจหาติวเตอร์ส่วนตัวหรือสถาบันเฉพาะทางสามารถดูคอร์สของ พี่ปิง ECITutor หรือค้นหาติวเตอร์ส่วนตัวได้ที่ BestKru

(Photo by Costfoto/NurPhoto via Getty Images)

สิ่งสำคัญคือผู้ปกครองและเด็กที่สนใจด้านการเรียนภาษาจีน ก่อนลงเรียน ควรถามสถาบันนั้นๆ ก่อนว่า “มีสถิติการผ่าน HSK ระดับที่ต้องการหรือไม่” และ “สนามสอบที่ใช้เป็นที่รับรองโดย Hanban หรือไม่” เพื่อให้มั่นใจว่าคะแนนที่ได้ใช้ยื่นเรียนต่อได้จริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...