สกัดคาอยุธยา! ยึดมือถือ 1,171 เครื่อง-ซิม 3 พันอัน แก๊งคอลฯ ขนย้ายฐานหนีซุกชายแดนแม่สอด
เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พล.ต.ต.สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นายประพันธ์ ตรีบุบผา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหา พร้อมตรวจยึดของกลาง ประกอบด้วย โทรศัพท์มือถือ 1,171 เครื่อง ซิมการ์ดกว่า 3,000 อัน โน้ตบุ๊ก 4 เครื่อง และอุปกรณ์เชื่อมต่อสัญญาณอีกจำนวนมาก
พล.ต.ต.สุรวุฒิ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการขยายผลการสืบสวน หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สามารถจับกุมกลุ่มผู้ต้องสงสัยชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ได้ 5 คน ในพื้นที่ อ.บางปะหัน เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา
จากการสืบสวนพบว่า ขบวนการดังกล่าวมีการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์และเปลี่ยนฐานปฏิบัติการ จาก จ.สระแก้ว ผ่านพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา มุ่งหน้าไปยัง อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งเป็นพื้นที่ติดชายแดนเมียนมา
ต่อมา เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าสกัดจับรถยนต์ต้องสงสัยบริเวณใต้สะพานต่างระดับอยุธยา ถนนสายเอเชีย ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 18 ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา
จากการตรวจค้น สามารถจับกุม นายรุ่งโรจน์ จันมะณี อายุ 52 ปี ผู้ขับขี่รถยนต์ พร้อมพบกระเป๋าเดินทางหลายใบ ภายในบรรจุโทรศัพท์มือถือ 1,171 เครื่อง ซิมการ์ดกว่า 3,000 อัน โน้ตบุ๊ก 4 เครื่อง และอุปกรณ์เชื่อมต่อสัญญาณจำนวนมาก จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง
เจ้าหน้าที่ระบุว่า หากอุปกรณ์ทั้งหมดถูกลำเลียงไปถึงพื้นที่ชายแดนและนำไปใช้ในการก่อเหตุของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อาจสร้างความเสียหายต่อประชาชนและระบบเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง จึงประสานผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเข้าตรวจสอบข้อมูลในโทรศัพท์และซิมการ์ดทั้งหมด เพื่อขยายผลติดตามผู้บงการและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
เบื้องต้น พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ฐานเป็นธุระจัดหา ซื้อขาย หรือกระจายซิมการ์ด มีโทษจำคุกตั้งแต่ 2-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 200,000-500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากนี้ ยังแจ้งข้อหาเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้ซิมการ์ด มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางดำเนินคดี และเร่งขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการต่อไป