โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สกัดคาอยุธยา! ยึดมือถือ 1,171 เครื่อง-ซิม 3 พันอัน แก๊งคอลฯ ขนย้ายฐานหนีซุกชายแดนแม่สอด

เดลินิวส์

อัพเดต 14 กรกฎาคม 2569 เวลา 1.43 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
รวบคาถนนสายเอเชีย! ตำรวจอยุธยาสกัดรถขนเสบียงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตะลึงซุกมือถือและซิมการ์ดนับพันใส่กระเป๋าเดินทาง สารภาพกำลังเคลื่อนย้ายจากสระแก้วส่งข้ามฝั่งเมียนมา

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พล.ต.ต.สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นายประพันธ์ ตรีบุบผา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหา พร้อมตรวจยึดของกลาง ประกอบด้วย โทรศัพท์มือถือ 1,171 เครื่อง ซิมการ์ดกว่า 3,000 อัน โน้ตบุ๊ก 4 เครื่อง และอุปกรณ์เชื่อมต่อสัญญาณอีกจำนวนมาก

พล.ต.ต.สุรวุฒิ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการขยายผลการสืบสวน หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สามารถจับกุมกลุ่มผู้ต้องสงสัยชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ได้ 5 คน ในพื้นที่ อ.บางปะหัน เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา

จากการสืบสวนพบว่า ขบวนการดังกล่าวมีการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์และเปลี่ยนฐานปฏิบัติการ จาก จ.สระแก้ว ผ่านพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา มุ่งหน้าไปยัง อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งเป็นพื้นที่ติดชายแดนเมียนมา

ต่อมา เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าสกัดจับรถยนต์ต้องสงสัยบริเวณใต้สะพานต่างระดับอยุธยา ถนนสายเอเชีย ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 18 ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา

จากการตรวจค้น สามารถจับกุม นายรุ่งโรจน์ จันมะณี อายุ 52 ปี ผู้ขับขี่รถยนต์ พร้อมพบกระเป๋าเดินทางหลายใบ ภายในบรรจุโทรศัพท์มือถือ 1,171 เครื่อง ซิมการ์ดกว่า 3,000 อัน โน้ตบุ๊ก 4 เครื่อง และอุปกรณ์เชื่อมต่อสัญญาณจำนวนมาก จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง

เจ้าหน้าที่ระบุว่า หากอุปกรณ์ทั้งหมดถูกลำเลียงไปถึงพื้นที่ชายแดนและนำไปใช้ในการก่อเหตุของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อาจสร้างความเสียหายต่อประชาชนและระบบเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง จึงประสานผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเข้าตรวจสอบข้อมูลในโทรศัพท์และซิมการ์ดทั้งหมด เพื่อขยายผลติดตามผู้บงการและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

เบื้องต้น พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ฐานเป็นธุระจัดหา ซื้อขาย หรือกระจายซิมการ์ด มีโทษจำคุกตั้งแต่ 2-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 200,000-500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ ยังแจ้งข้อหาเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้ซิมการ์ด มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางดำเนินคดี และเร่งขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...