พ่อใหญ่ทรัมป์! ตัวฉุดความเชื่อมั่น 'สหรัฐฯ' ดิ่งฮวบ สวนทาง 'จีน' ที่กลายเป็นขั้วอำนาจใหม่ที่โลกไว้ใจใน 10 ปีข้างหน้า
ผลสำรวจ Ipsos Global Advisor (เมษายน 2026) ใน 31 ประเทศทั่วโลก กำลังสะท้อนความจริงที่ว่า "พญาอินทรี" กำลังปีกหักในสายตาชาวโลก หลังจากที่พ่อใหญ่ทรัมป์ คุ้มดีคุ้มร้าย คาดเดาไม่ได้ ขณะที่ "พญามังกร" กลับผงาดขึ้นมาเป็นที่พึ่งใหม่ในทศวรรษหน้าอย่างเด่นชัด
ทำไมอเมริกาถึงถูกมองแย่ลง?
วิกฤตศรัทธาครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่รอบนี้ "หนักกว่าเดิม" เพราะพังทลายพร้อมกันหลายแนวรบ โดย พิมพ์ทัย สุวรรณศุข ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ บริษัท อิปซอสส์ จำกัด อธิบายว่า นับตั้งแต่ โดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นรับตำแหน่ง ความเชื่อมั่นของสหรัฐอเมริกาก็ตกลง และกลับมาฟื้นตัวขึ้นในยุค โจ ไบเดน แต่พอทรัมป์ กลับมาครองเก้าอี้สมัยที่ 2 ตัวเลขความเชื่อมั่นดิ่งลงทันที
โดยในช่วงระหว่างตุลาคม 2024 ถึงเมษายน 2025 สหรัฐฯ ร่วงจากอันดับ 9 เหลือแค่ อันดับ 13 ในการจัดอันดับประเทศที่โลกมองว่าจะส่งผลเชิงบวก คะแนนลดลงถึง 13 จุด แม้แต่ชาวอเมริกันเอง ก็เหลือเพียง 59% ที่คิดว่าสหรัฐฯ จะส่งผลดีต่อโลก ซึ่งก่อนหน้านี้ตัวเลขนี้ไม่เคยต่ำกว่า 76%
พิษสงครามในตะวันออกกลาง:ความขัดแย้งในอิหร่านสร้างแรงกระแทกให้ยุโรปเต็มๆ ทั้งราคาน้ำมันและค่าครองชีพที่พุ่งสูง คนยุโรปรู้สึกเหมือน "อเมริกาคือเพื่อนสนิทที่สร้างเรื่องเดือดร้อนให้ แล้วเดินหนีไม่รับผิดชอบ"ส่งผลให้ 30 จาก 31 ประเทศเห็นตรงกันว่า ควรอยู่ห่างๆ จากความขัดแย้งนี้
Elon Musk และการเมืองทำลายแบรนด์:จากที่เคยเป็นไอคอนของนวัตกรรมและพลังงานสะอาด วันนี้คนยุโรปเริ่มแบน Teslaเพราะไม่ชอบใจที่มัสก์กระโดดเข้าการเมืองอย่างเปิดเผย ยอดขายที่ร่วงลงพิสูจน์แล้วว่า คนไม่ได้แค่เกลียดตัวบุคคล แต่พาลไม่ชอบสิ่งที่แบรนด์เป็นตัวแทนด้วย
กำแพงภาษีที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงตัวเอง:รัฐบาลสหรัฐฯ ตั้งกำแพงภาษีบล็อกรถ EV จีนราคาถูก ผลลัพธ์คือคนอเมริกันช้ำใจที่ต้องทนใช้รถแพง นโยบายนี้เลยกลายเป็นบูมเมอแรงกลับมาทำลายความนิยมของรัฐบาลเอง
จีน อยู่เฉย ๆ ก็ส้มหล่น
ในขณะที่สหรัฐฯ ดิ่งลง จีนกลับไต่ขึ้นในทิศทางตรงกันข้าม จากข้อมูล Ipsos จีนแซงสหรัฐฯ ในการจัดอันดับความเชื่อมั่นระดับโลกไปแล้วตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยขยับจากอันดับ 13 (39%) ในตุลาคม 2024 ขึ้นมาอันดับ 11 (49%) ในเมษายน 2025 และสัดส่วนผู้มองจีนในแง่บวกเพิ่มขึ้นจาก 42% ในปี 2020 มาเป็น 50% ในปัจจุบัน
เมื่อแบ่งตามภูมิภาค ภาพยิ่งชัดขึ้นไปอีก — ทุกภูมิภาคทั่วโลกมองจีนบวกกว่าสหรัฐฯ แล้ว ยกเว้นแค่อเมริกาเหนือที่บ้านเกิด
เอเชีย-แปซิฟิก — จีน 55% vs สหรัฐฯ 40%
ยุโรป — จีน 35% vs สหรัฐฯ 28%
ลาตินอเมริกา — จีน 68% vs สหรัฐฯ 56%
อเมริกาเหนือ — สหรัฐฯ 42% vs จีน 32% (ภูมิภาคเดียวที่สหรัฐฯ ยังนำอยู่)
ที่น่าสนใจคือ พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนคนยุโรปเริ่มหันไปอุดหนุนแบรนด์ท้องถิ่นของตัวเองแทนแบรนด์อเมริกา เป็นตัวชี้วัดว่า "จุดยืนทางการเมือง" มีผลต่อ "กระเป๋าเงิน" ของผู้บริโภคยุคนี้อย่างแท้จริง
คนไทย Love จีนมากขึ้น
สำหรับประเทศไทยพบว่า คนไทย 74% เชื่อมั่นในจีนมากขึ้นแต่ไม่ใช่เพราะแค่อเมริกาที่เปิดศึกกับอิหร่านจนกระทบต่อค่าพลังงาน แต่เพราะคนไทยมองจีนเป็น "เพื่อนบ้าน" ที่ผูกพันกันมานานอยู่แล้ว ทัศนคติบวกนี้จึงฝังรากลึก และยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อเห็นอเมริกาถอยหลัง
อย่างไรก็ตาม พิมพ์ทัย ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า ความรู้สึกของคนไทยนั้นมีเลเยอร์ที่ซับซ้อนกว่าที่คิด เพราะแม้ภาพรวมคนไทยจะมองจีนในแง่บวกมาก แต่ลึกๆ แล้วก็มี ความกังวลเรื่องทัพสินค้าจีนราคาถูกที่กำลังเข้ามาถล่มและส่งผลกระทบต่อ SME ไทย
เพียงแต่ความกังวลนี้ไม่ได้เปลี่ยนเป็นความเกลียดชังหรือการต่อต้านประเทศจีนเหมือนในยุโรป แต่คนไทยมองว่า "มันเป็นหน้าที่ของรัฐบาลไทย"ที่จะต้องออกมากำกับดูแล สร้างกติกา และปกป้องผลประโยชน์ของคนในชาติให้แข่งขันได้อย่างเป็นธรรม
แต่จุดที่ต่างจากยุโรปคือ คนไทยไม่ได้เกลียดหรือต่อต้านอเมริกาเนื่องจากอเมริกา "ห่างไกลจากชีวิตประจำวัน" ขณะที่สินค้าจากจีนมีราคาจับต้องได้ ในสเป็กที่ดี ดังนั้น จะเห็นว่าคนไทย เปิดใจให้กับรถอีวีจีน โดยตัวเลขในงานมอเตอร์โชว์ของไทยล่าสุด รถจีนครองพื้นที่ถึง 3 ใน 5 ของรถทั้งหมดที่จัดแสดง