โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

พ่อใหญ่ทรัมป์! ตัวฉุดความเชื่อมั่น 'สหรัฐฯ' ดิ่งฮวบ สวนทาง 'จีน' ที่กลายเป็นขั้วอำนาจใหม่ที่โลกไว้ใจใน 10 ปีข้างหน้า

Positioningmag

อัพเดต 19 พ.ค. เวลา 13.17 น. • เผยแพร่ 19 พ.ค. เวลา 13.16 น. • TopTen

ผลสำรวจ Ipsos Global Advisor (เมษายน 2026) ใน 31 ประเทศทั่วโลก กำลังสะท้อนความจริงที่ว่า "พญาอินทรี" กำลังปีกหักในสายตาชาวโลก หลังจากที่พ่อใหญ่ทรัมป์ คุ้มดีคุ้มร้าย คาดเดาไม่ได้ ขณะที่ "พญามังกร" กลับผงาดขึ้นมาเป็นที่พึ่งใหม่ในทศวรรษหน้าอย่างเด่นชัด

ทำไมอเมริกาถึงถูกมองแย่ลง?

วิกฤตศรัทธาครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่รอบนี้ "หนักกว่าเดิม" เพราะพังทลายพร้อมกันหลายแนวรบ โดย พิมพ์ทัย สุวรรณศุข ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ บริษัท อิปซอสส์ จำกัด อธิบายว่า นับตั้งแต่ โดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นรับตำแหน่ง ความเชื่อมั่นของสหรัฐอเมริกาก็ตกลง และกลับมาฟื้นตัวขึ้นในยุค โจ ไบเดน แต่พอทรัมป์ กลับมาครองเก้าอี้สมัยที่ 2 ตัวเลขความเชื่อมั่นดิ่งลงทันที
โดยในช่วงระหว่างตุลาคม 2024 ถึงเมษายน 2025 สหรัฐฯ ร่วงจากอันดับ 9 เหลือแค่ อันดับ 13 ในการจัดอันดับประเทศที่โลกมองว่าจะส่งผลเชิงบวก คะแนนลดลงถึง 13 จุด แม้แต่ชาวอเมริกันเอง ก็เหลือเพียง 59% ที่คิดว่าสหรัฐฯ จะส่งผลดีต่อโลก ซึ่งก่อนหน้านี้ตัวเลขนี้ไม่เคยต่ำกว่า 76%
พิษสงครามในตะวันออกกลาง:ความขัดแย้งในอิหร่านสร้างแรงกระแทกให้ยุโรปเต็มๆ ทั้งราคาน้ำมันและค่าครองชีพที่พุ่งสูง คนยุโรปรู้สึกเหมือน "อเมริกาคือเพื่อนสนิทที่สร้างเรื่องเดือดร้อนให้ แล้วเดินหนีไม่รับผิดชอบ"ส่งผลให้ 30 จาก 31 ประเทศเห็นตรงกันว่า ควรอยู่ห่างๆ จากความขัดแย้งนี้
Elon Musk และการเมืองทำลายแบรนด์:จากที่เคยเป็นไอคอนของนวัตกรรมและพลังงานสะอาด วันนี้คนยุโรปเริ่มแบน Teslaเพราะไม่ชอบใจที่มัสก์กระโดดเข้าการเมืองอย่างเปิดเผย ยอดขายที่ร่วงลงพิสูจน์แล้วว่า คนไม่ได้แค่เกลียดตัวบุคคล แต่พาลไม่ชอบสิ่งที่แบรนด์เป็นตัวแทนด้วย
กำแพงภาษีที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงตัวเอง:รัฐบาลสหรัฐฯ ตั้งกำแพงภาษีบล็อกรถ EV จีนราคาถูก ผลลัพธ์คือคนอเมริกันช้ำใจที่ต้องทนใช้รถแพง นโยบายนี้เลยกลายเป็นบูมเมอแรงกลับมาทำลายความนิยมของรัฐบาลเอง


จีน อยู่เฉย ๆ ก็ส้มหล่น

ในขณะที่สหรัฐฯ ดิ่งลง จีนกลับไต่ขึ้นในทิศทางตรงกันข้าม จากข้อมูล Ipsos จีนแซงสหรัฐฯ ในการจัดอันดับความเชื่อมั่นระดับโลกไปแล้วตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยขยับจากอันดับ 13 (39%) ในตุลาคม 2024 ขึ้นมาอันดับ 11 (49%) ในเมษายน 2025 และสัดส่วนผู้มองจีนในแง่บวกเพิ่มขึ้นจาก 42% ในปี 2020 มาเป็น 50% ในปัจจุบัน

เมื่อแบ่งตามภูมิภาค ภาพยิ่งชัดขึ้นไปอีก — ทุกภูมิภาคทั่วโลกมองจีนบวกกว่าสหรัฐฯ แล้ว ยกเว้นแค่อเมริกาเหนือที่บ้านเกิด

  • เอเชีย-แปซิฟิก — จีน 55% vs สหรัฐฯ 40%

  • ยุโรป — จีน 35% vs สหรัฐฯ 28%

  • ลาตินอเมริกา — จีน 68% vs สหรัฐฯ 56%

  • อเมริกาเหนือ — สหรัฐฯ 42% vs จีน 32% (ภูมิภาคเดียวที่สหรัฐฯ ยังนำอยู่)

ที่น่าสนใจคือ พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนคนยุโรปเริ่มหันไปอุดหนุนแบรนด์ท้องถิ่นของตัวเองแทนแบรนด์อเมริกา เป็นตัวชี้วัดว่า "จุดยืนทางการเมือง" มีผลต่อ "กระเป๋าเงิน" ของผู้บริโภคยุคนี้อย่างแท้จริง


คนไทย Love จีนมากขึ้น

สำหรับประเทศไทยพบว่า คนไทย 74% เชื่อมั่นในจีนมากขึ้นแต่ไม่ใช่เพราะแค่อเมริกาที่เปิดศึกกับอิหร่านจนกระทบต่อค่าพลังงาน แต่เพราะคนไทยมองจีนเป็น "เพื่อนบ้าน" ที่ผูกพันกันมานานอยู่แล้ว ทัศนคติบวกนี้จึงฝังรากลึก และยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อเห็นอเมริกาถอยหลัง
อย่างไรก็ตาม พิมพ์ทัย ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า ความรู้สึกของคนไทยนั้นมีเลเยอร์ที่ซับซ้อนกว่าที่คิด เพราะแม้ภาพรวมคนไทยจะมองจีนในแง่บวกมาก แต่ลึกๆ แล้วก็มี ความกังวลเรื่องทัพสินค้าจีนราคาถูกที่กำลังเข้ามาถล่มและส่งผลกระทบต่อ SME ไทย
เพียงแต่ความกังวลนี้ไม่ได้เปลี่ยนเป็นความเกลียดชังหรือการต่อต้านประเทศจีนเหมือนในยุโรป แต่คนไทยมองว่า "มันเป็นหน้าที่ของรัฐบาลไทย"ที่จะต้องออกมากำกับดูแล สร้างกติกา และปกป้องผลประโยชน์ของคนในชาติให้แข่งขันได้อย่างเป็นธรรม
แต่จุดที่ต่างจากยุโรปคือ คนไทยไม่ได้เกลียดหรือต่อต้านอเมริกาเนื่องจากอเมริกา "ห่างไกลจากชีวิตประจำวัน" ขณะที่สินค้าจากจีนมีราคาจับต้องได้ ในสเป็กที่ดี ดังนั้น จะเห็นว่าคนไทย เปิดใจให้กับรถอีวีจีน โดยตัวเลขในงานมอเตอร์โชว์ของไทยล่าสุด รถจีนครองพื้นที่ถึง 3 ใน 5 ของรถทั้งหมดที่จัดแสดง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...