ปิดตำนาน “นายอำเภอแหวนเพชร”! คนนับพันหลั่งน้ำตาร่วมไว้อาลัย อดีตรองผู้ว่าฯ ชุมพร
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 19 พฤษภาคม 69 นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานในพิธีฌาปนกิจศพ นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร โดยมีนายพนพร อุสิทธิ์ พร้อมด้วยอดีตผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด และบุคคลสำคัญจากหลายพื้นที่ อาทิ จังหวัดชุมพร ระนอง และประจวบคีรีขันธ์ เดินทางมาร่วมไว้อาลัยอย่างเนืองแน่น
พิธีเริ่มต้นที่บ้านเลขที่ 16/8 หมู่ 8 ตำบลนาขา อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร โดยคณะสงฆ์ประกอบพิธีสวดมาติกาและบังสุกุล ก่อนเคลื่อนขบวนศพไปยังวัดเทพวงศ์วราราม (วัดเขาแงน) เพื่อประกอบพิธีฌาปนกิจ ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้า มีเสียงสะอื้นไห้ของผู้มาร่วมงานจำนวนมาก หลายคนถึงกับทรุดตัวลงกราบพื้น ขณะขบวนเคลื่อนร่างของอดีตข้าราชการคนสำคัญออกจากบ้านอย่างช้า ๆ
ชายผู้จากไปไม่ได้เป็นเพียงอดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัด แต่คือ “เสาหลัก” ของประชาชนในยามทุกข์ยาก ตลอดเส้นทางราชการ นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร เป็นภาพจำของข้าราชการนักลุย ผู้ไม่เคยนั่งปฏิบัติงานอยู่เบื้องหลัง แต่ลงพื้นที่จริง ลุยน้ำ ลุยโคลน เข้าช่วยเหลือชาวบ้านในทุกเหตุภัยพิบัติ ทั้งน้ำท่วม ดินถล่ม และความเดือดร้อนในพื้นที่ห่างไกล
ชาวบ้านหลายคนกล่าวทั้งน้ำตาว่า
“ต่อจากนี้…ใครจะดูแลพวกเรา”
คำพูดสั้น ๆ แต่สะท้อนหัวใจของคนทั้งจังหวัด ที่สูญเสียบุคคลซึ่งเป็นมากกว่าข้าราชการ แต่เป็นที่พึ่งของประชาชนในยามสิ้นหวัง
สำหรับประวัติการรับราชการของท่าน ถือเป็นแบบอย่างของนักปกครองผู้เติบโตจากความมุ่งมั่น เริ่มจากปลัดอำเภอ ก่อนก้าวขึ้นเป็นนายอำเภอ ปลัดจังหวัด และรองผู้ว่าราชการจังหวัด ผ่านการทำงานรับใช้แผ่นดินในหลายจังหวัด ทั้งสุราษฎร์ธานี ชุมพร ระนอง และประจวบคีรีขันธ์
ด้วยผลงานอันโดดเด่น ท่านได้รับรางวัลมากมาย อาทิ ข้าราชการพลเรือนดีเด่น นายอำเภอแหวนเพชร รางวัลด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด การต่อต้านทุจริต และการรณรงค์ลดปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สะท้อนถึงความเป็น “นักปกครองของประชาชน” อย่างแท้จริง
การจากไปของนายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร ไม่ใช่เพียงการสูญเสียอดีตข้าราชการระดับสูง แต่คือการสิ้นร่มโพธิ์ร่มไทรของชาวใต้ ผู้ซึ่งใช้ทั้งชีวิตรับใช้บ้านเมืองด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และเมตตา
แม้วันนี้ร่างของท่านจะเหลือเพียงเถ้าถ่าน ณ วัดเขาแงน แต่ชื่อของ “นายอำเภอแหวนเพชร” จะยังคงอยู่ในความทรงจำของชาวบ้านตลอดไป — ชายผู้ไม่เคยทอดทิ้งประชาชน แม้ในวันที่ฟ้ามืดที่สุด