"มหาวิทยาลัยคอร์เนล" ออกแถลงการณ์อาลัย "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ" ยกย่องทรงอุทิศพระองค์ ทรงนำการศึกษากฎหมายช่วยเหลือสังคม
CG-คอร์เนลออกแถลงการณ์แสดงความอาลัยต่อการสิ้นพระชนม์ “พระองค์ภา” โปรย-มหาวิทยาลัยคอร์เนล ออกแถลงการณ์แสดงความไว้อาลัย ต่อการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยคอร์เนล แห่งมลรัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา มหาวิทยาลัยชั้นนำระดับประเทศ ที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกทางด้านกฎหมาย ได้ออกแถลงการณ์แสดงความอาลัยต่อการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ โดยเนื้อหาของแถลงการณ์ ทางเพจ เรารัก สมเด็จเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา : Our Beloved HRH Princess Bajrakitiyabha ได้แปลและเรียบเรียงออกมาดังนี้ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยคอร์เนล ขอแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้งต่อการสิ้นพระชนม์ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา แห่งประเทศไทย ศิษย์เก่า LL.M. รุ่นปี 2002 และ J.S.D. รุ่นปี 2005 ศิษย์เก่าดีเด่นผู้มีเกียรติประวัติอันงดงาม ซึ่งพระกรณียกิจในฐานะอัยการ นักการทูต และผู้สนับสนุนสิทธิสตรี ทรงเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ซึ่งเป็นพระราชธิดาพระองค์โตในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 10) สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ด้วยพระอาการประชวรเรื้อรัง ในพระชันษา 47 ปี ในฐานะอัยการของประเทศไทย พระองค์ ทรงมีความห่วงใยและตระหนักถึงความท้าทายที่ผู้ต้องขังหญิงต้องเผชิญ โดยเฉพาะผู้ต้องขังที่กำลังตั้งครรภ์ พระองค์ทรงริเริ่มโครงการต่างๆ เพื่อยกระดับโอกาสทางการศึกษาและวิชาชีพสำหรับสตรีในเรือนจำ และทรงมีบทบาทนำในความพยายามระดับนานาชาติ ซึ่งนำไปสู่การรับรองกฎสหประชาชาติ ว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง และมาตรการที่มิใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำผิดหญิง หรือที่รู้จักกันในนาม "ข้อกำหนดกรุงเทพ" (Bangkok Rules) พระกรณียกิจของพระองค์ ทำให้ทรงได้รับความชื่นชมในระดับสากล และช่วยยกระดับความเป็นอยู่ของผู้หญิงในระบบยุติธรรมทั่วโลก สจวร์ต เจ. ชวาบ (Stewart J. Schwab) คณบดีกิตติคุณและศาสตราจารย์ด้านกฎหมาย ได้กล่าวว่า "หลังจากทรงสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยคอร์เนล พระองค์ทรงมีเส้นทางอาชีพด้านกฎหมายที่โดดเด่นยิ่ง ทรงสร้างเกียรติประวัติในฐานะอัยการ นักการทูต และผู้สนับสนุนความยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ข้าพเจ้ายังระลึกถึงพระเมตตาและความโอบอ้อมอารีของพระองค์ ขณะที่เราร่วมกันสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยกับมหาวิทยาลัยคอร์เนล การสิ้นพระชนม์ก่อนวัยอันควรของพระองค์ นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของประเทศไทยและของโลก” หลังจากทรงสำเร็จการศึกษาด้านกฎหมายในประเทศไทย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ได้เสด็จมาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยคอร์เนล โดยทรงได้รับปริญญา นิติศาสตรมหาบัณฑิต (LL.M.) ในปี 2002 และดุษฎีบัณฑิตสาขานิติศาสตร์ (Doctor of the Science of Law – J.S.D.) ในปี 2005 พระกรณียกิจของพระองค์ยังได้สร้างคุณูปการอันยั่งยืนแก่มหาวิทยาลัยคอร์เนลอีกด้วย โดยในปี 2007 มหาวิทยาลัยคอร์เนลและเนติบัณฑิตยสภาแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกันจัดตั้งทุนการศึกษาและโครงการแลกเปลี่ยนสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา มหิดล (Princess Bajrakitiyabha Mahidol Scholarship and Exchange Program) เพื่อเปิดโอกาสให้นักกฎหมายไทย ผู้มีความสามารถโดดเด่น ได้ศึกษาต่อด้านกฎหมายขั้นสูงที่คอร์เนล รวมทั้งสนับสนุนการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ ระหว่างคณาจารย์ของคอร์แนลล์และมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย โดยทางด้านศาสตราจารย์ จอห์น บาร์เซโล (Professor John Barceló) ผู้เป็นประธานคณะกรรมการวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกของพระองค์ ได้กล่าวถึงพระองค์ว่า ทรงเป็นทั้ง "แรงบันดาลใจและต้นแบบ" ของโครงการริเริ่มนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองสถาบันเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา ในปี ค.ศ. 2012 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ได้เสด็จกลับมายังเมืองอิธากา (Ithaca) ในโอกาสที่มหาวิทยาลัยคอร์เนลและเนติบัณฑิตยสภาแห่งประเทศไทย ได้ลงนามต่ออายุบันทึกความเข้าใจ (MOU) ซึ่งเป็นรากฐานของความร่วมมือระหว่างกัน การเสด็จเยือนครั้งนั้น ได้นำผู้แทนจากเนติบัณฑิตยสภา กระทรวงยุติธรรมของประเทศไทย และมหาวิทยาลัยคอร์เนล มาร่วมเฉลิมฉลองความร่วมมือที่ถือกำเนิดขึ้น จากเส้นทางการศึกษาของพระองค์เองที่คอร์แนล“สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงแสดงให้เห็นถึงพลังแห่งการศึกษาด้านกฎหมายที่สามารถเปลี่ยนแปลงสังคมได้ ผ่านการอุทิศตนเพื่อผู้อื่น ในฐานะอัยการ นักการทูต และผู้ทรงขับเคลื่อนประเด็นสำคัญในระดับนานาชาติ พระองค์ทรงอุทิศพระชนมชีพเพื่อส่งเสริมความยุติธรรม ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และหลักนิติธรรม พระเกียรติคุณของพระองค์ ยังคงดำรงอยู่ ไม่เพียงผ่านการรับใช้สาธารณะอันโดดเด่นเท่านั้น แต่ยังผ่านโครงการทุนการศึกษาและการแลกเปลี่ยนที่ใช้พระนามของพระองค์ ซึ่งยังคงสร้างโอกาสให้แก่ผู้นำด้านกฎหมายรุ่นต่อไป มหาวิทยาลัยคอร์เนลภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้มีพระองค์ เป็นหนึ่งในศิษย์เก่าผู้ทรงเกียรติสูงสุดของเรา” ในโอกาสนี้ มหาวิทยาลัยคอร์เนล ขอถวายความอาลัยอย่างสุดซึ้งต่อพระบรมวงศานุวงศ์ไทย ประชาชนชาวไทย และทุกผู้ทุกนามที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภาวะผู้นำ การอุทิศตน และแบบอย่างอันทรงคุณค่า ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา