โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธรรมะ

พลิกโฉม สกสค. ยุค ‘ดร.พีระพันธ์’ โชว์ผลงานดัน 32 สวัสดิการ ยกระดับคุณภาพชีวิตครู-บุคลากร

เดลินิวส์

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • เดลินิวส์
พลิกโฉม สกสค. ยุค “ดร.พีระพันธ์” โชว์ผลงาน ปีกว่า ดัน “32 สวัสดิการ” ยกระดับคุณภาพชีวิตครูและบุคลากรทางการศึกษา ช่วยครูที่มีปัญหา ฟ้องร้อง ไกล่เกลี่ย ลดภาระผู้กู้และผู้ค้ำด้วยวินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ

เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 69 ดร.พีระพันธ์ เหมะรัต เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปี ที่ตนได้สลัดภาพจำองค์กรแบบเดิม ๆ ก้าวสู่การเป็นผู้นำการเปลี่ยนผ่านองค์กรอย่างแท้จริง ด้วยการนำประสบการณ์ด้านการเงิน การลงทุน และการบริหารองค์กรขนาดใหญ่ มาขับเคลื่อนแนวคิด "Change Model" จนเกิดเป็นรูปธรรมสร้างแรงสั่นสะเทือนวงการแม่พิมพ์ไทย ล่าสุดเดินหน้าโชว์ท็อปฟอร์มด้วย "32 สวัสดิการ สกสค. ปี 2569" ที่เน้นดูแลคุณภาพชีวิตครูแบบครบวงจร ทั่วถึง และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ดร.พีระพันธ์ เปิดเผยว่า โลกการศึกษาปัจจุบันเปลี่ยนไปมาก ครูต้องเผชิญกับค่าครองชีพ เทคโนโลยี และสังคมผู้สูงอายุ การดูแลครูจึงต้องปรับเป็นระบบดูแลคุณภาพชีวิตแบบองค์รวม โดยชู 6 เสาหลักสำคัญ ที่ทำได้จริงและเห็นผลเด่นชัดตลอด 2 ปีกว่าที่ผ่านมา ดังนี้:

1.สุขภาพดี รากฐานการศึกษา (Mobile Hospital & โรงพยาบาลครู)

เพราะสุขภาพครูคือสิ่งสำคัญ สกสค. จึงรุกหนักส่งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ Mobile Hospital ลุยตรวจสุขภาพเชิงรุกและผ่าตัดต้อกระจกให้ครูในพื้นที่ห่างไกล พร้อมผลักดันแนวคิด "โรงพยาบาลครู" เพื่อให้เข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพ ยิ่งไปกว่านั้นยังส่งใจถึงเยียวยาจริง ควักงบดูแลครูผู้ป่วยติดเตียงและครูพิการทั่วประเทศไปแล้วกว่า 1,500 ราย

2.ลดราคาเครือข่ายร้านค้า 1,538 แห่ง

แก้ปัญหากระเป๋าฉีกในยุคของแพง! ดร.พีระพันธ์ จับมือภาคเอกชนรายใหญ่ ทั้งร้านแว่นท็อปเจริญ, กาแฟพันธุ์ไทย และโครงการยานยนต์พลังงานทางเลือก ขยายเครือข่ายร้านค้าสวัสดิการรวมกว่า 1,538 แห่งทั่วประเทศ มอบส่วนลดพิเศษทั้งอาหาร ที่พัก สินค้าอุปโภคบริโภค และบริการจำเป็นเพื่อลดรายจ่าย-เพิ่มเงินในกระเป๋าให้ครอบครัวครู

3.มั่นคงทางการเงิน ปลดหนี้-สร้างหลักประกัน

แก้โจทย์ใหญ่เรื่องปากท้อง พัฒนาสวัสดิการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และระบบประกันภัยคุ้มครองสินเชื่อ พร้อมอัปเกรดระบบ ช.พ.ค. และ ช.พ.ส. ให้เป็นหลักประกันชีวิตที่มั่นคงและพึ่งพาได้จริงของครอบครัวครูไทยในระยะยาว

4.ลงทุนในคน หนุนทุนเรียนต่อยันรุ่นลูก

สกสค. ในยุคนี้ แจกทุนการศึกษาระดับปริญญาโท-เอก ให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาอัปสกิลตัวเอง พร้อมเปย์ทุนให้บุตรหลานครูตั้งแต่ระดับอาชีวะจนถึงอุดมศึกษา ในโครงการ "เรียนฟรีมีงานทำระหว่างเรียน" เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืน

5.สังคมเรียนรู้ยุคดิจิทัล KM Cloud
ตอบโจทย์โลกยุคใหม่ด้วยการพัฒนาแพลตฟอร์ม KM Cloud สื่อการสอนออนไลน์ และคอร์สอบรมกฎหมาย รวมถึงการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ เพื่อให้แม่พิมพ์ของชาติก้าวทันเทคโนโลยีและรับมือความเปลี่ยนแปลงได้ทันท่วงที

6.สายใยไม่ทิ้งกัน อุ้มชูครูเกษียณ

ปิดท้ายด้วยมิติการดูแลเยียวยา ตั้งชมรมครูไทยวัยเกษียณ และชมรม "จับมือไว้ แล้วไปด้วยกัน" ลงพื้นที่ซับน้ำตาผู้ประสบภัยและครูที่ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบ พร้อมมอบรางวัลพระพฤหัสบดีเพื่อเชิดชูเกียรติคนดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) จัดประชุมหารือการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. ธนาคารออมสิน และสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 10 จังหวัด

การประชุมครั้งนี้เป็นการให้ความช่วยเหลือทั้งผู้กู้ และผู้ค้ำ เป็นความร่วมมือ 3 ฝ่าย ระหว่าง สกสค. กับธนาคารออมสิน และสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ขอให้ธนาคารออมสินพิจาราณา สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อช่วยครูที่มีปัญหา ฟ้องร้อง ให้มีการไกล่เกลี่ย ลดภาระผู้กู้และผู้ค้ำ

ธนาคารออมสินที่จะให้การสนับสนุนเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำให้กับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูต่าง ๆ เบื้องต้นในวงเงิน 5,000ล้านบาท เพื่อไปให้ความช่วยเหลือแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ให้ได้รับเงินกู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำอีกด้วย

ทั้งนี้ นับตั้งแต่ ดร.พีระพันธ์ เหมะรัต เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. เข้ามารับผิดชอบงาน สกสค. ตั้งแต่ปี 2567 ก็ได้เริ่มผลักดันการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งที่เป็นผู้กู้และผู้ค้ำประกันที่ประสบความเดือดร้อนมาโดยตลอด โดยได้ประสานงานร่วมมือกับสถาบันการเงินและสหกรณ์ออมทรัพย์ครูต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะธนาคารออมสินได้มีการประชุมหารือร่วมกันต่อเนื่องตลอดมา ซึ่งได้ปรากฏผลการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาและลดภาระหนี้ระหว่างปี 2567- 2568 ไปแล้วหลายประการ ได้แก่ ลดดอกเบี้ยให้กับครูกว่า 230,000 ราย เป็นเงิน 1,600 ล้านบาท ช่วยเหลือเพื่อแก้ปัญหาด้วยการไม่ฟ้อง ไม่ยึดทรัพย์ ไม่ขายทอดตลาดและไม่ฟ้องล้มละลายโดยให้มีการปรับโครงสร้างหนี้กับครูจำนวน 8,868 ราย เป็นเงิน 14,917 ล้านบาท ให้การศึกษาอบรมส่งเสริมการสร้างวินัยทางการเงินตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษาจำนวนมากกว่า 22,000 ราย.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...