โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“หุ้นชิปสหรัฐ” สูญมูลค่า 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ ตลาดเริ่มกังวลหุ้น AI แพงเกินไป

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

แรงขายถล่มหุ้นเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐหลังผลประกอบการ Broadcom ไม่สามารถตอบโจทย์ความคาดหวังของนักลงทุนได้เต็มที่ ฉุด Nvidia, AMD และ Micron ร่วงหนัก

วันที่ 6 มิถุนายน 2569 เวลา 07.34 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ในตลาดสหรัฐเผชิญแรงขายอย่างหนักในวันศุกร์ ส่งผลให้มูลค่าตลาดรวมของบริษัทผู้ผลิตชิปหายไปราว 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ โดยแรงกดดันไม่ได้มาจากผลประกอบการของบริษัทใดบริษัทหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนความกังวลของนักลงทุนที่เริ่มตั้งคำถามว่าหุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์อาจปรับตัวขึ้นร้อนแรงเกินไปในช่วงที่ผ่านมา

ดัชนี Philadelphia Semiconductor Index (SOX) ร่วงลง 10.3% ในวันเดียว นับเป็นการปรับตัวลงรายวันที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2020 ช่วงที่ตลาดการเงินทั่วโลกเผชิญแรงเทขายจากการระบาดของโควิด-19 โดยหากนับรวม 2 วันทำการล่าสุด ดัชนีดังกล่าวปรับตัวลดลงแล้วกว่า 12%

แรงขายเริ่มรุนแรงขึ้นหลัง Broadcom เปิดเผยผลประกอบการรายไตรมาสเมื่อวันพฤหัสบดี ซึ่งแม้ธุรกิจ AI ยังคงเติบโต แต่ความต้องการชิป AI แบบออกแบบเฉพาะ (Custom AI Chips) กลับไม่สามารถสร้างความประทับใจให้กับนักลงทุนที่คาดหวังการเติบโตในระดับสูงมากได้ ส่งผลให้เกิดแรงขายต่อเนื่องในหุ้นที่ได้รับอานิสงส์จากกระแส AI ทั่วทั้งอุตสาหกรรม

หุ้น Nvidia ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของโลก ปรับตัวลดลงประมาณ 6% ส่งผลให้มูลค่าตลาดหายไปมากกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Micron Technology ร่วงลง 13% ทำให้มูลค่าตลาดหายไปราว 150,000 ล้านดอลลาร์ ส่วน Marvell Technology ซึ่งเป็นหนึ่งในหุ้นดาวเด่นของกระแส AI ปรับตัวลดลงถึง 17% และ AMD ร่วงเกือบ 11%

แม้จะเผชิญแรงขายหนักในช่วงสองวันที่ผ่านมา แต่ดัชนี SOX ยังคงปรับตัวขึ้นถึง 73% นับตั้งแต่ต้นปี สะท้อนว่าหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ยังเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดของตลาดในปีนี้ อย่างไรก็ตาม ความร้อนแรงดังกล่าวกำลังทำให้นักลงทุนเริ่มกังวลเกี่ยวกับระดับมูลค่าหุ้นที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว

ความกังวลยิ่งเพิ่มขึ้นในช่วงที่ตลาดกำลังจับตาการเสนอขายหุ้น IPO ของ SpaceX ในสัปดาห์หน้า ซึ่งมีการประเมินมูลค่าบริษัทสูงถึง 1.75 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะเดียวกัน ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐที่ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาดยังเพิ่มแรงกดดันต่อบรรยากาศการลงทุน เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงไว้นานกว่าที่ตลาดเคยคาดการณ์ ส่งผลให้ดัชนี S&P 500 ปรับตัวลดลง 2.6% ในวันเดียว

ด้าน Broadcom ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์รายใหญ่จากกระแส AI ร่วงลงอีก 7.9% ในวันศุกร์ ส่งผลให้ราคาหุ้นลดลงเกือบ 20% ภายในเวลาเพียง 2 วัน หลังผลประกอบการล่าสุดไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ว่าความต้องการด้าน AI จะเติบโตได้รวดเร็วพอที่จะรองรับมูลค่าหุ้นที่ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงก่อนหน้านี้

Dennis Dick นักเทรดจาก Triple D Trading กล่าวว่า ตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา นักลงทุนจำนวนมากใช้กลยุทธ์ “Buy the Dip” หรือเข้าซื้อทุกครั้งที่ราคาหุ้นย่อตัวลง เพราะเป็นกลยุทธ์ที่สร้างผลตอบแทนได้ดีในช่วงตลาดขาขึ้น แต่แรงขายในครั้งนี้อาจเป็นสัญญาณว่าตลาดกำลังเปลี่ยนพฤติกรรม

“ที่ผ่านมารซื้อหุ้นทุกครั้งที่ราคาย่อตัวทำให้คุณได้เงินเสมอ แต่วันนี้มันไม่เป็นเช่นนั้นอีกแล้ว” เขากล่าว

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายรายยังไม่มองว่าการปรับฐานรอบนี้เป็นจุดสิ้นสุดของวัฏจักรขาขึ้นในอุตสาหกรรม AI และเซมิคอนดักเตอร์ โดย Ohsung Kwon หัวหน้านักกลยุทธ์ด้านหุ้นของ Wells Fargo มองว่าหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์อยู่ในภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought) มาระยะหนึ่งแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ตลาดจะเผชิญแรงขายทำกำไรในระยะสั้น

“หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ปรับตัวขึ้นมามากเกินไปก่อนหน้านี้ นั่นคือเหตุผลที่เราเห็นแรงเทขายในวันนี้ แต่ผมไม่คิดว่านี่คือจุดจบของตลาดกระทิงในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์” Kwon กล่าว

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นทั่วโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...