โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักวิชาการชูเทคโนโลยี ‘Digital Twin’ พลิกโฉมรับมือภัยพิบัติ ดันไทยบริหารความเสี่ยงเชิงรุก

The Reporters

อัพเดต 05 มิ.ย. เวลา 10.02 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. เวลา 10.02 น.

วันนี้ (5 มิ.ย. 69) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดงานวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิดร่วมปรับ ร่วมเปลี่ยน ร่วมสร้างประเทศไทยสู้โลกเดือด ณ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ

ผศ.ดร.ภวิสร ชื่นชุ่ม ภาควิชาวิศวกรรมแหล่งน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในกิจกรรม TED Talk หัวข้อการพลิกโฉมบริหารความเสี่ยงภัยพิบัติไทยด้วย Digital Twin ว่า ปัจจุบันภัยพิบัติทั้งน้ำท่วม ภัยแล้ง และดินถล่มมีความซับซ้อนมากขึ้น ความท้าทายสำคัญคือการคาดการณ์ล่วงหน้าและตัดสินใจรับมืออย่างทันท่วงทีเพื่อลดความสูญเสียและฟื้นตัวได้เร็วที่สุด ปัจจัยที่ทำให้การบริหารจัดการยากขึ้นมาจากภัยพิบัติที่เกิดขึ้นรวดเร็ว มีความเชื่อมโยงซับซ้อน และมีข้อมูลจำนวนมากแต่ยังไม่สามารถบูรณาการร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น กรณีฝนตกหนักในพื้นที่หาดใหญ่ที่มีปริมาณฝนสูงถึง 400-600 มิลลิเมตรในช่วงเวลาสั้นจนเกินขีดความสามารถของโครงสร้างพื้นฐาน

"วันนี้เราไม่ได้อยากรู้แค่ว่าน้ำท่วมที่ไหนหลังจากเกิดเหตุแล้ว แต่เราอยากรู้ว่าอีก 3 ชั่วโมง หรือ 6 ชั่วโมงข้างหน้า จะเกิดอะไรขึ้น และควรวางแผนรับมืออย่างไร" ผศ.ดร.ภวิสร กล่าว

สำหรับ Digital Twin เป็นเทคโนโลยีสร้างแบบจำลองเสมือนของพื้นที่จริง โดยผสานข้อมูลสภาพอากาศ ปริมาณน้ำ โครงสร้างพื้นฐาน และประชากรเข้ากับแบบจำลองทางวิศวกรรม เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์และสนับสนุนการตัดสินใจ ระบบนี้ต้องเชื่อมโยงข้อมูลจริงเข้ากับแบบจำลองและเครื่องมือวิเคราะห์เพื่อประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า ก่อนนำข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การนำ Digital Twin มาใช้จัดการภัยพิบัติครอบคลุมตั้งแต่ช่วงก่อนเกิดเหตุ ระหว่างเกิดเหตุ หลังเกิดเหตุ และการวางแผนระยะยาว โดยช่วงก่อนเกิดเหตุสามารถใช้ข้อมูลพยากรณ์อากาศจำลองสถานการณ์ล่วงหน้า ระหว่างเกิดเหตุช่วยประเมินพื้นที่เสี่ยงในช่วง 3-6 ชั่วโมงข้างหน้า ส่วนหลังเกิดเหตุสามารถนำข้อมูลมาประเมินความเสียหายและวางแผนลดความเสี่ยง นอกจากนี้ยังสามารถพัฒนาเป็นระบบรองรับภัยพิบัติหลายประเภท หรือ Multi-Hazard Digital Twin เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง ดินถล่ม ไฟป่า หรือฝุ่น PM2.5 ผ่านการเชื่อมโยงเข้าสู่แพลตฟอร์มเดียวกัน

ผศ.ดร.ภวิสร กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Digital Twin ประสบความสำเร็จต้องอาศัยธรรมาภิบาลข้อมูลและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานเจ้าของระบบ เจ้าของข้อมูล ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ และประชาชนผู้เผชิญความเสี่ยง พร้อมเสนอแนวทางขับเคลื่อนระบบในประเทศไทย โดยเริ่มจากพื้นที่เสี่ยงสูง พัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูล ลงทุนด้านแบบจำลองที่ผ่านการทดสอบ จัดทำพื้นที่นำร่อง และกำหนดตัวชี้วัดมุ่งลดความเสียหายอย่างเป็นรูปธรรม

"Digital Twin ไม่ใช่โครงการไอที แต่เป็นการผสานเทคโนโลยีกับคน เพื่อช่วยให้การตัดสินใจมีประสิทธิภาพมากขึ้น และต้องไม่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำด้านข้อมูลระหว่างส่วนกลางกับประชาชนในพื้นที่" ผศ.ดร.ภวิสร กล่าว

เทคโนโลยีนี้ไม่ใช่ปลายทาง แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการบริหารความเสี่ยงเชิงรุก หากประเทศไทยพัฒนาระบบได้อย่างเป็นรูปธรรม จะช่วยเปลี่ยนการรับมือภัยพิบัติจากการตั้งรับหลังเกิดเหตุไปสู่การคาดการณ์ล่วงหน้าและจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...