สูตินรีแพทย์ เปิดสัญญาณอันตราย ระหว่างตั้งครรภ์ เผยวิธีดูแลตัวเองก่อนมีลูก ลดภาวะครรภ์เสี่ยงสูง
สูตินรีแพทย์ เปิดสัญญาณอันตราย ระหว่างตั้งครรภ์ เผยวิธีดูแลตัวเองก่อนมีลูก ลดภาวะครรภ์เสี่ยงสูง
ไม่ว่าคุณแม่จะแข็งแรงแค่ไหนแค่ตั้งครรภ์ก็มีความเสี่ยงที่ต้องระวัง! ทั้งครรภ์เป็นพิษ คลอดก่อนกำหนด มดลูกแตก เบาหวานขณะตั้งครรภ์ ไปจนถึงภาวะวิกฤตในห้องคลอดที่หมอสูติฯ เรียกว่าเป็นฝันร้ายต้องรีบแก้ไขให้ทันเวลา มาทำความเข้าใจกับ“ภาวะครรภ์เสี่ยงสูง” ที่อาจส่งผลต่อแม่และทารกในครรภ์กับ “พญ.ปานวาด” สูตินรีแพทย์ ด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ เพื่อให้หนึ่งชีวิตที่กำลังจะลืมตาดูโลกปลอดภัยที่สุด ในรายการ Tuck Talk
แค่ท้องก็ถือว่าเป็นภาวะที่เสี่ยงแล้ว?
พญ.ปานวาด : ใช่ค่ะ ก็คือในระหว่างที่ตั้งครรภ์ผู้หญิงเราจะมีการเปลี่ยนแปลงเยอะมาก ระบบเลือดก็เปลี่ยน ฮอร์โมนในร่างกายก็เปลี่ยน ดังนั้นก็คือพูดได้เลยว่าแค่การตั้งครรภ์ก็ถือว่าเป็นความเสี่ยงหนึ่งแล้วเหมือนกัน พูดถึงครรภ์ความเสี่ยงหมายความว่าครรภ์ส่งผลเสี่ยงกับคุณแม่ หรือไม่ก็อาจจะส่งผลเสี่ยงกับทารกในครรภ์
ครรภ์ที่เสี่ยงสูงทางการแพทย์ถือว่าอายุเท่าไหร่ที่เรียกว่าเริ่มเสี่ยง ?
พญ.ปานวาด : เราจะมี Cut-point เป็นตัวเลขหนึ่งก็คือคุณแม่ที่อายุเกิน 35 ปี ถือว่าอายุคุณแม่ขนาดนี้ความเสี่ยงหลาย ๆ อย่างมันจะเพิ่มมากขึ้นค่ะ ยกตัวอย่างเช่น อาจจะเพิ่มความเสี่ยงของการแท้ง คือเริ่มตั้งแต่ตั้งครรภ์ก็ยาก พอตั้งครรภ์ไปแล้วก็เพิ่มความเสี่ยงที่จะแท้งเพิ่มความเสี่ยงการคลอดก่อนกำหนด แล้วก็ภาวะแทรกซ้อนอย่างอื่นด้วย อย่างเช่นครรภ์เป็นพิษ หรือว่าเบาหวานขณะตั้งครรภ์ เพิ่มความเสี่ยงที่จะมีโครโมโซมของทารกในครรภ์ที่ผิดปกติ เหมือนกับว่าผู้หญิงเซลล์ของไข่ที่จะต้องไปผสมกับอสุจิแล้วก็กลายไปเป็นตัวอ่อนเซลล์ไข่ของผู้หญิง มันแบ่งตัวมาเป็นระยะเวลานาน คือแบ่งค้างไว้ที่ระยะหนึ่ง แล้วพอเกิดการตกไข่ เกิดการปฏิสนธิ เขาถึงจะแบ่งต่อ มันทำให้ช่วงเวลาที่มันค้างมานาน ๆ ยิ่งถ้าคุณแม่อายุเยอะขึ้นอย่างอายุ 35 คือมันถูกแบ่งตัวค้างมา 35 ปี พอมันเกิดการตกไข่ เขาถึงจะแบ่งต่อได้สมบูรณ์ ทำให้มีโครโมโซมผิดปกติจากการที่แบ่งตัวค้างมาเป็นเวลานาน ก็เลยเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะดาวน์ซินโดรมก็คือเกิดจากภาวะนี้เลย
ท้องตอนอายุน้อยก็ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย ?
พญ.ปานวาด : อายุน้อย เรียกว่า Teenage pregnancy หรือว่าการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นค่ะ ก็คืออายุน้อยกว่า 20 ปี อันนี้ก็จะมีความเสี่ยงเหมือนกัน วัยรุ่นที่ตั้งครรภ์อาจจะมีภาวะโภชนาการที่บกพร่องไป เลยทำให้ในเวลาที่ตั้งครรภ์ อาจจะเกิดภาวะซีด ซึ่งก็จะนำไปสู่การที่ทารกอาจจะเจริญเติบโตได้ไม่ดีด้วย แล้วก็เกิดการคลอดก่อนกำหนดได้ เวลาที่อายุน้อย ๆ ตั้งครรภ์มีความเสี่ยงอีกอันหนึ่งก็คือความเสี่ยงทางด้านความพร้อมของครอบครัวในการที่จะเลี้ยงดูทารกในครรภ์ อาจจะเป็นการตั้งครรภ์ที่ไม่ได้วางแผนมาก่อน พวกนี้มันรวม ๆ กันแล้วมันทำให้การตั้งครรภ์มันมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น
นอกจากจากอายุ โรคประจำตัว ของคุณแม่มีโอกาสที่จะทำให้เกิดภาวะครรภ์เสี่ยงสูง ได้ไหม แล้วโรคนั้นเป็นโรคอะไรที่น่าเป็นห่วง ?
พญ.ปานวาด : ความจริงโรคประจำตัวทุก ๆ โรคเลย มันสามารถกระทบกับการตั้งครรภ์ได้หมดเลย เพียงแต่ว่าโรคนี้อาจจะกระทบน้อย โรคนั้นอาจจะกระทบเยอะแตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น โรคความดันโลหิตสูง หรือโรคเบาหวานของคุณแม่ที่เป็นมาตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ โรคแบบนี้เจอในคนที่อายุเยอะ เพราะว่าสองโรคนี้พอเจอในคนอายุที่เยอะเริ่มท้องก็เลยยิ่งทำให้ครรภ์นั้นนะเป็นความเสี่ยง
ถ้าคุณแม่เป็นเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ ?
พญ.ปานวาด : คำว่า เบาหวานขณะตั้งครรภ์ มันเป็นภาวะพิเศษที่เกิดขึ้นมาในระหว่างตั้งครรภ์นะคะ แต่ไม่เป็นไม่ทุกคน คือโดยทั่ว ๆ ประมาณอาจจะเกิดสัก 10% 20% อันนี้ขึ้นอยู่กับว่า เป็นการศึกษาของที่ไหนค่ะ คือเวลาคนที่ร่างกายเราตั้งครรภ์ มีทารกอยู่ในครรภ์ ทารกต้องการใช้น้ำตาลที่ชื่อว่ากลูโคสมากที่สุด ใช้ง่าย ใช้ได้เร็ว ร่างกายของคุณแม่ก็จะพยายามสร้างภาวะหนึ่งขึ้นมา เราเรียกว่า Insulin resistance ก็คือภาวะดื้อต่ออินซูลิน คล้าย ๆ กับคนเป็นเบาหวานจริง ๆ อันนี้เป็นภาวะ เป็นกระบวนการธรรมชาติเลย เพื่อที่จะให้ร่างกายของคุณแม่ไม่เอาน้ำตาลมาใช้ พยายามเหมือนต่อต้านอินซูลินนะคะ อินซูลินมีหน้าที่เอาน้ำตาลเข้าเซลล์เพื่อเอามาใช้งาน แต่ในคนที่ตั้งครรภ์ จะมีภาวะดื้อกับอินซูลิน คือเอาน้ำตาลเข้าเซลล์ไม่ได้ เพราะว่าเขาจะได้เอาน้ำตาลส่งไปให้กับทารกในครรภ์ ทุกคนจะมีภาวะนี้เกิดขึ้นมา ก็คือภาวะดื้ออินซูลิน แต่คนตั้งครรภ์บางคน เขาไม่สามารถปรับตัวกับภาวะดื้ออินซูลินที่เกิดขึ้นได้ ทำให้เขาเหมือนมีภาวะเป็นเบาหวานขึ้นมาในระหว่างตั้งครรภ์
ในกรณีที่คุณแม่เป็นภูมิคุ้มกันบกพร่อง คุณหมอแนะนำว่าเขาควรจะตั้งครรภ์ไหม ?
พญ.ปานวาด : ความจริงคนไข้ที่ เป็น SLE ตั้งครรภ์เยอะเลย แต่จะทำยังไงให้การตั้งครรภ์ปลอดภัยมากที่สุด ก็คือต้องคุมโรค ต้องคุมโรค SLE นี้ให้ได้ก่อน ขอให้โรคสงบก่อนสัก 6 เดือน รีเช็คกับคุณหมอที่ดูแลด้วยว่ายาที่ใช้อยู่ ยากดภูมิต่าง ๆ ใช้ได้ไหมในระหว่างที่ตั้งครรภ์ เป็นยาที่น้อยที่สุดแล้วหรือยังที่จะคุมโรคได้
ครรภ์เป็นพิษกับคลอดก่อนกำหนด ถ้าเคยเป็นมาแล้วครั้งหนึ่ง ท้องต่อไปจะมีโอกาสเกิดซ้ำไหม ?
พญ.ปานวาด : มีค่ะ แต่ไม่ 100% คือยกตัวอย่าง ครรภ์เป็นพิษก่อน เกิดจากการที่รกเป็นอวัยวะ ที่เชื่อมระหว่างแม่กับลูกที่คอยส่งเลือดให้ลูกนะคะ มันเจริญเติบโตไม่ดีค่ะ เส้นเลือดในรกเจริญผิดปกติ รกไม่สามารถเจริญเติบโตได้ดีพอ เส้นเลือดในรกไม่ขยายใหญ่พอที่จะส่งอาหาร ไปให้กับทารกในครรภ์ได้ก็เลยเกิดเป็นปัญหาขึ้นมา ทารกในครรภ์ก็จะมีตัวเล็ก เจริญเติบโตไม่ดี โดยปกติครรภ์เป็นพิษจะเกิดหลัง 20 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับว่าความรุนแรงของครรภ์เป็นพิษมาก หรือว่าน้อย ถ้าน้อยเราอาจจะสามารถยื้อไปได้ ยื้อไปได้แล้วก็ให้คลอดแต่เรารักษาไม่ได้ เพราะว่าปัญหามันอยู่ที่รกค่ะ การรักษาของครรภ์เป็นพิษ คือต้องคลอดรกออกมา พูดง่าย ๆ คือต้องยุติการตั้งครรภ์ ครรภ์เป็นพิษเจอบ่อยมาก ๆ
คนที่เคยผ่าตัดเนื้องอกมดลูกมาแล้ว จะเสี่ยงทั้งแม่ทั้งลูกไหม ?
พญ.ปานวาด : การผ่าตัดอะไรก็ตามที่มดลูกจะสร้างแผลไว้ที่มดลูกทั้งนั้นเลย ไม่ว่าจะเป็นผ่าตัดคลอด หรือว่าผ่าตัดเอาเนื้องอกมดลูกออก ซึ่งเวลาที่แผลมันสมาน มันไม่กลับมาแข็งแรง 100% แล้วพอเวลาที่ตั้งครรภ์ มดลูกจะต้องขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ ผนังกล้ามเนื้อมดลูก มันจะบางเรื่อย ๆ ตรงตำแหน่งที่มันเป็นแผล คือตำแหน่งที่เสี่ยงที่จะแตกได้มากที่สุด ถ้าสมมติว่าเคยผ่าตัดคลอด ความเสี่ยงของการเกิดมดลูกแตก มันจะอยู่ที่น้อยกว่า 1% หมายถึงถ้าเคยผ่าแค่ 1 ครั้ง ความเสี่ยงมันจะไม่ถึง 1% แต่ก็ยังมีความเสี่ยงอยู่
สัญญาณอันตรายระหว่างที่ตั้งครรภ์แล้วต้องรีบมาพบแพทย์ทันที ?
พญ.ปานวาด : ในระหว่างที่ตั้งแต่ตั้งครรภ์จนถึงก่อนคลอดนะคะ ก่อนครบกำหนดดีกว่า ในช่วงนี้ ไม่ควรจะมีท้องแข็งถี่ ก็คือท้องแข็งที่เกิดขึ้นแบบทุก 10 นาที เพราะมันคืออาการเตือนว่า จะคลอด เพราะฉะนั้นอาการนี้มันไม่ควรเกิดก่อนกำหนด 37 สัปดาห์ ถ้ามันเกิดขึ้นแล้วมารับการรักษาไม่ทัน สุดท้ายก็จะเกิดการคลอดก่อนกำหนดได้ หรือว่ามีเลือดออก หรือมีน้ำเดิน ก่อนที่จะครบกำหนดแบบนี้คืออันตรายหมดเลย นำไปสู่การคลอดก่อนกำหนดได้หมดเลย อีกอันก็คือ รู้สึกว่าทารกดิ้นน้อยเพราะควรจะดิ้นเยอะ โดยปกติทารกจะหลับไม่นาน จะหลับไม่ค่อยเกิน 1 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นควรจะต้องรู้สึก ความจริงควรจะต้องรู้สึกว่าทารกดิ้นอยู่ในท้อง ตลอดทั้งวันเลยด้วยซ้ำ แต่ว่าการที่จะให้คุณแม่นับว่าดิ้นอยู่ไหมตลอดทั้งวันนะ มันเป็นงานหนักเหมือนกัน คือคุณแม่ก็ต้องทำงาน แล้วก็จะมีคำแนะนำว่านับลูกดิ้นถึง 10 ครั้งหรือยังวันนี้
ภาวะแทรกซ้อนอะไรที่สามารถจะเกิดระหว่างคลอดได้ที่ต้องเฝ้าระวัง ?
พญ.ปานวาด : ระหว่างคลอดอยู่ดีๆ มีการเจ็บครรภ์คลอด ถ้ามันเกิดหลังการครบกำหนดไปแล้ว มันเกิดขึ้นเป็น Process ธรรมชาติ คือตอนที่ทารกในครรภ์นะเขาพร้อมแล้ว เขาพร้อมจะออกมา เขาจะส่งสัญญาณไปหาคุณแม่บอกว่า พร้อมแล้ว เจ็บท้องได้เลย ก็จะมีการเจ็บครรภ์คลอดขึ้นมา ในระหว่างที่มีการเจ็บครรภ์ มดลูกจะบีบตัว พอเวลามดลูกบีบตัว มันจะมีแรงไปกดกับสายสะดือของทารก สายสะดือจะคอยส่งออกซิเจนส่งอาหารให้กับทารกในครรภ์ แต่พอเกิดการบีบตัวของมดลูกขึ้นมา มันจะมีแรงไปกดสายสะดือ มันทำให้อาจจะมีบางช่วงในระหว่างที่มีการ แข็งตัวของมดลูก ทารกได้ออกซิเจนได้เลือดน้อยไป อันนี้ก็เป็นความเสี่ยงเหมือนกัน แต่โดยทั่วไปแล้วถ้าครรภ์ไม่ได้มีปัญหาอะไร ทารกในครรภ์โตดี โดยส่วนมากแล้วเนี่ยทารกจะรับกับแรงกดนี้ไหว แต่ว่าก็จะมีบางส่วนค่ะ ที่ตัวน้อยๆ โตไม่ค่อยดีในระหว่างที่ตั้งครรภ์ค่ะ ทารกเหล่านี้เหมือนเขาจะมี Reserve น้อย เขาจะทนกับแรงไม่ได้ เขาก็อาจจะมีหัวใจเต้นช้า อันนี้ก็คือจะต้อง Monitor ในระหว่างที่รอคลอด หรือว่าในระหว่างที่รอคลอดน้ำเดินไปแล้ว การที่น้ำเดินมันหมายความว่าถุงที่คอยหุ้ม เขามันแตก มันรั่ว พอแตก หรือรั่วเชื้อโรคที่อยู่ในช่องคลอดซึ่งมีเป็นปกติอยู่แล้วนะคะ มันก็จะเข้าไปในถุงนี้ได้ มันก็จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการที่จะติดเชื้อในถุงน้ำคร่ำ ความเสี่ยงมันก็จะสูงขึ้นตามระยะเวลาที่รอคลอดนาน ๆ ที่ถุงน้ำคร่ำแตกมาเป็นระยะเวลานาน ความเสี่ยงก็จะสูงขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ
ฝันร้ายในเรื่องของการทำคลอด ที่ไม่อยากเจอ ?
พญ.ปานวาด : ที่อันตรายที่สุดเราไม่อยากเจอเลย เราเรียกว่าคลอดติดไหล่ ก็คือ ศีรษะ พ้นออกมาจากช่องคลอดแล้วแต่ว่าไหล่ออกมาไม่ได้ ไหล่ยังติดอยู่ ก็คือเหมือนกับว่าเขาอาจจะตัวใหญ่หรือไหล่ใหญ่ค่ะ แล้วก็ไหล่มันติดอยู่ในอุ้งเชิงกรานของคุณแม่ ทำให้ไหล่ออกมาไม่ได้ ภาวะนี้มันไม่มีอะไรเลยที่จะสามารถพยากรณ์ได้ คือครึ่งหนึ่งของเด็กที่คลอดติดไหล่ค่ะ เกิดในคุณแม่ที่ไม่มี ความเสี่ยงอะไรเลย ก็คือต้องจินตนาการว่าเวลาที่ตัวของทารกผ่านมาในช่องคลอด คือช่องคลอดมันไม่ได้ใหญ่ค่ะ ทั้งศีรษะทั้งข้อจะกดสายสะดือ
เทคโนโลยีที่จะช่วยตรวจในเรื่องของครรภ์เสี่ยงสูงได้ก่อน ให้เรารู้ก่อนมีไหม ?
พญ.ปานวาด : ปัจจุบันเรามีตัวเจาะเลือดที่เรียกว่า NIPT test เป็นการเจาะเลือดคุณแม่ เพื่อไปหาดูว่าในเลือดของคุณแม่มี DNA ชิ้นเล็ก ๆ ของทารกที่ลอยอยู่ในเลือด แล้วมันผิดปกติไหม มีความเสี่ยงที่โครโมโซมจะเกินไหม ที่เราเรียกว่า ดาวน์ซินโดรม จะทำให้ลดความเสี่ยงเรื่องของจำนวนโครโมโซมที่ผิดปกติของทารกในครรภ์ไป ซึ่ง NIPT มันค่อนข้างจะแม่นยำมาก ความแม่นยำ อยู่ที่ 99% ในการบอกทารกที่เป็นดาวน์ซินโดรมเลย และดูภาวะอื่นได้ ที่มีโครโมโซมผิดปกติ อย่างเช่น คู่ที่ 13 คู่ที่ 18 ที่ผิดปกติ ซึ่งเป็นตัวที่เจอบ่อย และก็จะเป็นภาวะที่เลี้ยงไม่ค่อยรอด อายุเขาจะไม่เยอะ เราก็จะสามารถตรวจเจอก่อนแล้วก็ให้การยุติการตั้งครรภ์ได้
เริ่มตรวจได้ตั้งแต่ครรภ์กี่เดือน ?
พญ.ปานวาด : 10 สัปดาห์ ขึ้นค่ะ ประมาณ 3 เดือนนิดๆ
ฝากอะไรถึงคุณแม่เพื่อให้การตั้งครรภ์ปลอดภัยที่สุด?
พญ.ปานวาด : การตั้งครรภ์ถือว่าเป็นความเสี่ยงหนึ่งเลย จะเสี่ยงมากจะเสี่ยงน้อยของคุณแม่แต่ละคนไม่เท่ากันค่ะ ในหน้าที่ของหมอเรามีหน้าที่ที่จะตรวจดูว่ามีความเสี่ยงอะไรที่จะเกิดขึ้นต่อการตั้งครรภ์นั้น พยายามที่จะป้องกันไม่ให้ความเสี่ยงนั้นเกิดขึ้น แม้มันอาจจะไม่ได้ 100% แต่เราพยายามที่จะปิดทุกอย่าง ทั้งนี้ก็คือถ้าคุณแม่สามารถที่จะดูแลรักษาตัวเองก่อนที่จะตั้งครรภ์ ควบคุมโรคที่เป็นอยู่ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ งดการดื่มสุรา งดการสูบบุหรี่ อันนี้ก็จะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยให้ความเสี่ยงระหว่างการตั้งครรภ์ลดลงค่ะ แล้วอีกอย่างหนึ่งก็คือ ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นบางครั้ง มันเกิดโดยที่ไม่มีอะไรบอกก่อนเลยว่ามันจะเกิด ทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นการที่มาฝากครรภ์และก็รับการดูแลรักษาระหว่างตั้งครรภ์ อย่างเหมาะสมก็จะช่วยลดความเสี่ยงเหล่านั้นให้น้อยที่สุดได้ค่ะ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สูตินรีแพทย์ เปิดสัญญาณอันตราย ระหว่างตั้งครรภ์ เผยวิธีดูแลตัวเองก่อนมีลูก ลดภาวะครรภ์เสี่ยงสูง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th