โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิเคราะห์มุมมองอิหร่านต่อสงครามปี 2026 (3)

ไทยโพสต์

อัพเดต 31 พฤษภาคม 2569 เวลา 2.59 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ประเด็นสำคัญคือต่างมีเป้าหมายหลักที่ต้องการ คำถามจึงอยู่ที่ว่าต่างฝ่ายต่างได้ตามที่ต้องการแล้วหรือยัง เป้าหมายหลักนี้จะนำสู่สันติภาพถาวรหรือไม่

อิหร่านพูดมานานหลายปีแล้วว่าหากโดนโจมตีจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) และโจมตีฐานทัพสหรัฐในตะวันออกกลาง เป็นเหตุหนึ่งที่ชี้ว่าอิหร่านได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ นักวิเคราะห์บางคนกังวลสักวันคงรบกันจริง สงคราม 2026 มาถึงจุดนี้จนได้

ภาพ: ส่วนหนึ่งของช่องแคบฮอร์มุซเป็นน่านน้ำอิหร่าน

เครดิตภาพ: ปัญญาประดิษฐ์

มีนาคม 2026 เมื่อสงครามยืดเยื้อ สหรัฐส่งกองกำลังภาคพื้นดินนับหมื่นนาย มีสัญญาณจะรบอิหร่านทางภาคพื้นดิน อาจเข้ายึดเกาะคาร์ก (Kharg Island) อิหร่านโต้กลับด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซ

อยาตอลเลาะห์ ซัยยิด โมจตาบา คาเมเนอี (Ayatollah Seyyed Mojtaba Khamenei) ผู้นำจิตวิญญาณอิหร่านคนใหม่ออกแถลงการณ์ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ตอบโต้การรุกราน โจมตีฐานทัพสหรัฐในภูมิภาค

คำขู่ที่พูดมานานหลายปีในที่สุดก็เป็นจริงในปี 2026

นักวิเคราะห์บางคนคิดว่าอิหร่านใช้วิธีสู้ยืดเยื้อ ขัดขวางการส่งออกพลังงาน เพื่อกดดันสหรัฐกับนานาชาติ Fawaz Gerges จาก London School of Economics ชี้ว่าอิหร่านมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็น “สงครามเต็มรูปแบบ” ดังนั้นจะสู้สุดฤทธิ์เพื่อความอยู่รอด Alex Vatanka จาก Middle East Institute อธิบายว่าพวกเขาสู้เพื่อเอาชีวิตรอด ดังนั้นไม่มีคำว่ายอมแพ้

เมื่ออิหร่านปิดฮอร์มุซ สหรัฐทำตามบ้าง กลายเป็นว่าทั้งสองฝ่ายต่างพยายามควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ เรือพาณิชย์ต่างๆ จึงผ่านเข้าออกยากกว่าเดิมเพราะปิด 2 ชั้น (มีบางส่วนที่ผ่านได้แต่น้อยมาก เอกชนไม่กล้าเสี่ยงใช้เส้นทางนี้)

วิเคราะห์: ทั้งอิหร่านกับสหรัฐต่างใช้เรื่องนี้เป็นเครื่องมือต่อรอง ถ้าตกลงกันไม่ได้หรือไม่มีใครถอยหนึ่งก้าว ช่องแคบฮอร์มุซก็ต้องปิดต่อไป

รับเงื่อนไขไม่ได้ทั้งหมด:

ประเด็นสำคัญตอนนี้อยู่ที่การเปิดฮอร์มุซ ต้นพฤษภาคม 2026 เงื่อนไขสำคัญของสหรัฐกับอิหร่านอยู่ที่

1) สองฝ่ายต้องหยุดยิงทันที รวมทั้งส่วนที่เกี่ยวข้องกับอิสราเอลด้วย ข้อนี้เป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญที่อิหร่านเรียกร้องเรื่อยมา คือต้องหยุดยิงกับฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนด้วย แต่เป็นส่วนที่สหรัฐยังรับไม่ได้ ที่ผ่านมาจึงได้แค่หยุดยิงชั่วคราว

2) เปิดช่องแคบฮอร์มุซ ให้เรือพาณิชย์เข้าออกโดยเสรี

3) ห้ามอิหร่านเสริมสมรรถนะยูเรเนียมช่วงระยะหนึ่งหรือตลอดไป ในบางช่วงของการเจรจาสหรัฐตั้งไว้ 20 ปีแต่อิหร่านต่อรองให้สั้นกว่านี้ และอิหร่านต้องเคลื่อนย้ายยูเรเนียมสมรรถนะสูงออกจากประเทศ ล่าสุดทรัมป์ยืนยันว่าสหรัฐต้องได้ยูเรเนียมเหล่านั้น ซึ่งอิหร่านยังไม่ยอม มองว่าเป็นการละเมิดอำนาจอธิปไตย ยืนยันว่าใช้เพื่อสันติเท่านั้น เหมือนนานาชาติที่ใช้นิวเคลียร์ในทางสันติ

4) คลายมาตรการคว่ำบาตรและคืนทรัพย์สินที่ถูกอายัดไว้ การคลายมาตรการคว่ำบาตรและคืนทรัพย์สิน (สหรัฐต้องคืนเงิน 27,000 ล้านดอลลาร์ที่อายัดไว้) จะช่วยอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอิหร่าน ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการลดแรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อและการประท้วงภายในประเทศ สำหรับผู้นำอิหร่านการรักษาความสงบภายในคือการ “ต่ออายุระบอบ” ที่ได้ผลดีกว่าการดันทุรังขัดแย้งกับมหาอำนาจในจังหวะที่เศรษฐกิจเปราะบาง

การได้รับอนุญาตให้กลับมาส่งออกน้ำมันได้อย่างเสรีและเข้าถึงระบบการเงินโลกอีกครั้ง คือไพ่ตายเดียวที่จะช่วยให้อิหร่านสามารถรักษาระบอบต่อไป

5) สงบศึกถาวร จุดยืนของอิหร่านคือเจรจาเพื่อสงบศึกถาวร ไม่ใช่แค่หยุดยิงชั่วคราว ต้องมั่นใจว่าจะไม่โดนโจมตีอีกในอนาคต

มีนาคม Abbas Araghchi รมต.ต่างประเทศอิหร่านกล่าวชัดว่า อิหร่านจะสงบศึกตามเงื่อนไขของตน ไม่ใช่ของสหรัฐ ณ ตอนนี้คือต่อต้านการรุกรานต่อไป ข้อนี้เป็นท่าทีสำคัญที่ควรยึดว่าอิหร่านมีจุดยืนเช่นกัน

ชี้ใกล้บรรลุข้อตกลงแล้ว:

สัปดาห์สุดท้ายของพฤษภาคม ฝ่ายสหรัฐรายงานว่าตอนนี้ตกลงกันได้ในเชิงหลักการ จะเปิดฮอร์มุซ และอิหร่านจะส่งยูเรเนียมเสริมสมรรถนะให้สหรัฐ แต่ยังต้องหารือรายละเอียดบางจุด

วิเคราะห์: ถ้ามองในแง่บวก การเจรจาทำมานานแล้ว มีความคืบหน้าตามลำดับ ล่าสุดคือตกลงกันได้ในหลักการ เหลือเพียงรายละเอียดปลีกย่อย ทั้งสหรัฐกับอิหร่านต่างมีแรงกดดันอยากสงบศึก ดังนั้นท้ายที่สุดน่าจะตกลงกันได้

ถ้ามองในแง่ลบ รัฐบาลสหรัฐเน้นพูด 2 เรื่องคือเปิดฮอร์มุซกับโครงการนิวเคลียร์ แต่อิหร่านเน้นเรื่องต้องการสันติภาพถาวร รวมทั้งต่อฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ถามว่าสหรัฐกับอิสราเอลยอมรับเรื่องนี้หรือไม่

ล่าสุดเจ้าหน้าที่สหรัฐกล่าวว่า ใกล้ได้ข้อตกลงเรื่องช่องแคบฮอร์มุซแล้ว มีแนวโน้มว่าจะยืดเวลาหยุดยิงออกไป เพื่อเปิดช่องให้เจรจาต่อไป คาดว่าจะมีการลงนาม MOU ทรัมป์ได้ดูข้อตกลงแล้วแต่ยังไม่ตัดสินใจ

วิเคราะห์: แม้ไม่ได้สันติภาพถาวรแต่การพักรบชั่วคราวเป็นประโยชน์ทั้งต่อสหรัฐ อิหร่าน และประชาคมโลก และหมายความว่าต่างยอมถอยคนละก้าว

อิสราเอลกับสหรัฐเชื่อไม่ได้:

Bagher Qalibaf โฆษกรัฐสภาอิหร่านย้ำว่าอิสราเอลกับสหรัฐเชื่อถือไม่ได้ เป็นอีกเหตุผลที่อิหร่านชนะทางยุทธศาสตร์

ดังที่รับรู้กันทั่วโลกว่า รัฐบาลทรัมป์เชื่อถือไม่ได้ คำพูดของผู้นำสหรัฐบ่อยครั้งไม่ตรงความจริง สื่อตะวันตกต้องคอยตรวจเช็ก (Fact Check)

ในเรื่องสงครามอิหร่าน ประเด็นสำคัญอยู่ที่ทั้งคู่ต้องการหยุดสงครามจริงหรือไม่ ถ้าทั้งคู่ต้องการสันติภาพ จะปูทางสู่ข้อตกลงยุติสงครามรอบปี 2026

บทเรียนจากการถอนตัวออกจากข้อตกลง JCPOA ในอดีต ทำให้อิหร่านมองว่าข้อตกลงคือเครื่องมือที่ตะวันตกใช้เพื่อ "ปลดอาวุธ" คู่ต่อสู้ทีละขั้น หากเป้าหมายสูงสุดคือการล่มสลายของระบอบ การยอมตามเงื่อนไขหยุดยิงชั่วคราวอาจเป็นการยอมจำนนที่นำไปสู่การล่มสลายเร็วขึ้น ไม่ใช่การสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน รัฐบาลสหรัฐสามารถสร้างเหตุผลใหม่หรือล้มข้อตกลงเดิม เพราะทำหลายครั้งแล้ว

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์มีเหตุผลของตนเช่นกัน ทรัมป์ตีความว่าในยามสงครามไม่จำต้องพูดความจริง ข้อนี้มีเหตุผลน่าฟัง วงการทูตไม่มีใครพูดความจริงทั้งหมด แต่การที่ทรัมป์เป็นคนคาดเดาไม่ได้ในหลายเรื่อง คำพูดกลับไปกลับมา แม้กระทั่งการฉีกสนธิสัญญาข้อตกลงต่างๆ ทำให้บางคนตีความว่าผู้นำสหรัฐคนนี้ไม่น่าเชื่อถือ ร่วมมือได้ยาก

กลายเป็นแบบอย่างว่า ผู้นำฝ่ายประชาธิปไตยสามารถเปลี่ยนคำพูดกลับไปกลับมาได้เสมอ มหาอำนาจเช่นนี้ยากจะคบแบบพันธมิตร ไม่แปลกที่พันธมิตร มิตรประเทศตีตัวออกห่าง

สรุป สถานการณ์ในขณะนี้ส่วนหนึ่งมาจากยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศอิหร่าน (การปิดฮอร์มุซ) ประเด็นสำคัญคือ ต่างมีเป้าหมายหลักที่ต้องการ คำถามจึงอยู่ที่ว่าต่างฝ่ายต่างได้ตามที่ต้องการแล้วหรือไม่ เป้าหมายหลักนี้จะนำสู่สันติภาพถาวรหรือไม่.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...