โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รมต.สำนักนายกฯ สั่งล้างบางทุจริต กทบ.ดึง “อัยการ-ตร ” ดำเนินคดี

Nation Online

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) ลงพื้นที่เพื่อมอบนโยบายการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ในพื้นที่อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น เน้นย้ำเร่งดำเนินการ “โครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” เพื่อการลดต้นทุนทางการเงิน เพิ่มสภาพคล่อง และช่วยให้ประชาชนสามารถนำเงินไปต่อยอดการประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในรอบแรกได้อนุมัติเงินเพิ่มทุนให้แก่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองที่ยื่นคำขอเข้ามาและผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของโครงการ จำนวน 570 กองทุน ครอบคลุม 16 จังหวัด วงเงินเพิ่มทุนรวม 38,530,000 บาท

นอกเหนือจากมาตรการลดภาระดอกเบี้ยแล้ว นางสุขสมรวย ยังได้เปิดเผยถึงแผนการเชิงรุกในการเคลียร์ “งานค้างประวัติศาสตร์” ที่ยืดเยื้อมานานกว่า 14 ปี (ตั้งแต่ปี 2555) ในโครงการฟื้นฟูและจัดสรรเงินเพิ่มทุน 1,000,000 บาท (ล้านที่ 2) ให้แก่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองทั่วประเทศ คิดเป็นมูลค่าเม็ดเงินรวมสูงถึง 3.4 พันล้านบาท โดยได้ประกาศจุดยืนเด็ดขาด มอบนโยบายเร่งรัดให้สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) เร่งสะสางและกวาดบ้านด่วน ซึ่งล่าสุดสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ได้ขานรับลูกระดมทีมผู้บริหารระดับสูงทั้งส่วนกลาง และสาขาเขตทั่วประเทศ มาร่วมเวิร์กชอปจัดทำโรดแมปการดำเนินงานแบบควบคู่ คือ “ฟื้นฟูไปพร้อมกับเพิ่มทุน” ในระยะที่ 3

“จากการลงพื้นที่อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น พบว่ามี 15 กองทุน ที่ยังไม่ได้เงินล้านที่ 2 โดยอยู่ระหว่างการเร่งฟื้นฟู ซึ่งตนกำลังประสานงานและอำนวยความสะดวกในการจัดเตรียมเอกสาร เพื่อให้สามารถอนุมัติให้ครบทั้ง 15 กองทุน และนำเงินลงสู่ชุมชนได้โดยเร็วที่สุด” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

วันเดียวกันนี้ นางสุขสมราย สั่งล้างบางทุจริตกองทุนหมู่บ้าน! เปิดฉากกวาดล้างการยักยอก-ใช้เงินผิดประเภท ดึง “อัยการ-ตำรวจ” ดำเนินคดีเด็ดขาด พร้อมเปิดวอร์รูมรับแจ้งเบาะแสผ่านเว็บหลักทันที ประกาศมาตรการขั้นเด็ดขาดในการเดินหน้าปฏิรูปและแก้ไขปัญหากองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นไปที่การปราบปรามและขจัดปัญหาการทุจริต การยักยอกทรัพย์ รวมถึงการนำเงินกองทุนไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งถือเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำลายระบบเศรษฐกิจฐานราก และพรากโอกาสไปจากพี่น้องประชาชน เพื่อสอดรับรัฐบาลยุคปัจจุบันมีนโยบายงดเว้นความโปร่งใสไม่ได้ (Zero Tolerance) โดยกองทุนหมู่บ้าน จะต้องเป็นแหล่งทุนที่สะอาดและพึ่งพาได้ของชุมชนอย่างแท้จริง หากพบว่ามีการใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ หรือมีกลุ่มบุคคลใดแสวงหาผลประโยชน์จากเงินของส่วนรวม จะดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดทั้งทางแพ่งทางอาญา และทางวินัยโดยไม่มีข้อยกเว้น ดำเนินการทันที ดังนี้

1. เปิดช่องทางร้องเรียนตรง ยื่นหลักฐานผ่านระบบออนไลน์ 24 ชั่วโมง ผ่านทางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการที่ www.villagefund.or.th โดยประชาชน สมาชิก หรือผู้พบเห็นความผิดปกติ สามารถส่งข้อมูล รายละเอียด หรือเอกสารหลักฐานเข้ามาในระบบได้ทันที ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะถูกเก็บเป็นความลับขั้นสูงสุดเพื่อความปลอดภัยของผู้แจ้งเบาะแส

2. ส่งต่อขุนพลกฎหมาย ดึง "อัยการ-ตำรวจ" ร่วมทำคดีเด็ดขาด เมื่อระบบได้รับเรื่องร้องเรียน สทบ. จะตั้งทีมเอกซเรย์ข้อมูลอย่างเร่งด่วน

หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีมูลความจริงและเข้าข่ายการกระทำความผิดทางกฎหมาย จะไม่มีการประนีประนอมใดๆ ทั้งสิ้น โดย สทบ. จะรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ส่งต่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างรวดเร็ว โดยประสานงานร่วมกับ สำนักงานอัยการ และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ในพื้นที่ เพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างถึงที่สุดจนถึงขั้นติดคุกและยึดทรัพย์สินที่ยักยอกไปกลับคืนสู่ชุมชน

“เงินกองทุนหมู่บ้าน คือภาษีของประชาชนและเป็นเส้นเลือดฝอยในการหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจชุมชน ใครที่คิดจะทุจริต ยักยอก หรือนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ส่วนตัว ต้องไม่มีที่ยืน ยุคนี้เราทำงานร่วมกับฝ่ายกฎหมาย ทั้งตำรวจและอัยการ เพื่อจัดการคนผิดให้เร็วที่สุด จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกันเป็นหูเป็นตา หากพบสิ่งผิดปกติ แจ้งเข้ามาที่เว็บไซต์ของ สทบ. ได้ทันที เพื่อร่วมกันล้างบางทุจริตและคืนกองทุนที่โปร่งใสให้ชุมชนของเรา” นางสุขสมรวย กล่าว

แจ้งเบาะแสและร้องเรียนการทุจริตได้ที่: www.villagefund.or.th หรือ สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...