ทหารเข้ม สั่งปิด"ท่าข้ามแม่สอด" เพื่อป้องกันการส่งอาหารและสิ่งของไปในพื้นที่สู้รบ หลังกระสุนตกใส่บ้านไทย
วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ความคืบหน้าสถานการณ์การสู้รบระหว่างทหารกะเหรี่ยงอิสระแห่งชาติ (KNLA) ภายใต้สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) กับทหารรัฐบาลเมียนมา ที่บ้านมินลาป่าน ตรงข้ามบ้านห้วยมหาวงศ์ หมู่ที่ 2 หมู่ที่ 4 หมู่ที่ 9 และ ตรงข้ามตำบลมหาวัน อ.แม่สอด ตลอดระยะเวลาเกือบ 1 ปีที่ทหารเมียนมาพยายามจะยึดคืนพื้นที่ดังกล่าว ยังคงมีการสู้รบกันอย่างต่อเนื่อง และรุนแรงมากขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ โดยทั้ง 2 ฝ่ายได้รบกันด้วยอาวุธหนัก และมีการรบกันทางอากาศ
ล่าสุดทหารเมียนมาภายใต้กองพลทหารราบเบาที่ 22 ได้พยายามรุกคืบไปจนถึงการเผชิญหน้าด้วยการปะทะกันอย่างหนัก จนทำให้ประชาชนไทยตามแนวชายแดนหมู่ที่ 2,4,9 ตำบล มหาวัน ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ มีบ้านเรือนราษฎรไทยได้รับความเสียหายจากกระสุนปืนที่ล้ำแดนเข้ามา ทำให้ประชาชนไทยรวมตัวกันเพื่อจะพบหน่วยงานด้านความมั่นคงในการหาวิธีการในการแก้ปัญหาความเดือดร้อน
ล่าสุดนายกันต์พงษ์ พิพัฒมนตรีกุล นายอำเภอแม่สอด ร่วมกับ พันเอก ชนกานต์ แสงศร ผบ.ฉก.ราชมนู , พ.ต.ท.อัครพล ฤทธิ์เลื่อน ผบ.ตชด.346 ลงพื้นที่รับฟังปัญหาความเดือดร้อน ชาวบ้านแม่โกนเกน หมู่ที่ 1,2,4,9 ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือเยียวยา และเพิ่มมาตรการป้องกันรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ ณ ที่ทำการกำนันตำบลมหาวัน หมู่ที่ 1 ตำบลมหาวันอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยในเบื้องต้นหน่วยทหารได้สั่งปิดท่าข้ามในพื้นที่หมู่ 2 หมู่ 4 และ หมู่ 9 ต.มหาวันเพื่อป้องกันการส่งอาหาร และสิ่งของไปในพื้นที่สู้รบ และสั่งเพิ่มกำลังทหารพรานเข้ามาดูแลสร้างความอุ่นใจแก่พี่น้องประชาชน
พันเอก ชนกานต์ ในฐานะประธานคณะกรรมการชายแดนไทย เมียนมา (ทีบีซี) กล่าวว่า ได้ไปพบกับฝ่ายทีบีซี เมียนมา และแจ้งปัญหาต่างๆ และความเดือดร้อนของชาวบ้าน ซึ่งทางทีบีซี ฝ่ายเมียนมา ได้รับทราบปัญหาสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และรับปากจะแก้ปัญหาทั้งหมด พร้อมแจ้งว่า เหตุการณ์สู้รบ เป็นปัญหาภายในเมียนมา และไม่ต้องการให้เกิดปัญหาผลกระทบกับทางประเทศไทย
ส่วนการพบกับชาวบ้านครั้งนี้ ได้รับทราบปัญหาความเดือดร้อนจากชาวบ้าน โดยได้รับข้อมูลจากประชาชน โดยจะมีการนำไปแก้ไข ขณะนี้ฝ่ายทหารได้ปิดท่าข้ามทุกแห่งโดยไม่มีกำหนด จะไม่มีการให้ข้ามไปฝั่งเมียนมาจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น แม้จะเป็นเรื่องของวิถีชีวิตก็ตาม