โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วัดใจสีน้ำเงิน “แลนด์บริดจ์ & พ.ร.บ.SEC” ไปต่อหรือพอแค่นี้

INN News

อัพเดต 4 กรกฎาคม 2569 เวลา 22.35 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

"แลนด์บริดจ์" หรือ โครงการสะพานเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทย-อันดามัน ที่จังหวัดชุมพร และระนองวงเงินลงทุนสูงถึง 1 ล้านล้านบาท ยังคงเป็นประเด็นร้อนของรัฐบาลสีน้ำเงิน ก่อนหน้านี้ นายกฯ"อนุทิน ชาญวีรกุล" ยอมประณีประนอม มาระดับหนึ่งแล้ว หลัง"พิพัฒน์ รัชกิจประการ" เป็นคนจุดกระแสเร่งผลักดันนโยบายที่เคยหาเสียงไว้ เมื่อปี 2566 ให้เป็นรูปเป็นร่าง แต่กลับถูกต้านอย่างหนัก ก่อนตั้ง"เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ" มาเป็นประธานในการศึกษาใหม่ ซึ่งยังไม่ครบกำหนดตามกรอบเวลา และยังไม่ได้ข้อสรุป

แต่กลุ่มต้านที่มีมวลชนจากหลายภาคี ทั้งจากภาคใต้ ที่ต่อต้านแลนด์บริดจ์ และ SEC ทั้งจากภาคตะวันออก ที่คัดค้าน ขยาย EEC ไปยังปราจีนบุรี และผู้ได้รับผลกระทบจาก EEC ที่ระยอง โดยมี "ประสิทธิ์ชัย หนูนวล" จากเครือข่ายหยุดกฎหมายขายแผ่นดิน เป็นแกนนำหลัก กลับรุกคืบบุกทำเนียบชุมนุมต่อเนื่อง เกือบ 10 วัน และเริ่มมีปะทะคารมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่เข้ามาดูแลความเรียบร้อยบ้าง จน"อนุทิน"ต้องสั่งการทางไกลมาจากปารีส ให้ "พิพัฒน์" เร่งเจรจาม็อบ หาข้อยุติ เพื่อบรรเทาสถานการณ์ ไม่ให้ยืดเยื้อบานปลายไปกว่านี้ ซึ่งผลการเจรจา ได้ 3 ข้อสรุป ม็อบจึงยอมยุติ และเดินทางกลับบ้าน

โดย 3 ข้อสรุป ที่ทำให้ม็อบแยกย้าย คือ 1.ยุติการผลักดัน ร่างพระราชบัญญัติระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ พ.ศ. (SEC) โดยกระทรวงคมนาคม จะไม่นำเสนอเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี, 2.ให้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้ใหม่ และ 3.ชะลอการดำเนินการ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียง เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน หรือแลนด์บริดจ์ โดยให้รอผลการศึกษาของคณะกรรมการที่มี "เอกนิติ"เป็นประธาน และรอให้ จัดทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้ตามข้อ 2 ให้แล้วเสร็จก่อน นับเป็นชัยชนะเล็กๆของประชาชน และเป็นการเสียหน้าครั้งใหญ่ของรัฐบาล

โดย"ประสิทธิ์ชัย" กล่าวก่อนเดินทางกลับ ว่าเมื่อพูดคุยตกลงกันได้แล้ว มีการบันทึกความเข้าใจเป็นหลักฐาน หากรัฐบาลบิดพลิ้ว หรือเบี้ยวก็กลับมาใหม่ ยืนยันไม่ได้กังวลว่ารัฐบาลจะเบี้ยวหรือว่าจะไม่เบี้ยว แต่หากเป็นแบบนั้นจริง ๆ ก็ต้องขึ้นมาทวงถามกันใหม่

ขณะ "ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์" อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุ 3 ข้อตกลง ระหว่างรัฐบาลกับม็อบ มีความหมายลึกซึ้งมาก เพราะนี่คือครั้งแรกที่รัฐบาลยอมรับอย่างเป็นทางการว่า การพัฒนาภาคใต้ ไม่ควรเริ่มต้นจากภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่ควรเริ่มต้นจากการวางแผนร่วมกับประชาชน เปลี่ยนวิธีคิดจาก "โครงการนำ" เป็น "แผนนำ" ประชาชนไม่ใช่ผู้คัดค้าน แต่เป็นผู้ร่วมออกแบบ ความสำเร็จที่แท้จริงของข้อตกลงครั้งนี้ ไม่ใช่การหยุด หรือเดินหน้าแลนด์บริดจ์ แต่คือการพิสูจน์ว่า ประชาชนสามารถเป็นผู้ร่วมออกแบบอนาคตของประเทศได้ หากกระบวนการนี้เดินหน้าจนเกิด "แผนพัฒนาภาคใต้ฉบับประชาชน" ได้สำเร็จ

ดังนั้น นี่จะไม่ใช่เพียงชัยชนะของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด แต่จะเป็นชัยชนะของประชาธิปไตยเชิงนโยบาย และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ ที่การพัฒนาประเทศ ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นโดยรัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่ถูกเขียนร่วมกันโดยประชาชนทุกคน

ขณะเดียวกัน"กมล กมลตระกูล" นักวิชาการอิสระ ก็ออกมาเตือนว่า "แลนด์บริดจ์" อาจพาชาติหายนะ พร้อมกับเสนอทางเลือกอื่นที่ดีกว่า ยั่งยืนกว่า พร้อมระบุ ยังไม่สายเกินไปที่รัฐบาล"อนุทิน"จะยอมถอยจากเรื่องนี้

อย่างไรก็ตาม คณะอนุกรรมการพิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์ มีการฟังความคิดเห็นผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชน และนักวิชาการเพื่อประเมินความเหมาะสมและความคุ้มค่าของโครงการแล้ว ใน 3 ประเด็น ด้านพาณิชย์,ด้านการดึงสายการเดินเรือ และด้านการปฏิบัติงาน เพื่อสรุปความเห็นอย่างรอบคอบ ก่อนเสนอรายงานให้นายกรัฐมนตรี ในเดือน ส.ค.นี้.

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...