โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คลื่น‘AI’เขย่าตลาดแรงงานไทย

ไทยโพสต์

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัลได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินชีวิตและการทำงานของผู้คนทั่วโลกอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยเฉพาะการพัฒนาของ ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI)ที่สามารถเรียนรู้ ประมวลผล และตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้หลายภาคส่วนเริ่มนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภาคธุรกิจหรืออุตสาหกรรมเท่านั้น

แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อรูปแบบการทำงานของแรงงานในหลากหลายอาชีพ หลายองค์กรเริ่มปรับกระบวนการทำงานให้พึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้น ขณะที่ แรงงานจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญกับความท้าทายในการปรับตัวให้สอดคล้องกับทักษะที่ตลาดแรงงานยุคใหม่ต้องการ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีและการเรียนรู้ทักษะใหม่จึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการรักษาความสามารถในการทำงานและการเติบโตในสายอาชีพ

ขณะเดียวกัน นักวิชาการและผู้กำหนดนโยบายต่างให้ความสนใจกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการขยายตัวของ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่อโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะประเด็นด้านการจ้างงาน ความเหลื่อมล้ำทางทักษะ และการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานในอนาคต แม้เทคโนโลยีจะช่วยสร้างโอกาสใหม่ๆ และเพิ่มผลิตภาพในการทำงาน แต่ก็มีข้อกังวลว่าการพัฒนาอย่างรวดเร็วอาจส่งผลต่อความมั่นคงของแรงงานบางกลุ่มที่มีลักษณะงานสามารถถูกทดแทนได้ง่าย

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องติดตามและประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติของแรงงาน การศึกษา และการกำหนดนโยบายสาธารณะ เพื่อเตรียมความพร้อมให้ภาคส่วนต่างๆ สามารถปรับตัวได้อย่างเหมาะสม และรองรับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นในตลาดแรงงานยุคปัญญาประดิษฐ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เช่นเดียวกับข้อมูลของ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ระบุว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในปัจจุบันก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมได้อย่างรวดเร็ว ได้ก้าวเข้าสู่ยุคของ Generative AI (Gen AI) ที่สามารถสร้างคำตอบได้ใหม่ด้วยตัวเอง และกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ Agentic AI ที่สามารถวางแผน ลงมือทำ และปรับปรุงงานแทนมนุษย์ได้ครบวงจร

โดยการประเมินอาชีพที่มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจาก Gen AI พบว่า ในไตรมาส 4 ปี 2568 มีแรงงานที่ได้รับผลกระทบประมาณ 8.7 ล้านคน (21.8% ของกำลังแรงงานทั้งหมด) แบ่งเป็น 1.กลุ่มที่มีความเสี่ยงถูกทดแทน (Task Replacement) มีประมาณ 2.2 ล้านคน ส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป 55.8% มีรายได้เฉลี่ย 27,820 บาทต่อเดือน อายุเฉลี่ย 36.5 ปี และทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่ง AI มีแนวโน้มเข้ามาทดแทนงานที่ทำซ้ำๆ และมีแบบแผนตายตัว อาทิ เสมียน พนักงานบัญชี และโปรแกรมเมอร์

2.กลุ่มที่นำ AI มาสนับสนุนการทำงาน (Task Augmentation) 6.5 ล้านคน ส่วนใหญ่มีการศึกษาต่ำกว่าระดับปริญญาตรี ราว 72.7% มีรายได้เฉลี่ย 21,506 บาทต่อเดือน อายุเฉลี่ย 42.3 ปี ซึ่ง AI สามารถเสริมประสิทธิภาพ แต่ภาระงานหลักยังต้องอาศัยทักษะของมนุษย์ อาทิ ทักษะการสื่อสาร การเจรจาต่อรอง และการบริหารจัดการ

ข้อมูลข้างต้นสะท้อนว่า AI กำลังสร้างผลกระทบและความเสี่ยงต่อโครงสร้างตลาดแรงงานไทย ทั้งจากการลดการจ้างงานและโอกาสการทำงานของเด็กจบใหม่ โดยเฉพาะงานที่มีลักษณะซ้ำหรือวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น การโยกย้ายแรงงานจากงานทักษะสูงไปสู่งานทักษะต่ำ (Downshifting) เนื่องจากงานทักษะต่ำได้รับผลกระทบจาก AI น้อยกว่า ขณะเดียวกันความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสู่ Agentic และ Physical AI จะส่งผลให้งานที่มีขั้นตอนตายตัวหรืองานที่อาศัยตรรกะซ้ำ รวมถึงงานที่ต้องใช้แรงกายและทักษะปฏิบัติ ถูกลดบทบาทในอนาคต

ดังนั้น ไทยจึงต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับผลกระทบจาก AI ได้แก่ 1.เร่งส่งเสริมการใช้ AI อย่างครอบคลุม ตลอดจนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลและระบบประมวลผล 2.ปรับบทบาทของแรงงานทักษะสูงสู่การเป็น ‘ผู้บริหารจัดการ AI’ และ 3.การพัฒนากรอบกฎหมายและธรรมาภิบาลดิจิทัลและการใช้ AI ให้ครอบคลุมทั้งการคุ้มครองแรงงาน และความรับผิดชอบหาก AI ก่อความเสียหาย.

ครองขวัญ รอดหมวน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...