โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

หมอพรทิพย์ ยัน บาดแผลจากร่างกายแตงโมหลายจุดไม่เข้ากับใบพัดเรือ

Amarin TV

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
หมอพรทิพย์ ยัน บาดแผลจากร่างกายแตงโมหลายจุดไม่เข้ากับใบพัดเรือ พบจุดสังเกตบางบาดแผลมีไขมันจุก ซึ่งก็ไม่สอดคล้องกับคำให้การว่าตกจากท้ายเรือ

หมอพรทิพย์ ยัน บาดแผลจากร่างกายแตงโมหลายจุดไม่เข้ากับใบพัดเรือ พบจุดสังเกตบางบาดแผลมีไขมันจุก ซึ่งก็ไม่สอดคล้องกับคำให้การว่าตกจากท้ายเรือ

แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ที่มาร่วมประชุมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ และผู้เชียวชาญ ไก้ออกมาให้สัมภาษณ์ภายหลังได้รับฟังการประชุมและเห็นภาพถ่าย บอกว่า วันนี้เป็นการรับฟังข้อมูลเรื่องบาดแผล จากภาพถ่ายขอฃคำพิพากษาในคดีของของนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ที่มีการยกฟ้องไปก่อนหน้านี้ โดยข้อมูลวันนี้จะนำไปประกอบว่าการทำคดีของแตงโมนั้นสมบูรณ์หรือไม่

ซึ่งแผลที่เกิดขึ้นในร่างของแตงโม ที่เห็นวันนี้ไม่ใช่แผลใหม่ แต่เป็นแผลที่เกิดขึ้นตั้งแต่แรก แต่ที่ผ่านมาไม่ได้ให้ภาพที่ชัดเจนแล้วก็ไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน จนกระทั่งได้เห็นจากรายงานจากคำพิพากษาก็นำมาประกอบกันและเป็นแบบความเห็น เบื้องต้น บาดแผลทั้งตัวของแตงโมมันไม่เข้ากันกับพฤติกรรมที่ว่าแตงโมไปปัสสาวะท้ายเรือและตกไปโดนใบพัดเรือ เพราะแผลตามร่างกายมีมากกว่า 1 แผล”

และจากที่ตนเห็นบากแผลบางจุด จากรายงาที่ชัดขึ้น เพราะครั้งที่แล้วมีการเย็บปิดบาดแผล หรือเป็นภาพที่ไม่ชัด ถ่ายจากระยะไกล แต่ที่เห็นวันนี้ บางแผลที่มีความลึก ความยาวและใหญ่ ซึ่งมันไม่เข้ากับใบพัดเรือ แผลจะเกิดก่อนหรือหลังเสียชีวิตนั้นยังตอบไม่ได้ แต่สิ่งที่เห็นคือบาดแผลที่มีมากกว่าหนึ่ง มันไม่เข้ากับเรื่องของใบพัดเรือ

รวมถึงยังมีบาดแผลที่ หมอธวัชชัย และ อ.ปานเทพ ติดใจแผลบางจุดที่ไขมันจุก ซึ่งมันไม่เข้ากับเรื่องราวของการตกเรือและโดนใบพัดเรือ

ส่วนลักษณะบาดแผลยังไม่สามารถตอบได้ว่าเกิดก่อนหรือหลังตกเรือ ซึ่งต้องไปตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมด ว่ามีการไปตรวจอะไรไปบ้าง ต้องไปดูว่าแผลเกิดเมื่อไหร่ เกิดอย่างไร แต่ที่แน่ๆไม่ได้เกิดจากใบพัดเรือ

แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ ยังระบุอีกว่าที่ผ่านมา ความยากลำบากในการมองว่าเป็นความเข้าใจผิดของทุกหน่วยงาน ที่ไม่ให้ หลักฐานที่แท้จริงทั้งที่เป็นสิทธิ์การรับรู้โดยตรงของญาติสายตรง หรือแม้กระทั่งดีเอสไอที่เป็นหน่วยงานของราชการ ก็ยังไม่เคยได้ไฟล์ออริจินัลเลยไม่ว่าจากหน่วยไหนแต่สิ่งที่ตรวจสอบคือภาพจากสำนวนคดีที่พิพากษาเท่านั้น

โดยความเห็นของหมอ มองว่า คดีนี้ถูกกระทบตั้งแต่แรก การชันสูตรต้องทำกับหมอนิติเวชในพื้นที่ แต่กลับมีคำสั่งที่ไม่มีคำตอบได้ว่าใครสั่งให้ย้ายศพ การย้ายศพทำให้สภาพเปลี่ยน ทำให้เสียเวลาซึ่งจะกระทบต่อหลักฐาน และการตรวจสอบคนบนเรือหลังที่เกิดเหตุ ก็ทราบว่าไม่ได้มีการตรวจตรวจสอบบางอย่างกับคนบนเรือทำให้หลักฐานบางอย่างนั้นไม่สมบูรณ์ เพราะมีผู้ตายคนเดียวที่ถูกตรวจ รวมถึงกระบวนการชันสูตรศพควรมีความอิสระพอ ที่จะบอกต้องบอกได้ ว่าแผลเกิดจากอะไรแต่ว่าในสำนวนเหมือนว่าไม่มีการใส่ความคิดเห็นนี้นี้ลงไปด้วย

และยังบอกอีกว่าวันที่ได้ดูการชันสูตรศพยืนยันว่าได้เห็นบาดแผลที่ไม่ได้ถูกนำมาวิเคราะห์ที่เป็นบาดแผลถลอก ตื้น ก้างปลา แล้วการถูกของมีคมและบาดแผลที่เป็นรูเยอะเยอะที่ถูกเย็บเอาไว้ในมุมของเรามองว่าวันนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะตกท้ายเรือ

ด้านนายเอกราช นามโภคิน โปรแกรมเมอร์และผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ระบบ GPS และ GPS Tracking เปิดเผยว่า หลังจากทีมงานพยายามขอภาพบาดแผลจริงของแตงโมมาวิเคราะห์ แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลดังกล่าว จึงนำภาพบาดแผลที่เคยหลุดสู่สาธารณะเมื่อ 4 ปีก่อนมาศึกษา โดยยอมรับว่าไม่ทราบแน่ชัดว่าภาพดังกล่าวถูกนำเข้าสำนวนคดีหรือไม่

นายเอกราช ยังระบุอีกว่า ทีมงานได้นำเทคโนโลยีด้านภาพเข้ามาช่วยประมวลผล โดยแปลงภาพขาวดำให้เป็นภาพสี และสร้างภาพลักษณะสามมิติ เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญและแพทย์สามารถมองเห็นรายละเอียดของบาดแผล ทั้งความคม ความลึก และลักษณะการเกิดบาดแผลได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เปรียบเสมือนการจำลองภาพจากสภาพจริง เพื่อใช้ประกอบการวิเคราะห์

อย่างไรก็ตามยืนยันว่าภาพที่จัดทำขึ้นไม่ใช่พยานหลักฐานในคดี แต่เป็นเพียงเครื่องมือช่วยในการวิเคราะห์ พร้อมย้ำว่าพยานหลักฐานทั้งในส่วนข้อมูลดิจิทัลและลักษณะบาดแผล ต่างชี้ไปในทิศทางเดียวกัน คือข้อสันนิษฐานเรื่อง “การฆาตกรรมอำพราง”

นายเอกราช ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ภาคประชาชนได้รวบรวมและช่วยกันตรวจสอบข้อมูลจำนวนมาก โดยต้องการนำข้อมูลที่เคยผ่านการพิสูจน์ในชั้นศาลกลับมาพิจารณาซ้ำอีกครั้ง และหวังให้ผู้ที่เข้ามารับผิดชอบคดีนี้ ได้พิจารณาข้อเท็จจริงที่มีการตรวจสอบไว้แล้วอย่างรอบด้าน

ขณะที่พันเอกนายแพทย์ธวัชชัย กาญจนรินทร์ อดีตศัลยแพทย์โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ระบุว่า หลังได้รับภาพรองเท้าของแตงโมจากข้อมูลใน iCloud จึงนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยตรวจสอบ และพบข้อสังเกตสำคัญว่า ในกระบวนการสืบสวนมีการตรวจสอบเพียงเสื้อผ้าของบุคคลบนเรือทั้ง 5 คน แต่ไม่ปรากฏข้อมูลการตรวจพิสูจน์รองเท้า จึงตั้งคำถามว่าทำไมจึงไม่มีการตรวจสอบวัตถุพยานดังกล่าวให้ครบถ้วน พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดรองเท้าของแตงโมถึงถูกเคลื่อนย้ายไปอยู่ในถุงศพ ซึ่งขณะนี้ทราบตัวผู้กระทำแล้ว และอาจจะเข้าข่ายการกระทำความผิดหรือไม่

นอกจากนี้ยังมีข้อสังเกตเกี่ยวกับเรือที่มีการจอดอยู่กลางแม่น้ำในช่วงเวลาประมาณ 23.00 น. ของคืนเกิดเหตุ รวมถึงการปรากฏของสกูตเตอร์ที่มีการขับวนไปมาในบริเวณดังกล่าว ซึ่งเห็นว่าประเด็นเหล่านี้ ควรได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดเพิ่มเติมเช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...