บุกรวบบัญชีม้าลวงลงทุนเหรียญดิจิทัล เหยื่อสูญเงินเฉียด 1.5 ล้านบาท
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกันจับกุม นายพิสิฐฯ อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ 35/2568 ลงวันที่ 3 มกราคม 2568 ในความผิดฐาน “เป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, สนับสนุนการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝากโดยมิได้เจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อการที่ตนเกี่ยวข้องโดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใด” โดยจับกุมได้ที่บริเวณอาคารรถโดยสารสถานีขนส่งแห่งหนึ่ง แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
สืบเนื่องจากกลุ่มคนร้ายได้ใช้กลอุบายแฝงตัวในโลกออนไลน์ โดยการสุ่มเพิ่มเพื่อนผ่านทางช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ เพื่อเสาะหาเหยื่อ เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อกดรับเป็นเพื่อน คนร้ายจะเริ่มส่งข้อความพูดคุยตีสนิทและสร้างความไว้วางใจอย่างแนบเนียน จากนั้นได้ชักชวนให้เพิ่มเพื่อนทางแอปพลิเคชันไลน์ (LINE) เพื่อเปลี่ยนช่องทางมาพูดคุยเกี่ยวกับการร่วมลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) โดยกลุ่มคนร้ายได้จัดฉากสร้างเว็บไซต์ลงทุนปลอมขึ้นมา เพื่อแสดงตัวเลขกำไรและพอร์ตการลงทุนที่ไม่มีอยู่จริง สร้างความน่าเชื่อถือจนผู้เสียหายหลงเชื่อ ตัดสินใจร่วมลงทุนและโอนเงินเข้าไปในระบบตามที่คนร้ายกล่าวอ้างว่าหากโอนเงินผ่านหน้าเว็บไซต์แล้วจะสามารถกดถอนเงินทั้งเงินต้นและกำไรออกมาได้ตามต้องการ ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปทั้งสิ้น 6 ครั้ง รวมเป็นเงินจำนวนสูงถึง 1,440,000 บาท
ภายหลังเมื่อพยายามจะถอนเงินออกจากระบบ กลับไม่สามารถทำรายการถอนได้จริง เมื่อสอบถามไปยังคนร้ายก็ถูกบ่ายเบี่ยงและพยายามอ้างเหตุผลต่างๆ นานา พร้อมทั้งข่มขู่หรือโน้มน้าวให้ผู้เสียหายต้องโอนเงินค่าภาษีและค่าธรรมเนียมเพิ่มเข้าไปในระบบเรื่อยๆ ผู้เสียหายจึงไหวตัวทันและรู้ตัวว่าถูกหลอกลวงอย่างแน่นอน จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย จากการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน พนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องในขบวนการนี้ ซึ่งรวมถึงนายพิสิฐฯ ผู้ต้องหารายนี้ที่ทำหน้าที่เปิดบัญชีม้าและอยู่ระหว่างการหลบหนี ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสืบทราบว่า นายพิสิฐฯ กำลังจะเดินทางไปต่างจังหวัดโดยใช้รถโดยสารสาธารณะ จึงวางกำลังตรวจสอบพื้นที่จุดจอดรถสถานีขนส่งแห่งหนึ่ง จนพบบุคคลที่มีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ จึงได้เข้าแสดงตัวจับกุมพร้อมแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง แต่ให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็นในคดีนี้แต่อย่างใด โดยอ้างว่าตนเองเคยใช้บัญชีธนาคารในการเล่นการพนันออนไลน์เท่านั้น