บก.น.5 - รพ.ตำรวจ จัดอบรมหลักสูตรการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน หรือ CPR และการใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ AED
บก.น.5 - รพ.ตำรวจ จัดอบรมหลักสูตรการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน หรือ CPR และการใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ AED
วันนี้ (22 มิ.ย.2569) กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 จัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (CPR) และการใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) สำหรับข้าราชการตำรวจสังกัดกองบังคับการตำรวจนครบาล 5 ประจำปี 2569
โดยมี พล.ต.ท.อนุชา รมยะนันทน์ ผู้ช่วยผบ.ตร. เป็นประธาน พร้อมด้วย พล.ต.ท.ไพบูลย์ เจียมอนุกูลกิจ นพ.(สบ8 ) รพ.ตร.รรท.พตร., พล.ต.ต.เกษม รัตนสุมาวงศ์ รอง พตร., พล.ต.ต.หญิง พันวดี รัตนสุมาวงศ์ นายแพทย์ (สบ 7) รพ.ตร., พล.ต.ต.หญิง กรกาญจน์ อรุณปลอด อิโซมิชิ ผบก.อก.รพ.ตร., พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคํา ผบก.น.5, คุณสมฤทัย บุญสม ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจนครบาล, คุณวรางคณา สิริอุฬารวงศ์ ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจนครบาล 5 รองผบก.น.5 ผกก.สังกัด บก.น.5, คุณไพพรรณ หลักแหลม กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้า เอ็มดิสทริค, คุณเอื้อมเดือน เจียมอนุกูลกิจ กรรมการบริหารสมาคมแม่บ้านตำรวจ รพ.ตร. พร้อมผู้เข้าร่วมอบรม 60 นาย ในโครงการฝึกอบรมหลักสูตรการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน หรือ CPR และการใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ AED สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการตำรวจนครบาล 5 ประจำปี 2569 ณ อาคารเอ็ม ทาวเวอร์ ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์
การจัดการอบรมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ และความมั่นใจให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเป็นบุคลากรกลุ่มแรกที่มักถึงจุดเกิดเหตุ ให้สามารถเข้าช่วยเหลือผู้ป่วยภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และทันท่วงทีภายในเวลาวิกฤต 4 นาที เพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้แก่ประชาชน
โดย พล.ต.ท.อนุชา กล่าวว่า การช่วยชีวิตผู้ประสบเหตุภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันเป็นทักษะสำคัญที่เจ้าหน้าที่ตำรวจควรมี เนื่องจากตำรวจมักเป็นหน่วยงานแรกที่เข้าถึงจุดเกิดเหตุและมีโอกาสให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที การฝึกอบรมครั้งนี้จึงเป็นประโยชน์ทั้งต่อการปฏิบัติหน้าที่ราชการและการใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะเหตุฉุกเฉินสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน รวมถึงคนใกล้ตัว พร้อมเน้นย้ำว่า การทำ CPR อย่างถูกวิธีจำเป็นต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากต้องใช้แรงกดหน้าอกในระดับที่เหมาะสม ซึ่งผู้ที่ไม่เคยผ่านการฝึกปฏิบัติจริงอาจไม่กล้าหรือไม่มั่นใจในการช่วยเหลือผู้ป่วย รวมถึงการใช้งานเครื่อง AED ที่ต้องอาศัยความเข้าใจและความคุ้นเคยกับอุปกรณ์ โดยขอให้ผู้เข้ารับการอบรมตั้งใจฝึกฝนเสมือนสถานการณ์จริง “ซ้อมให้เหมือนจริง ทำจริงให้เหมือนซ้อม” เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปใช้ช่วยชีวิตประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
ด้าน พล.ต.ต.วิทวัฒน์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจถือเป็นด่านหน้าในการเข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุและเผชิญสถานการณ์วิกฤตต่าง ๆ โดยเฉพาะกรณีผู้ป่วยภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและถูกต้องภายในระยะเวลาจำกัด จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน นอกจากนี้ ในเดือนตุลาคม 2569 ประเทศไทยมีกำหนดเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ และกลุ่มธนาคารโลก ซึ่งจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 15,000 คน จาก 190 ประเทศทั่วโลก โดยกองบังคับการตำรวจนครบาล 5 รับผิดชอบภารกิจด้านการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่สำคัญ จึงได้จัดโครงการฝึกอบรมดังกล่าวขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีความรู้ ความสามารถ และความเชี่ยวชาญในการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน ตลอดจนการใช้เครื่อง AED ได้อย่างถูกต้อง สามารถช่วยเหลือประชาชนและผู้เข้าร่วมงานจากนานาชาติได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
ทังนี้โครงการดังกล่าว มีผู้เข้ารับการอบรมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด บก.น.5 และเจ้าหน้าที่ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ รวมทั้งสิ้น 720 นาย แบ่งการฝึกอบรมออกเป็น 12 รุ่น รุ่นละ 60 นาย โดยได้รับความอนุเคราะห์จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญของกลุ่มงานเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลตำรวจ มาถ่ายทอดความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เพื่อเสริมสร้างความพร้อมในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างมีประสิทธิภาพ