โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้อนรอย THEOS-1 ดาวเทียมสำรวจโลกดวงแรกของไทย ผู้พิทักษ์เหนือน่านฟ้าจาก GISTDA

SPACEMAN

อัพเดต 18 มิ.ย. เวลา 09.03 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. เวลา 02.03 น. • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

หากพูดถึงก้าวแรกของประเทศไทยในการสำรวจโลกจากอวกาศ ชื่อของดาวเทียมไทยโชต หรือ THEOS-1 (Thailand Earth Observation Satellite) จะต้องเป็นชื่อแรกที่ทุกคนนึกถึงอย่างแน่นอน นี่คือดาวเทียมสำรวจทรัพยากรธรรมชาติดวงแรกของประเทศที่เปรียบเสมือนดวงตาอันทรงพลังเหนือน่านฟ้า ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการวิทยาศาสตร์ไทย แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่คอยปกป้องและบริหารจัดการทรัพยากรของเรามาอย่างยาวนานกว่าทศวรรษ ภายใต้การดูแลของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ GISTDA

ดาวเทียมไทยโชต ได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานชื่อจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งมีความหมายอันเป็นมงคลว่า "ดาวเทียมที่ทำให้ประเทศไทยรุ่งเรือง" ยานลำนี้ทะยานขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2551 โดยในทางวิศวกรรมนั้น ตัวยานถูกออกแบบให้เป็นดาวเทียมขนาดเล็ก (Small Satellite) ที่มีน้ำหนักตอนปล่อยตัวประมาณ 750 กิโลกรัม ถูกส่งไปปฏิบัติงานในวงโคจรต่ำของโลก (Low Earth Orbit) ที่ระดับความสูง 822 กิโลเมตรเหนือพื้นโลก ทำงานด้วยระบบวงโคจรแบบซิงโครนัสกับดวงอาทิตย์ (Sun-synchronous orbit) ที่ช่วยให้สภาพแสงบนภาพถ่ายมีความสม่ำเสมอ และตัวยานจะโคจรกลับมาทับรอยแนวเดิมในทุกๆ 26 วัน

เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการสำรวจโลก ดาวเทียมดวงนี้ได้ติดตั้งระบบเซนเซอร์ถ่ายภาพสองรูปแบบ ระบบแรกคือกล้องถ่ายภาพช่วงคลื่นเดียวหรือแบบขาวดำ (Panchromatic) ที่มีความละเอียดสูง สามารถจำแนกวัตถุบนพื้นโลกที่มีขนาดตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป โดยครอบคลุมพื้นที่ความกว้างแนวถ่ายภาพ 22 กิโลเมตร ระบบที่สองคือกล้องถ่ายภาพหลายช่วงคลื่น (Multispectral) ซึ่งสามารถบันทึกภาพสีได้ 4 ช่วงคลื่น ด้วยความละเอียด 15 เมตร และมีความกว้างแนวถ่ายภาพครอบคลุมถึง 90 กิโลเมตร การผสมผสานของระบบบันทึกภาพทั้งสองรูปแบบนี้ ทำให้ประเทศไทยได้รับข้อมูลที่คมชัดและครอบคลุมพื้นที่ในวงกว้าง นำไปสู่การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ระดับชาติได้อย่างแม่นยำ

ตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติภารกิจ THEOS-1 ได้สร้างคุณูปการอย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นการประเมินความเสียหายจากภัยพิบัติครั้งใหญ่ เช่น มหาอุทกภัยในปี พ.ศ. 2554 การเฝ้าระวังปัญหาไฟป่า การติดตามคราบน้ำมันรั่วไหล ไปจนถึงการวางแผนการใช้ที่ดินทางการเกษตร สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดคือ แม้สเปกเดิมของดาวเทียมดวงนี้จะถูกกำหนดอายุการใช้งานขั้นต่ำไว้เพียง 5 ปี แต่ด้วยการบำรุงรักษาและบริหารจัดการสถานีควบคุมภาคพื้นดินอย่างมีประสิทธิภาพของทีมวิศวกร GISTDA ทำให้ดาวเทียมดวงนี้ยังคงปฏิบัติหน้าที่และส่งข้อมูลที่มีประโยชน์กลับมายังพื้นโลกได้ยาวนานกว่า 15 ปี

ความสำเร็จดาวเทียมไทยโชตเป็นบทพิสูจน์ถึงความคุ้มค่าของการลงทุนทางด้านวิทยาศาสตร์ และเป็นรากฐานสำคัญที่ยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีอวกาศของไทยให้ทัดเทียมสากล ตำนานอันยิ่งใหญ่นี้กำลังถูกสานต่อโดยดาวเทียมสำรวจโลกรุ่นใหม่อย่าง THEOS-2 และ THEOS-2A ที่จะเข้ามาเสริมทัพ นับเป็นเครื่องยืนยันว่า อนาคตของการพัฒนาประเทศด้วยเทคโนโลยีอวกาศไทยจะก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคงและไม่หยุดยั้ง

  • ข้อมูลอ้างอิง: สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...