โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จีนคัดค้าน สหรัฐเตรียมนำ “ระบบขีปนาวุธพิสัยกลาง” ประจำการในเอเชีย

เดลินิวส์

อัพเดต 24 พฤษภาคม 2569 เวลา 3.03 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
นายกัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน เปิดเผยว่า จีนคัดค้านการนำระบบขีปนาวุธพิสัยกลางไทฟอน ( Typhon ) ของสหรัฐ เข้าประจำการในกลุ่มประเทศเอเชีย พร้อมกระตุ้นเตือนสหรัฐและญี่ปุ่นแก้ไขการกระทำที่ผิดพลาดให้ถูกต้อง

สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 23 พ.ค. ว่ากองทัพสหรัฐวางแผนนำระบบขีปนาวุธพิสัยกลางไทฟอนเข้าประจำการในญี่ปุ่น ระหว่างเดือนมิ.ย.-ก.ย. นี้ เพื่อใช้ในการซ้อมรบทางทหารร่วมกัน โดยหลังจากการซ้อมรบข้างต้นเสร็จสิ้น ระบบขีปนาวุธดังกล่าวจะถูกเคลื่อนย้ายไปยังฐานทัพสหรัฐในญี่ปุ่น

กัวกล่าวว่า การนำอาวุธสู้รบเชิงยุทธศาสตร์อย่างไทฟอนเข้าประจำการในญี่ปุ่น จะเป็นอันตรายต่อผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของประเทศอื่น ๆ คุกคามความมั่นคงเชิงยุทธศาสตร์ของภูมิภาค และเพิ่มความเสี่ยงเผชิญหน้าทางทหารและการแข่งขันทางอาวุธ รวมถึงสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค

กัวกล่าวว่า หลายปีที่ผ่านมา ประชาชนจากหลายประเทศในเอเชีย รวมถึงญี่ปุ่น ได้คัดค้านการนำอาวุธเข้ามาประจำการ จีนขอกระตุ้นเตือนสหรัฐและญี่ปุ่น ให้รับฟังเสียงเรียกร้องจากประเทศในภูมิภาค แก้ไขการทำผิดพลาดให้ถูกต้อง และดำเนินบทบาทเชิงบวกด้วยการกระทำอันเป็นรูปธรรมเพื่อสันติภาพ และเสถียรภาพในภูมิภาค

กรณีนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างว่าญี่ปุ่นเร่งฟื้นฟูอำนาจทางทหาร หลังจากมีหลายสัญญาณบ่งชี้ว่า กลุ่มฝ่ายขวาของญี่ปุ่นพยายามปรับโครงสร้างขีดความสามารถทางทหารโดยรวมของญี่ปุ่นและเตรียมพร้อมสำหรับ "ความขัดแย้งที่ขยายตัว" กรณีนี้จะเซาะกร่อนรัฐธรรมนูญของญี่ปุ่น รวมถึงหลักนิติธรรมภายในประเทศและระหว่างประเทศ และท้าทายระเบียบระหว่างประเทศยุคหลังสงคราม ซึ่งขัดกับภาพลักษณ์ที่ญี่ปุ่นกล่าวอ้างตนเองเป็น "ประเทศแห่งสันติภาพ"

กัวเสริมว่าการอุบัติของลัทธิทหารนิยมใหม่ ที่มุ่งร้ายในญี่ปุ่นอาจกลายเป็นแหล่งกำเนิดความปั่นป่วนวุ่นวายในภูมิภาคอีกครั้ง ซึ่งประชาคมระหว่างประเทศต้องจดจำบทเรียนจากประวัติศาสตร์ เฝ้าระวังอย่างจริงจัง และร่วมกันยับยั้งความเสี่ยงอันตรายเหล่านี้.

ข้อมูล : XINHUA

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...