โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รมช.ดีอี แจงรุกปราบแอปเงินกู้เถื่อน - ดอกเบี้ยโหด ฟันแล้วกว่า 1,500 รายการ เตือน ปชช.ระวังโฆษณาชวนเชื่อ เช็กให้ชัวร์ก่อนใช้บริการ

สวพ.FM91

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รมช.ดีอี แจงรุกปราบแอปเงินกู้เถื่อน - ดอกเบี้ยโหด ฟันแล้วกว่า 1,500 รายการ เตือน ปชช.ระวังโฆษณาชวนเชื่อ เช็กให้ชัวร์ก่อนใช้บริการ

(22 พ.ค.69) นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึง กรณีการปราบปรามแอปพลิเคชันสินเชื่อเงินกู้ผิดกฎหมาย และเว็บไซต์หรือ URL ที่มีการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตรา ว่า กระทรวงดีอี มีการทำงานอยู่ 2 แนวทาง ได้แก่

1. เชิงรุกโดยการใช้อำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 20 วรรคสอง ในการตรวจจับเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันต่างๆที่มีข้อมูลว่าเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมาย เมื่อตรวจพบจะมีการส่งเรื่องไปที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง เพื่อตรวจสอบว่า แอปเหล่านั้นจดทะเบียนถูกต้องหรือไม่ หากพบว่าไม่ถูกต้อง กระทรวงดีอี จะส่งคำร้องไปที่ศาลให้มีคำสั่งปิดกั้นเว็บไซต์ หรือแอป เหล่านั้น ไปยัง Store หรือผู้ให้บริการ (ISP)

2. การดำเนินการปิดกั้นตามที่หน่วยงานคือ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือ สศค. แจ้งมา โดยกระทรวงดีอี จะดำเนินการตรวจสอบพยานหลักฐานว่ามีองค์ประกอบครบถ้วนที่จะไปยื่นคำร้องต่อศาล อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 20 (3) หรือไม่ ก่อนส่งคำร้องต่อศาลให้มีคำสั่งปิดกั้น

สำหรับในระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา (ตั้งแต่ เดือนกุมภาพัน์ 2568 – 20 พฤษภาคม 2569) ธปท. ได้ส่งรายชื่อของแอปฯ มาให้กระทรวงดีอี ส่งคำร้องขอปิดกั้นต่อศาลแล้วเป็นจำนวน 79 แอป ซึ่งกระทรวงดีอี ได้ส่งให้ สศค. ตรวจสอบว่ามีการจดทะเบียนหรือไม่ และได้รับผลการตอบกลับมา 57 แอป จากนั้นกระทรวงดีอีจะส่งคำร้องให้ศาลมีคำสั่งระงับการทำให้แพร่หลายไปยัง Store โดยนำรายการที่เป็นสินเชื่อรายย่อยออกแล้ว จำนวน 57 รายการ นอกจากนี้กระทรวงดีอี ยังได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกปิดกั้นเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มต่างๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตรา ซึ่งปิดกั้นแล้วเป็นจำนวน 1,466 URLs ( ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 – 17 พ.ค.69)

ทั้งนี้ปัจจุบันพบว่า “สแกมเมอร์” ได้หลอกลวงประชาชนให้กู้เงินในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งมักจะใช้คำเชิญชวนผ่านช่องทาง เว็บไซต์ หรือ โซเชียลมีเดีย โดยใช้ข้อความชวนเชื่อว่า “กู้ง่าย ได้เร็ว ดอกเบี้ยต่ำ ใช้เอกสารน้อย ไม่ต้องมีหลักประกัน ติดแบล็กลิสต์ก็กู้ได้” เมื่อหลงเชื่อแล้วอาจทำให้สูญเสียข้อมูลส่วนบุคคล เช่น เลขบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน หรือเลขบัญชีธนาคาร หรือสูญเสียทรัพย์สินโดยการหลอกให้โอนเงินค่าธรรมเนียม ค่ามัดจำ หรือเงินค้ำประกัน

“ขอเตือนประชาชน เรื่องการกู้เงินผ่านแอปต่างๆ จะต้องตรวจสอบก่อนการใช้บริการ ซึ่งสามารถตรวจสอบชื่อแอปเงินกู้ที่มีการลงทะเบียนถูกต้องได้ที่ เว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยเสิร์ช พิมพ์คำว่า “เช็กแอปเงินกู้” เพื่อดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องก่อนใช้บริการ ขณะที่กระทรวงดีอีได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง ตร. กสทช. ปปง. ธปท. ฯลฯ อย่างต่อเนื่องเพื่อดำเนินการปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง หากประชาชนเกิดหลงเชื่อโอนเงินค่ามัดจำ หรือค่าธรรมเนียมต่างๆไปแล้ว สามารถแจ้งระงับบัญชีได้ทันทีที่ AOC 1441 ตลอด 24 ชม.” รมช.ดีอี กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...