จนท.กู้ซากอวน 35 โลคลุมปะการังเกาะยูง สลดสัตว์ทะเลติดตายอื้อ
กระบี่ (24 มิถุนายน 2569) – ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดกระบี่ มีรายงานสถานการณ์ความเสียหายทางสิ่งแวดล้อมใต้ทะเล โดยเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการใต้น้ำของอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจดำน้ำตรวจสอบและเก็บกู้ซากเครื่องมือประมง หลังได้รับรายงานว่ามีเรือประมงลักลอบเข้ามาทำประมงผิดกฎหมาย บริเวณแนวปะการังด้านทิศตะวันตกของเกาะยูง ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่การดูแลของอุทยานฯ
จากการตรวจสอบใต้ทะเล เจ้าหน้าที่พบภาพอันน่าสลดใจเมื่อมีเศษอวนประมงขนาดใหญ่ หรือที่เรียกกันว่า "อวนผี" (Ghost Nets) ลอยมาติดและทิ้งตัวจมคลุมทับแนวปะการังเป็นวงกว้าง ส่งผลให้ปะการังบางส่วนได้รับความเสียหาย แตกหัก และบดบังแสงแดด นอกจากนี้ยังพบซากสัตว์ทะเลตัวเล็กตัวน้อยติดคาอยู่ในร่องอวนล้มตายเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงในการใช้อุปกรณ์ตัดและทยอยเก็บกู้ซากอวนทั้งหมดขึ้นสู่ฝั่ง โดยวัดน้ำหนักรวมได้มากกว่า 35 กิโลกรัม
สำหรับ "เกาะยูง" ถือเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวและจุดดำน้ำชมความสวยงามของปะการังที่ขึ้นชื่อของจังหวัดกระบี่ แต่เนื่องจากที่ผ่านมาได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว ทางอุทยานฯ จึงได้ประกาศปิดพื้นที่ดังกล่าวอย่างไม่มีกำหนดเพื่อปล่อยให้ธรรมชาติได้ฟื้นฟูตัวเอง แต่ก็ยังคงมีกลุ่มผู้ทำประมงไร้จิตสำนึก ลักลอบเข้ามาจับสัตว์น้ำและทิ้งเศษอวนทำลายระบบนิเวศซ้ำเติม
ด้าน นายแสงสุรี ซองทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เปิดเผยว่า เศษอวนและเครื่องมือประมงที่ตกค้างอยู่บนแนวปะการังเหล่านี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ขยะใต้ทะเลทั่วไป แต่ถือเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อระบบนิเวศทางทะเลโดยตรง เพราะมันจะทำหน้าที่เป็นหน้าไม้ดักจับและฆ่าสิ่งมีชีวิตในทะเลอย่างต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุด ทั้งยังรัดรึงทำให้ปะการังหักสะบั้น และบดบังแสงแดดที่จำเป็นต่อการสังเคราะห์แสงเพื่อการดำรงชีวิตของปะการัง
"การเก็บขยะเหล่านี้ออกจากระบบนิเวศจึงเป็นภารกิจที่จำเป็นและเร่งด่วนที่สุดในการฟื้นฟูธรรมชาติ ขยะประมงเพียงชิ้นเดียวอาจจมทำลายปะการังได้เป็นเวลานานหลายสิบปี แต่การที่เราช่วยกันเก็บขยะทุกชิ้นขึ้นมาจากท้องทะเลในวันนี้ คือการต่อลมหายใจและช่วยรักษาบ้านหลังใหญ่ของสัตว์ทะเลนับไม่ถ้วนให้คงอยู่ต่อไป" นายแสงสุรี กล่าวทิ้งท้าย