โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปลื้ม60:40ผุดพลัสใหม่ ไม่รื้อเกณฑ์บัตรคนจน

ไทยโพสต์

อัพเดต 4 มิถุนายน 2569 เวลา 4.26 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ขุนคลังย้ำเสียงเข้ม เกณฑ์คัดกรองผู้ได้สิทธิ์ "บัตรคนจน" ต้องเป็นกลุ่มที่เดือดร้อนที่สุด หลังเสียงโวยพวกนำชื่อพ่อแม่ไปลดหย่อนภาษีแล้วบุพการีถูกตัดสิทธิ์ นายกฯ ออกตัว พร้อมนำเสียงท้วงติงที่อาจคาดไม่ถึงไปปรับปรุง ปลื้มเช็กอินตลาดศรีย่าน กระแสตอบรับดี 60/40 ใช้จ่ายคึกคัก แย้มหาโครงการพลัสใหม่ช่วย ปชช.อีก รัฐบาลเผยยอดสแกนแค่ 2 วันทะลุกว่า 4 พันล้านบาท

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน วันที่สามของการเริ่มใช้โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ซึ่งในช่วงเวลา 12.40 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย พร้อมด้วย น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตลาดศรีย่าน พบปะประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยในโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 โดยมีการไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวนายกฯ

ช่วงหนึ่งนายกรัฐมนตรีได้แวะซื้อผลไม้จากร้านประจำ โดยจ่ายผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส ก่อนจะแวะทักทายประชาชนและเข้าไปเลือกซื้อสินค้าในร้านขายของชำ โดยได้เลือกซื้อสินค้า เช่น เงาะกระป๋อง ลิ้นจี่กระป๋อง ซีอิ๊วขาว ระหว่างนั้นมีประชาชนเข้ามาทักทายพร้อมกล่าวว่าโครงการไทยช่วยไทยพลัสใช้งานได้ดีมาก สะท้อนให้เห็นว่าโครงการดังกล่าวได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี โดยมีประชาชนเข้ามาขอถ่ายภาพร่วมกับนายกรัฐมนตรีตลอดทาง

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เดินข้ามถนนไปยังร้านจิวลูกชิ้นปลาเยาวราช ซึ่งเป็นร้านที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส พร้อมถ่ายภาพทำท่าพลัสร่วมกับเจ้าของร้าน ก่อนแวะร้านจำหน่ายเครื่องครัว เลือกซื้อช้อนสั้นสเตนเลสจำนวน 2 กล่อง และกล่องใส่รองเท้า โดยชำระเป็นเงินสด

หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีได้แวะซื้อน้ำในร้านกาแฟ โดยสั่งเมนูนมชมพู และยังได้แวะซื้อทุเรียน ก่อนแจกให้ประชาชน นอกจากนี้ยังแวะพูดคุยทักทายผู้ประกอบการและประชาชนที่มาใช้สิทธิ์โครงการไทยช่วยไทยพลัสอย่างเป็นกันเอง ท่ามกลางบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยอย่างคึกคัก มีประชาชนขอถ่ายภาพและให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง

นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์หลังดูการจับจ่ายใช้สอยโครงการไทยช่วยไทยพลัสที่ตลาดศรีย่านว่า ไปศรีย่านประจำอยู่แล้ว ไปรับประทานอาหาร ร้านก๋วยเตี๋ยวที่ไปทานอยู่หน้าตลาดศรีย่านพอดีเห็นประชาชนมาจับจ่ายใช้สอย โดยโครงการไทยช่วยไทยพลัส เห็นความคึกคักมากพอสมควร ได้สอบถามทั้งคนซื้อคนขาย เขาพึงพอใจ

เมื่อถามว่า เห็นกระแสแล้วน่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่จะช่วยประชาชนในช่วงนี้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า คิดว่าทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ทั้งผู้ซื้อผู้ขาย เราเน้นช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทั้งค่าน้ำมัน ค่าไฟ เมื่อได้ดูของจริงเห็นว่าไม่ใช่แค่ซื้อก๋วยเตี๋ยวซื้อข้าวซื้อผลไม้ ร้านของชำ ร้านสะดวกซื้อต่างๆ ที่ไม่ได้เป็นห้างก็มีคนเข้าไปใช้สิทธิ์ ทั้งไทยช่วยไทยพลัสและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เมื่อได้ถามไปเขาก็พึงพอใจ

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีเสียงสะท้อนขออะไรเพิ่มเติมหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ขออย่าให้หยุด จึงบอกไปว่าถ้าโครงการได้รับการตอบรับที่ดี อย่างที่บอกเป็นการช่วยกันทำให้เม็ดเงินเข้าไป มีการไหลเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น เราก็ต้องหาเรื่องพลัสไปเรื่อยๆ คงไม่ใช่ออกมาในรูปแบบเดิม รัฐบาลมีหน้าที่ต้องหาโปรแกรมดีๆ หาโครงการดีๆ มาให้ประชาชนได้รับประโยชน์มากที่สุดเท่าที่จะทำได้อยู่แล้ว ส่วนกรณีที่คนลงทะเบียนไม่ครบ 30 ล้านสิทธิ์ที่เตรียมไว้ เงินส่วนนี้ก็จะนำไปให้ประโยชน์อย่างอื่นหากมีสิ่งจำเป็นเร่งด่วนภายใต้กฎเกณฑ์ พ.ร.ก.กู้เงิน เพราะเรากู้ตามจำนวนที่ใช้

ส่วนหลักเกณฑ์ใหม่ของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กรณีนำชื่อพ่อแม่ไปลดหย่อนภาษีแล้วพ่อแม่ถูกตัดสิทธิ์บัตรสวัสดิการ ทำให้ถูกวิจารณ์ว่าหลักเกณฑ์เข้มเกินไปนั้น นายอนุทินกล่าวว่า ปัญหาต่างๆ ก็ต้องมีบ้าง เรื่องโครงการเหล่านี้ เรายังประโยชน์ให้กับประชาชน ก็อาจมีคนพอใจ ไม่พอใจ เราก็ไปรวบรวมสำรวจความพึงพอใจ ตรงไหนที่ประชาชนไม่พอใจที่เกิดจากที่เรารู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือเข็มขัดสั้นคาดไม่ถึง เราก็จะไปปรับปรุงแก้ไข เพราะเราไม่ได้มีโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้ครั้งเดียวเสียเมื่อไหร่ จะมีอะไรที่เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

นายอนุทินกล่าวอีกว่า ที่ไปเดินตลาดดูไทยช่วยไทยพลัส หลายคนก็ไม่ได้เข้า บางคนบอกไม่เข้าเพราะขายดีอยู่แล้วไม่อยากวุ่นวายเสียเวลาสแกน เสียเวลาไปตรวจสอบยอดต่างๆ เขาก็เลือกทางของเขา แต่หลายคนเข้าไม่ถึงระบบไม่ทราบว่าต้องทำอย่างไร ก็ต้องมาดูว่าเพราะอ่อนประชาสัมพันธ์ของรัฐหรือไม่ ต้องหาแนวทางให้เขากลับเข้ามาในระบบของรัฐในโครงการถัดไป ตรงนี้คือนโยบายที่จะพูดกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง ไม่ทราบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

เมื่อถามว่า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐในอนาคตหลังฟังเสียงสะท้อนแล้วจะปรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า อย่างที่ไปเดินก็เจอเป็นร้อยคน ทั้งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและไทยช่วยไทยพลัส ก็ไม่เห็นมีใครบ่น

ต่อข้อถามที่ว่าคนที่ได้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมอาจรู้สึกว่าจะเสียสิทธิ์เพราะหลักเกณฑ์เข้มขึ้น นายก ฯ กล่าวว่า เขาพร้อมที่จะแก้ไขปรับปรุงให้สิทธิเหล่านี้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน ส่วนจำนวนผู้มีสิทธิ์เดิม 13 ล้านคน จากหลักเกณฑ์ใหม่จะทำให้ผู้มีสิทธิ์มากขึ้นหรือน้อยลง จะให้นายเอกนิติมาตอบรายละเอียด ตนให้การสนับสนุนเชิงนโยบาย แต่คนที่จะนำข้อมูลต่างๆ มาตัดสินใจคือกระทรวงการคลัง ก็ต้องให้เขาเสนอมา

ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยเฉพาะการตัดสิทธิ์ผู้ที่บุตรนำชื่อไปลดหย่อนภาษีว่า จริงๆ เป็นเกณฑ์ที่เราต้องการตรวจบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งในวันนี้มีข้อเรียกร้องว่าอาจจะมีคนที่ไม่ได้เดือดร้อนจริงที่ได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งกระทรวงการคลังไปดูทุกกระบวนการ ซึ่งจะมีเกณฑ์หลายๆ อย่างที่จะมาคำนึงถึงคนที่ไม่ได้เดือดร้อนจริง ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับบัตรสวัสดิการจะต้องเป็นผู้ที่เดือดร้อนที่สุด ถึงจะเรียกว่ากลุ่มบัตรสวัสดิการ เพราะฉะนั้นเกณฑ์ต่างๆ กระทรวงการคลังได้แถลงไปแล้ว

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าการใช้สิทธิโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ว่า ประชาชนยังคงใช้จ่ายอย่างคึกคักต่อเนื่อง โดยข้อมูล ณ วันที่ 2 มิถุนายน 2569 เวลา 23.00 น. มียอดใช้จ่ายสะสมรวม 4,542.08 ล้านบาท มีประชาชนใช้สิทธิ์สำเร็จแล้ว 14,402,305 คน และมีร้านค้าที่มียอดใช้จ่ายสำเร็จจำนวน 792,045 ร้านค้า การใช้สิทธิ์ในโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ต้องเป็นการซื้อสินค้าและบริการจริงตามมูลค่าที่ชำระ ห้ามร้านค้าทอนเงินสดหรือแลกคืนเป็นเงินสดทุกกรณี หากตรวจพบการกระทำผิด ร้านค้าจะถูกระงับสิทธิ์การเข้าร่วมโครงการ และเรียกคืนเงินสนับสนุนจากภาครัฐ ฝากขอความร่วมมือจากประชาชนและผู้ประกอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มาตรการประคับประคองค่าครองชีพเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและระบบเศรษฐกิจ เป็นการ "ไทยช่วยไทย" ตามวัตถุประสงค์โครงการ

น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำว่าเชิญชวนร้านค้าที่ยังไม่ได้สมัคร เร่งลงทะเบียนภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เพื่อให้สามารถเข้าร่วมรับสิทธิ์จากประชาชนได้ทันในช่วงที่โครงการไทยช่วยไทยพลัส ข้อมูล ณ วันที่ 3 มิถุนายน 2569 เวลา 13.00 น. พบว่ามีร้านค้าเข้าร่วมโครงการแล้วจำนวนมาก โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบ 3,634 ราย อยู่ระหว่างยอมรับเงื่อนไขโครงการ (T&C) 130,902 ราย และลงทะเบียนสำเร็จพร้อมใช้งานแล้ว 946,465 ราย แบ่งเป็นร้านค้าเดิม 848,802 ราย และร้านค้าใหม่ 97,663 ราย สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...