โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

หญิงอายุ 32 ปีรายหนึ่งมีเลือดออกทางช่องคลอด กคนต่างปิดจมูก

sanook.com

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
สาว 32 เลือดออกผิดปกติในช่องคลอด นาน 3 ปี กลิ่นแรง ไม่กล้าตรวจภายใน สุดท้ายอาการหนัก ไปพบแพทย์ ก่อนพบโรคร้าย

สาว 32 เลือดออกในช่องคลอด นาน 3 ปี กลิ่นแรง ไม่กล้าตรวจภายใน สุดท้ายอาการหนัก ไปพบแพทย์ ก่อนพบ เนื้องอกมดลูก

อาการเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ ไม่ว่าจะเกิดนอกช่วงมีประจำเดือน เลือดออกนานกว่าปกติ หรือมีกลิ่นผิดปกติ เป็นสัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจเกี่ยวข้องได้ตั้งแต่ความผิดปกติของฮอร์โมน การติดเชื้อ ติ่งเนื้อ ไปจนถึงเนื้องอกหรือโรคที่ต้องได้รับการรักษา

กรณีของหญิงวัย 32 ปีรายหนึ่งถูกนำมาเล่าเป็นอุทาหรณ์ หลังเธอมีอาการเลือดออกทางช่องคลอดต่อเนื่องนานถึง 3 ปี แต่เลี่ยงการตรวจภายในเพราะความกลัวและความอาย โดยเฉพาะเมื่อไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อน สุดท้ายอาการรุนแรงจนร่างกายอ่อนเพลีย และต้องเข้ารับการตรวจอย่างละเอียด จึงพบสาเหตุที่แท้จริง

เรื่องนี้สะท้อนประเด็นสำคัญว่า ความเขินอายหรือความกังวลเกี่ยวกับการตรวจทางนรีเวชเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ไม่ควรปล่อยให้อาการผิดปกติยืดเยื้อ เพราะบางโรคหากตรวจพบเร็ว อาจรักษาได้ง่ายกว่าและลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน

เลือดออกผิดปกตินาน 3 ปี ร่างกายเริ่มอ่อนแรง

จากกรณีที่สูตินรีแพทย์ในไต้หวันนำมาเปิดเผยในรายการสุขภาพออนไลน์ ผู้ป่วยเป็นหญิงวัย 32 ปี ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อน และมีอาการเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติมานานหลายปี โดยระหว่างนั้นเธอรู้สึกกังวลอย่างมากกับการตรวจภายใน จึงพยายามเลี่ยงการตรวจที่ทำให้ไม่สบายใจ

ครอบครัวเล่าว่า เธอเคยไปพบแพทย์หลายครั้ง แต่ด้วยความกลัวการตรวจภายใน ทำให้การประเมินทำได้จำกัด ส่วนใหญ่จึงตรวจด้วยอัลตราซาวนด์ทางหน้าท้อง ซึ่งอาจไม่สามารถเห็นความผิดปกติบางตำแหน่งได้ชัดเจนเสมอไป

ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอถูกเข้าใจว่าอาจมีเลือดออกผิดปกติจากความไม่สมดุลของฮอร์โมน จนกระทั่งอาการเริ่มหนักขึ้น เลือดออกต่อเนื่อง ร่างกายซีดและอ่อนแรง โดยมีรายงานว่าระดับฮีโมโกลบินลดลงต่ำกว่าปกติ ซึ่งเป็นสัญญาณของภาวะโลหิตจางที่ควรได้รับการรักษา

ตรวจละเอียดจึงพบเนื้องอกมดลูกที่ซ่อนอยู่

เมื่อผู้ป่วยเข้ารับการตรวจครั้งสำคัญ แพทย์พยายามพูดคุยให้เธอผ่อนคลาย และเลือกวิธีตรวจอย่างระมัดระวังที่สุด โดยเน้นความยินยอม ความเป็นส่วนตัว และมีบุคลากรทางการแพทย์ช่วยดูแลระหว่างการตรวจ

หลังตรวจประเมิน แพทย์พบก้อนผิดปกติบริเวณช่องคลอด ก่อนวินิจฉัยว่าเป็นเนื้องอกมดลูกที่ยื่นลงมาต่ำจนส่งผลให้มีเลือดออกผิดปกติต่อเนื่องเป็นเวลานาน เนื้องอกลักษณะนี้อาจไม่ถูกเห็นชัดจากการอัลตราซาวนด์ทางหน้าท้องเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในตำแหน่งที่ตรวจยาก

ท้ายที่สุด ผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดนำก้อนเนื้องอกออกได้สำเร็จ หลังจากต้องทนกับอาการผิดปกติเป็นเวลานานโดยไม่จำเป็น

เนื้องอกมดลูกคืออะไร?

เนื้องอกมดลูก หรือ Uterine Fibroids เป็นก้อนเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรงที่เกิดจากกล้ามเนื้อมดลูก พบได้ในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์จำนวนไม่น้อย บางคนไม่มีอาการเลย แต่บางรายอาจมีอาการมากจนกระทบชีวิตประจำวัน

อาการที่พบได้ เช่น ประจำเดือนมามากผิดปกติ เลือดออกกะปริบกะปรอยระหว่างรอบเดือน ปวดท้องน้อย แน่นท้อง ปวดประจำเดือนมากขึ้น ปัสสาวะบ่อย หรือรู้สึกอ่อนเพลียจากภาวะโลหิตจาง หากมีอาการเหล่านี้ควรไปพบสูตินรีแพทย์เพื่อตรวจประเมิน

ข้อมูลจาก Mayo Clinic ระบุว่า ควรพบแพทย์หากมีอาการปวดเชิงกรานเรื้อรัง ประจำเดือนมามากหรือปวดมากจนกระทบชีวิตประจำวัน เลือดออกระหว่างรอบเดือน หรือมีอาการอ่อนเพลียต่อเนื่องซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับภาวะโลหิตจาง

ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ ก็มีปัญหาทางนรีเวชได้

หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ ผู้หญิงที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์อาจคิดว่าตนเองไม่น่ามีปัญหาทางนรีเวช หรือไม่จำเป็นต้องตรวจภายใน แต่ความจริงแล้ว ความผิดปกติหลายอย่าง เช่น เลือดออกผิดปกติ เนื้องอกมดลูก ถุงน้ำรังไข่ ฮอร์โมนผิดปกติ หรือการติดเชื้อบางชนิด สามารถเกิดขึ้นได้แม้ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์

การไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ไม่ได้แปลว่าห้ามตรวจทางนรีเวช แพทย์สามารถปรับวิธีตรวจให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละคนได้ เช่น เริ่มจากการซักประวัติ ตรวจร่างกายภายนอก อัลตราซาวนด์ทางหน้าท้อง หรือวิธีอื่นที่ผู้ป่วยยินยอมและเหมาะสมกับอาการ

หากมีอาการผิดปกติ สิ่งสำคัญคือควรบอกแพทย์ตรง ๆ ว่ากังวลเรื่องใด กลัวเจ็บหรือไม่ เคยมีเพศสัมพันธ์หรือไม่ และต้องการให้มีพยาบาลหรือผู้ช่วยอยู่ด้วยระหว่างตรวจหรือเปล่า เพื่อให้การตรวจปลอดภัยและสบายใจมากที่สุด

เลือดออกแบบไหนควรรีบพบแพทย์?

  • เลือดออกนอกช่วงมีประจำเดือน หรือมีเลือดกะปริบกะปรอยบ่อยผิดปกติ
  • ประจำเดือนมามากผิดปกติ ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยมาก หรือมีลิ่มเลือดจำนวนมาก
  • เลือดออกนานเกินปกติ เช่น นานกว่า 7 วัน หรือเป็นต่อเนื่องหลายรอบเดือน
  • เลือดมีกลิ่นผิดปกติ หรือมีตกขาวผิดปกติร่วมด้วย
  • ปวดท้องน้อยรุนแรง หรือปวดเชิงกรานต่อเนื่อง
  • อ่อนเพลีย หน้ามืด ใจสั่น หรือซีดลง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะโลหิตจาง

ACOG ระบุว่า เลือดออกระหว่างรอบเดือน เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ ประจำเดือนมามาก หรือเลือดออกหลังวัยหมดประจำเดือน ถือเป็นเลือดออกผิดปกติที่ควรได้รับการประเมินทางการแพทย์

กลัวตรวจภายใน ควรทำอย่างไร?

ความกลัวการตรวจภายในไม่ใช่เรื่องน่าอาย หลายคนกังวลเรื่องความเจ็บ ความเป็นส่วนตัว หรือเพศของแพทย์ แต่สิ่งที่ไม่ควรทำคือปล่อยให้อาการผิดปกติยืดเยื้อนานจนโรคลุกลามหรือเกิดภาวะแทรกซ้อน

หากรู้สึกไม่สบายใจ สามารถแจ้งโรงพยาบาลหรือคลินิกได้ตั้งแต่ตอนนัดหมายว่าอยากพบแพทย์หญิง หรือขอให้มีพยาบาลอยู่ด้วยระหว่างตรวจ ในหลายสถานพยาบาล การตรวจอวัยวะส่วนตัวมักมีพยาบาลหรือผู้ช่วยอยู่ร่วมด้วยเพื่อคุ้มครองความเป็นส่วนตัวและความสบายใจของผู้ป่วย

กรณีที่จำเป็นต้องพบแพทย์ชาย ผู้ป่วยยังมีสิทธิ์ขอให้มีบุคลากรหญิงอยู่ด้วย ขอให้แพทย์อธิบายทุกขั้นตอนก่อนตรวจ และสามารถบอกให้หยุดได้หากรู้สึกเจ็บหรือไม่พร้อม การสื่อสารตรงไปตรงมาจะช่วยให้แพทย์เลือกวิธีตรวจที่เหมาะสมที่สุด

อย่ารอให้ “อาย” กลายเป็น “อันตราย”

อาการเลือดออกผิดปกติที่เกิดขึ้นนานหลายเดือนหรือหลายปี ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติของรอบเดือน เพราะอาจทำให้ร่างกายเสียเลือดเรื้อรังจนเกิดโลหิตจาง หรือซ่อนโรคที่ต้องรักษาไว้โดยไม่รู้ตัว

การตรวจเร็วไม่ได้หมายความว่าจะต้องเจอโรคร้ายเสมอไป แต่ช่วยให้แพทย์แยกสาเหตุได้ชัดเจนขึ้น และหากเป็นโรคที่รักษาได้ การเริ่มดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ มักให้ผลดีกว่าการรอจนมีอาการรุนแรง

3 ข้อควรรู้ก่อนตรวจนรีเวช

  • ผู้ป่วยมีสิทธิ์ขอความเป็นส่วนตัว สามารถขอพยาบาลหรือผู้ช่วยอยู่ด้วยระหว่างตรวจ และขอให้แพทย์อธิบายขั้นตอนก่อนเริ่มตรวจได้
  • เลือกแพทย์หญิงได้ถ้ามีความพร้อม แต่หากมีอาการอันตราย เช่น เลือดออกมาก อ่อนเพลียมาก หรือปวดรุนแรง ไม่ควรเลื่อนการรักษานานเพียงเพราะรอแพทย์เพศที่ต้องการ
  • อย่าปล่อยอาการผิดปกติเรื้อรัง โดยเฉพาะเลือดออกนอกประจำเดือน มีกลิ่นผิดปกติ ปวดท้องน้อย หรือซีดอ่อนแรง ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ

สรุป

กรณีหญิงวัย 32 ปีที่มีเลือดออกผิดปกตินาน 3 ปี ก่อนพบว่าเป็นเนื้องอกมดลูก เป็นอุทาหรณ์สำคัญว่า อาการทางนรีเวชไม่ควรถูกปล่อยทิ้งไว้เพราะความกลัวหรือความอาย แม้ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ก็ยังสามารถมีความผิดปกติของมดลูก รังไข่ หรือระบบสืบพันธุ์ได้

หากมีเลือดออกผิดปกติ มีกลิ่นผิดปกติ ปวดท้องน้อย หรืออ่อนเพลียจากการเสียเลือด ควรพบแพทย์ให้เร็วที่สุด และแจ้งความกังวลของตนเองให้ชัดเจน เพราะการตรวจที่เหมาะสมและทันเวลาอาจช่วยลดความทุกข์ทรมานและป้องกันปัญหาสุขภาพที่รุนแรงกว่าเดิมได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...