โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อ่านยุทธศาสตร์งานศพอดีตผู้นำอิหร่าน เปลี่ยนความอึดเป็น‘อำนาจต่อรอง’

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

พิธีศพอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ไม่ใช่แค่การร่ำลาแห่งชาติ แต่จำนวนผู้ไว้อาลัยที่หลั่งไหลเข้ามาในกรุงเตหะรานได้ส่งสารไปถึงสหรัฐและอิสราเอลว่า ความพยายามทำลายอิหร่านของพวกเขานั้นล้มเหลว

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน แทนที่จะอ่อนแอลงเพราะสงครามที่สหรัฐและอิสราเอลก่อขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. อิหร่านกลับนำเสนอตัวเองเป็นผู้ท้าทาย และสมัครสมานสามัคคีกันกำหนดอนาคตอย่างเด็ดเดี่ยว

เหล่านักวิเคราะห์ นักการทูต และเจ้าหน้าที่ในภูมิภาคกล่าวว่า ความท้าทายและความสามารถในการอยู่รอดตอนนี้ได้กลายเป็นเครื่องหนุนนำยุทธศาสตร์การเจรจาของอิหร่านไปแล้ว เห็นได้จากงานศพที่รัฐบาลเตหะรานพยายามเปลี่ยนความอึดเป็นอำนาจต่อรอง

พวกเขากล่าวว่า สงครามได้เน้นย้ำถึงอำนาจต่อรองของอิหร่านเหนือช่องแคบฮอร์มุซ และทำให้อิหร่านสามารถเรียกร้องให้ข้อตกลงใดๆ เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของตนต้องเริ่มต้นด้วยการยอมรับความจริงที่ว่า อิหร่านเป็นผู้ควบคุมจุดขนส่งน้ำมันที่สำคัญแห่งนี้

รัฐบาลวอชิงตันหวังว่าการหยุดยิง 60 วัน จะช่วยฟื้นฟูความพยายามทางการทูตเพื่อหยุดยั้งไม่ให้อิหร่านพัฒนาคลังแสงนิวเคลียร์ แต่กลายเป็นว่ากลับเป็นการเปิดช่องให้อิหร่านท้าทายครั้งใหม่ โดยมีทำเลที่ตั้งเป็นสินทรัพย์อันทรงพลังที่สุดยิ่งกว่ายูเรเนียม เตหะรานพยายามเปลี่ยนข้อได้เปรียบช่วงสงครามให้เป็นความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ถาวร ด้วยการทำให้นานาประเทศยอมรับสถานะที่เหนือกว่าของตนเหนือช่องแคบฮอร์มุซ

การนับถอยหลัง 60 วันเพื่อบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายหลังจากการหยุดยิงและบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ที่เกี่ยวข้องยังไม่เริ่มต้นขึ้น ในช่วงเวลาที่ล่าช้านี้ อิหร่านกำลังริเริ่มและกำหนดสถานการณ์ให้เป็นประโยชน์ต่อตนเอง

อเล็กซ์ วาทันกา จากสถาบันตะวันออกกลาง กลุ่มคลังสมองในสหรัฐกล่าวว่า แม้การเก็บค่าธรรมเนียมเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอาจสร้างรายได้ให้มหาศาล แต่เตหะรานมองช่องแคบนี้เป็นที่มาของความชอบธรรมทางการเมืองมากกว่าเป็นสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ

“การเป็นสัญลักษณ์สำคัญกับชาวอิหร่านมากกว่ารายได้ พวกเขาต้องการการยอมรับในเชิงสัญลักษณ์บางอย่างว่า ช่องแคบฮอร์มุซเป็นของอิหร่าน เป็นการยอมรับอิหร่านในฐานะมหาอำนาจเหนือช่องแคบ” วาทันกากล่าวพร้อมอ้างสุภาษิตเปอร์เซีย

“ทำไมต้องเอาเพชรไปแลกกับลูกกวาด”

ตามการคำนวณของเตหะราน ช่องแคบฮอร์มุซก็คือเพชร ขณะที่การผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรและปล่อยสินทรัพย์ที่ถูกอายัดไว้ เป็นแค่ลูกกวาด

  • พรจากพระเจ้า

ผู้นำอิหร่านก็ตอกย้ำท่าทีนี้

“ช่องแคบฮอร์มุซคือเครื่องมืออันทรงอำนาจที่สุดของเรา เราต้องปกป้องพรจากพระเจ้านี้อย่างเหมาะสม” โมฮัมหมัด บาเกอร์ คาลิบัฟ ประธานสภากล่าวและว่า อิหร่านจะ “ไม่ยอมสละสิทธิ์ของตน” ในช่องแคบฮอร์มุซไม่ว่าในกรณีใดๆ ทั้งสิ้น

แหล่งข่าวในภูมิภาคและนักการทูตเผยว่า อิหร่านจงใจชะลอการเจรจาเพื่อให้ได้รับผลประโยชน์จากสงครามก่อนที่จะกลับมาเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของตนอีกครั้ง

อลัน ไอยร์ อดีตนักการทูตสหรัฐผู้เชี่ยวชาญด้านอิหร่าน กล่าวว่า สำหรับเตหะราน ซึ่งปฏิเสธว่าไม่ได้ต้องการมีระเบิดนิวเคลียร์ ยูเรเนียมนั้นสามารถรอได้ แต่การเสริมสร้างความแข็งแกร่งในช่องแคบฮอร์มุซเป็นสิ่งที่รอไม่ได้

“อิหร่านยินดีมากที่จะถ่วงเวลาแล้วลากการเจรจาออกไป พวกเขาต้องการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ แล้วชะลอการเจรจาเพื่อควบคุมช่องแคบให้ได้อย่างแท้จริง”

นั่นอาจหมายถึงการฝังรากอิทธิพลของตนผ่านการจัดการการขนส่ง กลไกการประสานงาน หรือเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับบริการต่างๆ ในช่องแคบฮอร์มุซ อันเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวหนึ่งในห้าของโลก ในขณะที่รัฐต่างๆ ในอ่าวเปอร์เซียกำลังรอคอยดูว่ารัฐบาลวอชิงตันจะสามารถดำเนินการเพื่อพลิกผันสถานการณ์ใหม่นี้ได้หรือไม่

รัฐบาลเตหะรานเชื่อว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ผู้กำลังปวดหัวกับการเมืองภายในประเทศและอีกหลายๆ ประเด็นก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมจะมีขึ้นในเดือน พ.ย. เจอแรงกดดันให้ต้องยอมทำข้อตกลงมากกว่าอิหร่าน

“อิหร่านรู้ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์อยากจบ อยากไปเรื่องอื่นแล้ว พวกเขารู้ดีว่าสามารถบีบทรัมป์ได้เพราะเวลาอยู่ข้างพวกเขา” ไอยร์อธิบาย

แอรอน เดวิด มิลเลอร์ อดีตผู้เจรจาปัญหาตะวันออกกลางของสหรัฐ กล่าวว่า ปฏิบัติการทางทหารของวอชิงตันล้มเหลว ไม่สามารถทำลายข้อได้เปรียบของอิหร่านได้ ทำให้การทูตของสหรัฐได้มาแค่การหยุดยิงอันบกพร่อง ทั้งสองฝ่ายต่างมาทะเลาะกันเอง

เตหะรานมีเหตุผลเล็กน้อยที่จะหารือเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์อย่างจริงจัง จนกว่าจะแน่ใจว่าประเทศอื่นๆ ยอมรับท่าทีที่แข็งกร้าวขึ้นของอิหร่านต่อช่องแคบฮอร์มุซ และการเข้าถึงสินทรัพย์มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ที่ถูกอายัดไว้ในต่างประเทศคืบหน้าอย่างแท้จริง

“การกำหนดเวลา 60 วันนั้นเป็นเพียงจินตนาการ” มิลเลอร์กล่าว

“อิหร่านจะไม่หยิบยกประเด็นนิวเคลียร์ขึ้นมาจนกว่าจะมั่นใจอย่างเต็มที่ว่าบรรลุสถานะใหม่ที่ต้องการแล้ว พวกเขาต้องการให้แน่ใจว่าทรัมป์เข้าใจ และโลกเข้าใจว่าไม่มีทางย้อนกลับไปสู่เหตุการณ์วันที่ 27 ก.พ.ได้อีกแล้ว”

  • อิหร่านไม่ยอมสละช่องแคบฮอร์มุซ

มิลเลอร์กล่าวต่อไปว่า อิหร่านกำลังใช้ประโยชน์จากข้อเท็จจริงที่สำคัญข้อหนึ่งหลังสงคราม นั่นคือ ทั้งปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐ และคำขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ไม่ได้ลดอิทธิพลของอิหร่านในช่องแคบลงเลย

“พวกเขาจะไม่ยอมปล่อยมันไปหรอก” มิลเลอร์กล่าว

เอ็บเตซัม อัล-เคตบี ประธานศูนย์นโยบายแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กล่าวว่า การที่วอชิงตันยุติสงครามโดยไม่แก้ไขปัญหาที่เป็นต้นเหตุอาจเปลี่ยนสถานะช่องแคบฮอร์มุซจากจุดกดดันเป็นแหล่งอำนาจต่อรองที่ยั่งยืนสำหรับเตหะราน

ทางการรัฐอ่าวเปอร์เซียกังวลว่า สงครามครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าอิหร่านมีอิทธิพลอย่างมากต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในช่องแคบฮอร์มุซ พวกเขาเชื่อว่าอิหร่านจะไม่ยอมเสียข้อได้เปรียบนี้ไป แม้จะได้รับการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรหรือเจรจานิวเคลียร์คืบหน้าก็ตาม

“พวกเขากำลังมัดมือชกสหรัฐและทุกๆ คน ตอนนี้พวกเขาค้นพบขุมทรัพย์ฮอร์มุซแล้ว และไม่มีวันทิ้งมันไป” อัล-เคตบีย้ำ ขณะที่เหล่านักวิเคราะห์กล่าวตรงกันว่า วอชิงตันน่าจะต้องยอมรับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายใต้เงื่อนไขที่ถูกเตหะรานชี้นำเป็นส่วนใหญ่

“ไม่มีใครชนะ แต่อิหร่านจะสูญเสียน้อยกว่าสหรัฐ” ไอยร์สรุป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...