โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปชน.จับตาศาล รธน.ชี้ชะตา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน

INN News

อัพเดต 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 21.52 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

ปชน.จับตาศาลรัฐธรรมนูญชี้ชะตา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน วาง 2 ฉากทัศน์ เตือนหากไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ นายกฯ ต้องรับผิดชอบถึงขั้นลาออก หากเกิดความเสียหายร้ายแรง

พรรคประชาชน จับตาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีร่างพระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาท ที่ศาลนัดลงมติในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ โดยระบุว่าได้ประเมินไว้ 2 ฉากทัศน์หลัก พร้อมย้ำว่า หากศาลวินิจฉัยว่าพระราชกำหนดไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และสร้างความเสียหายต่อการใช้จ่ายเงินของรัฐ รัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองตามสัดส่วน ซึ่งในกรณีร้ายแรงที่สุด นายกรัฐมนตรีควรลาออกหรือยุบสภา

ด้านนางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเงา ว่า พรรคได้เตรียมประเมินผลคำวินิจฉัยของศาลไว้ 2 แนวทาง คือ กรณีศาลเห็นชอบให้ พ.ร.ก.มีผลบังคับใช้ทั้งฉบับ และกรณีไม่เห็นชอบ ซึ่งยังแบ่งออกเป็น 2 กรณีย่อย ได้แก่ การตกทั้งฉบับ หรือให้ตกเฉพาะวงเงิน 2 แสนล้านบาทในส่วนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ทั้งนี้ หาก พ.ร.ก.ตกทั้งฉบับ จะเกิดความยุ่งยากอย่างมาก เพราะวงเงิน 2 แสนล้านบาทแรก ได้เริ่มกู้และทยอยเบิกจ่ายไปแล้ว ทั้งโครงการไทยช่วยไทยพลัส และการเติมเงินเข้ากองทุนประชารัฐ ทำให้รัฐบาลต้องหาแหล่งเงินใหม่มาทดแทน ส่วนกรณีที่ศาลให้ตกเฉพาะวงเงิน 2 แสนล้านบาทหลัง ซึ่งใช้สำหรับโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน อาจมีผลกระทบน้อยกว่า เพราะรัฐบาลสามารถออกพระราชกำหนดฉบับใหม่ได้ และมีแนวทางตามคำวินิจฉัยเดิมของศาลที่อาจคุ้มครองเงินส่วนที่ใช้จ่ายไปแล้ว

รองหัวหน้าพรรคประชาชน ยังย้ำว่า หากศาลวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.ออกโดยไม่ชอบ รัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง โดยเฉพาะวงเงิน 2 แสนล้านบาทหลัง ที่พรรคเห็นว่าไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน และมีความเสี่ยงที่จะถูกนำไปใช้กับโครงการที่ไม่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์เดิม หรือเกิดการ “ยัดไส้” โครงการต่าง ๆ

ด้านนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ซึ่งเป็นกรรมาธิการวิสามัญติดตามตรวจสอบ พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท กล่าวว่า จากการติดตามข้อมูลพบว่าการใช้วงเงิน 2 แสนล้านบาทด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ยังไม่มีโรดแมปหรือเป้าหมายที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการลดการใช้พลังงานฟอสซิล การกำหนดโครงการหลัก หรือแม้แต่การกำหนดวงเงินขั้นต่ำของแต่ละโครงการ ส่วนความคลุมเครือดังกล่าว ทำให้กังวลว่าจะเกิดการแย่งชิงงบประมาณ หรือ “เบี้ยหัวแตก” รวมถึงการยัดไส้และสอดไส้โครงการ เพราะรัฐบาลกำหนดกรอบเวลาต้องใช้เงินให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2570 จึงเกรงว่าจะเร่งใช้งบโดยขาดประสิทธิภาพ ทั้งที่เป็นเงินกู้ก้อนใหญ่ซึ่งจะทำให้ประเทศเข้าใกล้เพดานหนี้สาธารณะ หากใช้ผิดทิศทางก็อาจไม่สามารถผลักดันการเปลี่ยนผ่านพลังงานได้ตามเป้าหมาย

ขณะที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการออก พ.ร.ก.ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ถือเป็นความผิดพลาดที่ร้ายแรงกว่าการทำงานไม่เข้าเป้าของรัฐมนตรี ซึ่งก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีประกาศว่าจะประเมินผลการทำงานของคณะรัฐมนตรี และพร้อมปรับ ครม. หากผลงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย พร้อมตั้งคำถามกลับไปยังนายกรัฐมนตรีว่า หากการออกกฎหมายสำคัญของรัฐบาลขัดรัฐธรรมนูญ จะถือเป็นความผิดพลาดที่ร้ายแรงกว่าการทำงานไม่เข้าเป้าหรือไม่ พร้อมย้ำว่า พรรคประชาชนยึดหลักความรับผิดชอบทางการเมือง และจะกำหนดท่าทีหลังทราบคำวินิจฉัยของศาล

ขณะเดียวกัน ยังระบุว่า ปัญหาที่ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล ไม่ได้มีเพียงเรื่อง พ.ร.ก.เงินกู้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงปัญหาทุจริตการสอบท้องถิ่น ปัญหายาเสพติด คดีฮั้ว สว. การทำงานของ ป.ป.ช. และความล่าช้าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งล้วนสะท้อนให้เห็นถึงการขาดความจริงใจของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา

ทั้งนี้ หากศาลวินิจฉัยให้ พ.ร.ก.ไม่ผ่าน ความรับผิดชอบสูงสุดควรถึงขั้นนายกรัฐมนตรีลาออกหรือยุบสภาหรือไม่ นายณัฐพงษ์ตอบว่า หากเป็นกรณีที่ร้ายแรงที่สุด และเกิดความเสียหายจากการใช้จ่ายเงินของรัฐไปแล้วจนไม่สามารถเรียกคืนได้ครบถ้วน การลาออกของนายกรัฐมนตรีก็อาจเป็นสิ่งที่ควรเกิดขึ้น แต่ทั้งหมดต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก่อน

ส่วนการประเมินผลงานรัฐมนตรีรายกระทรวง นายณัฐพงษ์มองว่า ปัญหาของรัฐบาลไม่ได้อยู่ที่กระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ตั้งแต่ที่มาของอำนาจ ความชอบธรรมทางการเมือง ไปจนถึงข้อครหาเรื่องการทุจริตและคดีฮั้ว สว. ซึ่งเป็นเหตุให้พรรคประชาชนยังคงเดินหน้าตรวจสอบรัฐบาลทั้งในและนอกสภาอย่างต่อเนื่อง

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...