โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

‘เจ๊กันย์ ดอนเมือง’ บุกแจ้งกองปราบฯเอาผิด มาดามมิจฉาชีพตัวตึงข่มขู่ยัดยา

เดลินิวส์

อัพเดต 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 22.42 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“เจ๊กันย์ ดอนเมือง” อินฟลูเอนเซอร์ แม่ค้าออนไลน์ หอบหลักฐานบุกกองปราบฯ เอาผิด อินฟลูฯ สาวนักธุรกิจตัวตึง ข่มขู่ยัดยาเสพติด-อุ้มเด็กพิการ แฉเบื้องหลังมีสามีตำรวจคอยหนุนหลัง ช่วยหนีหมายจับซุกมาเลย์

เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง น.ส.กรรณิกา สุทธิ หรือ “เจ๊กันย์ ดอนเมือง” อินฟลูเอนเซอร์และแม่ค้าออนไลน์ชื่อดัง ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับมาดามสาวอินฟลูเอนเซอร์รายหนึ่ง หลังถูกข่มขู่คุกคามอย่างหนัก ทั้งขู่ว่าจะส่งคนมายัดยาเสพติด กล่าวหาว่าพัวพันกับสิ่งผิดกฎหมาย โดยเจ๊กันย์ เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกว่า มาดามรายนี้มีสามีรับราชการตำรวจสังกัดในกรุงเทพมหานคร คอยให้การช่วยเหลืออยู่เบื้องหลังตลอดเวลา

น.ส.กรรณิกา ระบุว่า ตนรู้จักกับมาดามรายนี้เมื่อช่วงปลายปี 2568 หลังจากที่ตนไปออกรายการโหนกระแสจนเริ่มมีชื่อเสียง มาดามรายนี้ได้เข้ามาตีสนิทและขอให้ช่วยไลฟ์ขายของให้ ซึ่งก็ยอมช่วยโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย กระทั่งเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มาดามได้ติดต่อมาขอให้ตนโอนเงิน 2 หมื่นบาท อ้างว่าเป็นค่ารถตู้สำหรับการหลบหนีออกนอกประเทศ เนื่องจากทราบภายหลังว่าเจ้าตัวกำลังหนีหมายจับ หนีประกัน รวมถึงมัดจำค่ากำไล EM ก่อนจะหลบหนีไปประเทศมาเลเซีย ซึ่งตนได้ปฏิเสธไปเพราะเกรงว่าจะมีความผิดฐานช่วยเหลือผู้ต้องหาหลบหนี

น.ส.กรรณิกา กล่าวอีกว่า การปฏิเสธดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับมาดามรายนี้เป็นอย่างมาก จนอีกฝ่ายนำเรื่องไปไลฟ์สดและโพสต์ข้อความด่าทอ ข่มขู่คุกคามตนว่าให้เลือกว่าจะยอมให้อุ้มเด็กพิการที่ตนอุปการะอยู่ไปกระทืบที่มาเลเซียหรือไม่ หรือจะให้เอายาเสพติดมายัดใส่ตน ซึ่งที่น่าเชื่อว่ามาดามคนดังกล่าวมีคนคอยสนับสนุนนั้นเป็นเพราะพบว่าเจ้าตัวได้นำคลิปวงจรปิดจากภายในบ้านพักเด็กพิการออกมาโพสต์โชว์เพื่อยืนยันว่าสามารถทำได้จริง ตนจึงเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัยเพราะมีสามีที่เป็นตำรวจคอยให้ความช่วยเหลือมาโดยตลอด วันนี้จึงตัดสินใจนำพยานหลักฐานทั้งหมดมอบให้ตำรวจกองปราบปรามดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ขณะที่รายงานข่าวระบุว่า มาดามรายนี้มีพฤติการณ์เข้าข่ายมิจฉาชีพระดับตัวแม่ มีการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลบ่อยครั้งเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ โดยใช้ชื่อในวงการหลายชื่อ และมักแอบอ้างบุคคลระดับสูงหรือคนมีสีเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการหลอกลวงเหยื่อหลากหลายวงการมาตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปัจจุบัน ทั้งการแอบอ้างชื่อบิ๊กสีกากีในอดีตเพื่อขอเครดิตในบ่อนพนันทั้งในและต่างประเทศ การหลอกเซียนพระและคนในวงการมวย การเปิดรับพรีออร์เดอร์นาฬิกาหรูและอาร์ตทอยก่อนเชิดเงินหนี รวมถึงมีประวัติฉ้อโกงการจัดหาแรงงานไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้มาตั้งแต่ปี 2560 และเคยมีคดีครอบครองกัญชา

คดีฉ้อโกงแรงงานไปต่างประเทศนั้น แม้มาดามรายนี้จะเคยอ้างว่ามีผู้ใหญ่คอยให้ความช่วยเหลือ แต่ในข้อเท็จจริงไม่มีการช่วยเหลือแต่อย่างใด ล่าสุดศาลได้มีคำพิพากษาตัดสินจำคุกเป็นเวลา 5 ปี 30 เดือน โดยระหว่างที่อัยการสูงสุดยื่นอุทธรณ์เพื่อขอให้ลงโทษสถานหนัก มาดามรายนี้ได้ตัดสินใจหนีประกันศาลจนถูกออกหมายจับในที่สุด ที่ผ่านมากลุ่มผู้เสียหายมักเข้าใจผิดว่ามีผู้ใหญ่หนุนหลัง แต่แท้จริงแล้วผู้ที่คอยช่วยเหลือคัดท้ายและเคลียร์คดีให้มาโดยตลอดคือสามีที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจนั่นเอง

นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลล่าสุดว่า มาดามรายนี้ยังได้หลอกลวงผู้เกษียณอายุราชการในพื้นที่ภาคเหนือ 4-5 ราย โดยใช้อุบายให้กดเลขหม้อแปลงมิเตอร์ไฟฟ้าเพื่อรับเงินมัดจำคืน แต่กลับหลอกให้โอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวจนเหยื่อสูญเงินเก็บวัยเกษียณรวมกว่า 4-5 แสนบาท ซึ่งการเข้าแจ้งความของ “เจ๊กันย์ ดอนเมือง” ในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการดำเนินคดีข้อหาข่มขู่คุกคามแล้ว ยังอาจเป็นการลากไส้ไปถึงตัวการที่คอยช่วยเหลือผู้ต้องหาหนีหมายจับ ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 อีกด้วย

ทั้งนี้ หากประชาชนหรือผู้เสียหายรายใดเคยถูกมาดามรายนี้ฉ้อโกง หรือถูกใช้อำนาจมืดแอบอ้างข่มขู่ สามารถส่งข้อมูลและหลักฐานเพิ่มเติมให้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามเพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุดต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...