โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

เร่งเคลียร์อุโมงค์ดอยหลวง! หลังหินถล่มทับคนงานดับ 2 เจ็บ 2 เผยทั้งหมดล้วนเป็นคนกาญจนบุรี-เมียนมา

สยามรัฐ

อัพเดต 46 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เร่งเคลียร์อุโมงค์ดอยหลวง หินถล่มทับคนงานดับ 2 เจ็บ 2 เผยทั้งหมดล้วนคนกาญจนบุรี-เมียนมา

วันที่ 21 มิ.ย.2569 เจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และเอกชนรับก่อสร้างโครงการรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ช่วงที่ 3 จากเชียงราย-เชียงของ โดยกิจการร่วมค้าซีเคเอสที-ดีซี 3 ได้เข้าไปจัดการเก็บกวาดภายในอุโมงค์ที่เกิดอุบัติเหตุและอุปกรณ์บริเวณบนเหล็กนั่งร้านและหินตกลงมาทับคนงาน เสียชีวิตจำนวน 2 ราย เมื่อหัวค่ำวันที่ 20 มิ.ย.2568 ที่ผ่านมา

เขตอุโมงค์พื้นที่ ต.โชคชัย อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย โดยมีการให้ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยาและวิศวกรเข้าไปสำรวจและประเมินพื้นที่ก่อนซึ่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสามารถเดินหน้าป้องกันแนวพนังรวมทั้งเข้าสู่กระบวนการ Protection ภายในอุโมงค์ได้ต่อไป

สำหรับผู้ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุดังกล่าวทราบชื่อ นายอภิเดช แก้วประเคน อายุ 24 ปี บ้านเลขที่ 166 หมู่ 7 ต.หนองบัว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี และนายตู้ ตู้ หุน อายุ 29 ปี สัญชาติเมียนมา

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสมีจำนวน 2 ราย ได้แก่ น.ส.สุภมาศ เขียวไสว อายุ 28 ปี บ้านเลขที่ 56/3 หมู่ 7 ต.หวายเหนียว อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี และนายทูน ทูน วิน สัญชาติเมียนมา ปัจจุบันทั้งคู่ได้รับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคระห์

ทางด้าน พ.ต.อ.อรรณพ เลิศสุวรรณ ผกก.สภ.ดอยหลวง ได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบร่วมกับวิศวกรโครงการฯ และสอบสวนข้อมูลทราบว่าเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเวลาประมาณ 18.45 น.อยู่ในพื้นที่หมู่ 10 ค.โชคชัย อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย เป็นความรับผิดชอบของ สภ.ดอยหลวง เนื่องจากส่วนปลายอุโมงค์ออกไปคือ อ.เชียงของ จ.เชียงราย

จากการตรวจสอบร่วมกันพบว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นจากการที่คนงานได้ขึ้นไปบนนั่งร้านเหล็กเพื่อเจาะยึดเหล็กเข้ากับผนังอุโมงค์ ซึ่งเป็นดินที่ถูกขุดเจาะแล้ว แต่ปรากฎว่าหินจากผนังได้หลุดร่วงลงมาทับคนงานอย่างกระทันหัน จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว

ทั้งนี้ ร.ต.อ.พัลลภ สุขใจ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ดอยหลวง อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานและพยานเพื่อสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ทั้งนี้หลังจากที่คืนที่ผ่านมา (20 มิ.ย.69) หลังเกิดเหตุวิศวกรโครงการฯ เคยออกมาระบุว่า การขุดเจาะอุโมงค์ได้แล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2568 ทำให้ต้องรองรับปริมาณน้ำฝนที่มีมากมา 1 ปีเต็ม ส่งผลทำให้ส่วนที่ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการ Protection อย่างเต็มรูปแบบ ถูกโจมตีโดยปริมาณน้ำสะสมดังกล่าวทำให้มีความอ่อนและผันแปรทางธรณีได้ในที่สุด แต่หากมีการ Protection อย่างเต็มรูปแบบจะไม่เกิดเหตุเช่นนี้อย่างแน่นอนรวมไปถึงการเปิดให้บริการในอนาคตต่อไป

ขณะที่นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย แจ้งว่า จังหวัดมีศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) อยู่แล้วและมีการตรวจวัดและวิเคราะห์ปริมาณน้ำฝนอย่างต่อเนื่องดังนั้นโครงการจะต้องนำผลการตรวจวัดและวิเคราะห์ดังกล่าวไปวิเคราะห์ทางธรณีด้วย ซึ่งโครงการฯ รับจะดำเนินการและจะให้ทางผู้เชี่ยวชาญเข้าไปตรวจประเมินก่อนต่อไป

ทั้งนี้ นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อม นายอำเภอดอยหลวง นายสุรพงษ์ มาลาวิลาศ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ รักษาการหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย สาขาเชียงของ และนายประพัฒน์ สีธิ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและปฏิบัติการ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย ได้เดินทางไปเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาลดอยหลวง จากอุบัติเหตุอุโมงค์รถไฟดอยหลวง ด้วย

สำหรับโครงการเส้นทางรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 31 ก.ค.2561 อนุมัติให้ รฟท.ทำการก่อสร้างด้วยงบประมาณ 85,345 ล้านบาท ตั้งแต่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ จนถึงชายแดนไทย-สปป.ลาว อ.เชียงของ รวมระยะทาง 323.1 กิโลเมตร ใช้เวลาก่อสร้าง 7 ปี คาดว่าจะแล้วเสร็จและสามารถเปิดให้บริการได้ในเดือน ม.ค.2571 โดยสัญญาที่ 3 ช่วงเชียงราย-เชียงของ ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 71 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ.2565 สิ้นสุดงานตามสัญญาวันที่ 14 ม.ค.2571 ระยะทางโครงการ 87 กิโลเมตร โดยมีอุโมงค์ดอยหลวงซึ่งเป็น 1 ใน 4 อุโมงค์ของโครงการนี้ซึ่งมีความยาว 3.4 กิโลเมตรและแผนงานสะสมคืบหน้าแล้ว 62.91% ผลงานสะสม 72.12% เร็วกว่าแผน 9.21%.

ภูมิภาค02

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...