รดน้ำศพ 2 เหยื่อโรงเบียร์ ญาติฝาก ร้านคู่กรณี “ติดต่อกลับบ้าง”
สุดเศร้า! รดน้ำศพ 2 เหยื่อโรงเบียร์ ญาติฝากร้านคู่กรณีติดต่อมาบ้างไม่ใช้ให้ผู้เสียหายติดต่อไปฝ่ายเดียว ซ้ำยังรับเงินเยียวยา 1 หมื่นไม่ได้
วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 เมื่อเวลา 16.10.น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ศาลา 3 วัดเกิดการอุดม ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งใช้เป็นสถานที่บำเพ็ญกุศล รดน้ำศพ และ สวดอภิธรรมศพของ นางสาวกชพร โสธรรัตรน์ และ นางสาวภานิชา สิงขร ซึ่งทั้ง 2 เสียชีวิตจากเหตุการณ์เพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 69 ที่ผ่านมาเป็นวันแรก
โดยบรรยากาศภายในพิธีรดน้ำศพนั้นมีบรรดาญาติพี่น้องเพื่อนสนิทและทางพนักงาน บริษัทSexy lace health and wellness จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายทำงานโดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจแก่คนที่มาร่วมในงานเป็นอย่างมาก
ด้านนางสาวกันธิชา สิงห์ขร อายุ 25 ปี ลูกสาวของนางสาวภานิชา สิงขร (ผู้เสียชีวิต) และ นางสาวณัฐฒิฌา กันยา อายุ 20 ปี ลูกสาวของนางสาวกชพร โสธรรัตรน์(ผู้เสียชีวิต)ได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ได้พยายามติดต่อทางเพจ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” แต่ก็ไม่มีใครตอบกลับมาแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังได้เดินทางไปติดตามเรื่องที่ สน.พหลโยธิน ที่มีทนายของทาง โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ได้แจ้งว่าให้ไปรับเงินเยียวยาเบื้องต้นจำนวน 10,000 บาท แต่ก็ไม่สามารถรับได้เนื่องจากจากติดต่อใครไม่ได้ อีกทั้งพวกตนเป็นผู้เสียหายแต่กลับต้องพยายามติดต่อทางคู่กรณี จึงฝากให้คู่กรณีให้ติดต่อมาหาเราบ้างเพราะพวกเราคือผู้สูญเสีย
ในขณะที่ทางด้าน ดร.วิระศัหดิ์ ฮาดดา นายก อบต.คลองสาม ได้เดินทางมาร่วมเป็นกำลังใจกับทั้ง 2 ครอบครัว โดย นายก อบต.คลองสาม กล่าวว่าวันนี้มาให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวเนื่องจากผู้สูญเสียในครั้งเป็นลูกบ้านของตนที่ ต.คลองสาม เรื่องนี้ถึงแม้ไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วในฐานะผู้นำท้องถิ่นและคนในพื้นที่ จึงเดินทางมาให้กำลังใจครอบครัวผู้สูญเสียเพื่อให้มีกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป
ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้ตนขอฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะฝ่ายปกครองและตำรวจ ให้เข้มงวดในการกำกับดูแลและตรวจสอบสถานประกอบการอย่างจริงจัง เนื่องจากเหตุลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขณะที่บาดแผลในจิตใจของครอบครัวผู้สูญเสียไม่เคยเลือนหายแม้สังคมจะค่อย ๆ ลืมเหตุการณ์ไปก็ตาม อีกทั้งตนในฐานะนายกสมาคม อบต.แห่งประเทศไทยขอยืนยันว่าท้องถิ่นทั่วประเทศพร้อมให้ความร่วมมือในการชี้จุดหรือประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะประชาชนในพื้นที่เปรียบเสมือนลูกบ้านของท้องถิ่น และไม่ต้องการให้เกิดความสูญเสียซ้ำอีก
นอกจากนี้ขอเรียกร้องให้ฝ่ายปกครองและตำรวจดำเนินการตรวจสอบสถานประกอบการที่เปิดให้บริการมาเป็นเวลานานอย่างละเอียด ไม่ใช่เพียงการตรวจในลักษณะพิธีการ แต่ต้องตรวจสอบระบบความปลอดภัยทุกด้าน ทั้งทางออกฉุกเฉิน ระบบไฟฟ้า สายไฟ วัสดุและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่อาจเสื่อมสภาพจากการใช้งาน และต้องยอมรับว่า ผู้ประกอบการบางรายอาจละเลยการซ่อมบำรุงเพื่อลดต้นทุน จึงเป็นหน้าที่ของหน่วยงานกำกับดูแลที่จะต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพราะว่าตนไม่ต้องการเห็นโศกนาฏกรรมและความสูญเสียเช่นนี้เกิดขึ้นอีก เพราะความสูญเสียที่เกิดขึ้นไม่สามารถชดเชยหรือแก้ไขได้ด้วยคำขอโทษเพียงอย่างเดียว